หญิง(ชรา)กับหมาบางแก้ว_๑
โดย น้อยหน่า ('.' ) - Monday, 16 August 2004, 05:57PM
 

คำนำ

หญิง(ชรา)กับหมาบางแก้ว_๑

........ ตั้งแต่จำความได้ เราจำได้ว่าที่บ้านไม่เคยสนับสนุนให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงอะไรเลย แต่ก่อนสมัยเป็นเด็กเราก็คิดว่าทำไมนะที่บ้านถึงไม่มีสัตว์เลี้ยงเลยโดยเฉพาะหมา เพื่อนที่โรงเรียนก็พูดถึงไอ้ตูบที่บ้านกันทั้งนั้น แต่บ้านเราสิ แม้แต่ แมว นก ปลา ก็ไม่มี จนเราโตขึ้นเรากลายเป็นคนกลัวหมาไปได้ ชนิดที่เดินเข้าใกล้ไม่ได้เลยจะเลี่ยงตลอด เราก็ไม่รู้ว่าทำไม โดยที่บ้านก็ไม่เคยปลุกฝังเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับหมาเลยน่ะ

วันหนึ่งเราถามพี่สาวว่า ทำไมบ้านเราไม่เลี้ยงหมาเลยล่ะ

พี่ตอบว่า แค่เราจะกินชนิดที่ไม่เดือดร้อนเราก็แย่แล้วนะ แล้วเราจะเอาอะไรให้มันกิน

เราถามพี่ต่อว่า อ้าวแล้วบ้านอื่นล่ะก็เห็นเค้าก็เลี้ยงมันได้นิ

พี่สาวตอบว่า โน้นดูโน้นสิ นั้นน่ะนะที่ว่าเลี้ยงได้(ดี) คำว่าเลี้ยงดีคือเราต้องเลี้ยงมันจริงๆ ไม่ใช่ปล่อยให้มันวิ่งตะลอนๆ พอเหนื่อยก็กลับมานอนพัก ถ้าเราเลี้ยงเค้าไม่ได้ดี ไม่มีความสุข ไม่พร้อมหลายๆเรื่อง ก็อย่าเลี้ยงเสียเลยดีกว่า สงสารมัน เข้าใจหรือยัง ...

อ๋อ .. ค่ะ

จนวันหนึ่งเราได้พบผู้ชายที่เค้ารักหมามาก มากชนิดที่ว่าเกินไปหรือเปล่า ขนาดที่นั่งทานข้าวที่โรงอาหาร(ที่ทำงาน) มีหมามาหมอบรออยู่ใต้โต๊ะ กินข้าวเสร็จเค้าก็ให้อาหาร ลูบหัว เกาครางให้มัน เอ...แล้วเราจะไปกันรอดเหรอเนี่ย เราไม่เอาเลยน่ะหมาอ่ะ เราเปิดใจพูดกับเค้าตรงๆ ว่าเรากลัว เค้าก็บอกว่าเปลี่ยนแปลงความคิดได้ มันขึ้นกับเราจะเปลี่ยนหรือเปล่า มันไม่ได้เหลวร้าย น่ากลัวอย่างที่คุณคิดไว้หรอก ดูสิมันน่ารักดีออก ลองจับมันดูสิ แต่ตอนนั้นเราไม่เอาเลย ...

หลายปีต่อมาเมื่อเราแยกครอบครัว เจ้านายก็พร่ำเรียกร้องที่จะเลี้ยงหมาเกือบทุกวัน พยายามพูดว่ามันดีอย่างงัย มันน่ารักอย่างงัย จนเราก็พอจะเห็นดียอมฟังเค้าบ้าง เลยถามเค้าว่าแล้วเลี้ยงพันธุ์อะไรล่ะ... ทีนี้ล่ะนิยายยิ่งกว่าน้ำเน่าของจริงก็ได้เกิดขึ้นตั้งแต่เจ้าตัวยุ่งเข้าบ้านมาวันแรก

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก้ว_๑
โดย น้อยหน่า ('.' ) - Monday, 16 August 2004, 06:02PM
 

ตอนที่ 1 เผชิญหน้า ...........................

จากการที่โดนรบเร้าว่าอยากเลี้ยงหมาพันธุ์บางแก้ว เรายังไม่ได้ไปหามาเลี้ยงทันที เจ้านายได้เข้ามาหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เท่าที่จะหาได้เกี่ยวกับสายพันธุ์นี้ ไอ้เราก็เห็นดีเห็นงาม อุ๊ย ... น่ารัก สวยๆ แล้วนิสัยมันเป็นงัยล่ะ พอเจ้านายบอกว่า "ดุ" รักเจ้าของ หวงถิ่น หวงของ ทำให้ลังเลอย่างหนัก นานมาก นานจนข้ามปีเราก็ไม่โอเคว่าจะให้เลี้ยง จนเมื่อเรามาซื้อบ้านที่มีบริเวณ เจ้านายก็รบเร้าอยากเลี้ยงอีก โดยให้เราเข้าเว็บที่เค้าไป search เก็บไว้ให้เราอ่าน ให้เราทำความเข้าใจกับหมาพันธุ์นี้ก่อน

จนวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๖ มีงานประกวดสุนัข(ถ้าจำไม่ผิด) ที่สวนสามพราน เจ้านายก็อยากจะไปดู เราก็ไปด้วย ที่แรกที่เค้าพาเราไปดู คือสนามการประกวดความสามารถของสุนัขแต่ละพันธุ์ จำได้ว่าเรามีแต่รอยยิ้ม

อุ๊ย ... มันน่ารักจัง

เจ้านายถามว่า แล้วมันน่ารักมั๊ย

เราตอบ อืม น่ารักดี แล้วไอ้พันธุ์ที่อยากเลี้ยงน่ะ สอนมันให้ทำแบบนี้ได้ป่าว

เจ้านายตอบว่า ได้สิถ้าเรารู้จักเลี้ยง รู้จักสอนเค้า

เสร็จจากการดูประกวดเรา ๒ คนเที่ยวเดินตามเต๊นท์ที่เค้าเอาสุนัขมาวางขายแต่ละคอกแต่ละฟาร์ม เราเดินดูหลายรอบมาก(เน้นหลายรอบจริงๆ) ผ่านคอกนั้น ฟาร์มนั้นก็ไม่เอาสักตัว เราทำเป็นเดินผ่านตลอด เพราะใจเราตอนนั้นไม่อยากได้เลย มีแต่เจ้านายที่เดินเข้าไปเล่นกับตัวนั้นตัวนี้ ขอเค้าอุ้มมาดูบ้าง

อืม.. มันก็น่ารักดีนะ

งั้นคุณลองอุ้มมันสิ ดูสิมันมีปฎิกิรยาอย่างงัยบ้าง

ไม่อ่ะ คุณดูเองเถอะ

ตกลงสุนัขคอกนั้นก็ไม่ได้แอ้มเงินเรา เราเดินๆๆๆ ไปเรื่อย ซึ่งร้านมันก็ไม่ได้มีเยอะอะไร เดินไปเดินมาจนคนที่เต๊นท์เค้าจำได้ (ตอนนี้เราเริ่มเดินแยกมาคนเดียวแล้ว) เราเลยแก้เก้อถามคนที่ขายว่า ตัวเท่าไหร่ คนขายบอกว่า อ้าวพี่คิดน้องถูกๆ กว่าคอกอื่นเลย พี่ขายน้องแค่ ๒๐๐๐ บาท น้องเอาเลยมั๊ย ตอนนั้นเรานึกในใจ ดีนะที่เจ้านายให้อ่านข้อมูลมาบ้าง เราก็เลยไม่ได้ซื้อสุนัขมาจากร้านนั้น แต่คอกที่มาวางใกล้กันกับมีเจ้าตัวยุ่ง(ตัวนี้) ซึ่งเราเดินไปมาหลายรอบเราก็ไม่เจอมัน ลองถามคนขายเค้าบอกว่าเพิ่งมาถึงเช้านี้เองพี่ สนใจมั้ยหมาผมสายเลือดแชมป์นะ (เบื่อจังคำนี้ พูดทุกคอกเลย) ผมคิดพี่ ๙๐๐๐ บาทแล้วกัน ไอ้เราเดินมาทุกคอก ทุกฟาร์มเราก็ไม่ชอบตัวไหนเลย พอเรามาเจอเจ้าตัวยุ่ง เราเริ่มลังเล เดินไปบอกเจ้านายว่า มาดูนี่สิ ... มันน่ารักมั๊ย เราถูกชะตากับมันมากเลย ขนาดที่คอกข้างๆที่ขาย ๒๐๐๐ หมาเค้าทะเลาะกันเองในกรง จนคนคิดจะซื้อต้องเดินออกกันหมด ยังมาดูเจ้าตัวยุ่งเลย เจ้านายก็เลยต่อรองราคาดู ยังไม่เป็นที่พอใจ เราก็เดินออกมาจากร้านนั้นเพื่อไปดูร้านอื่น ซึ่งราคาหมื่นกว่าบาทขึ้นไป แต่สิ่งที่เราสนใจไม่ใช่เรื่องราคา ขนาดที่เราดูลูกหมาราคาหมื่นกว่าเราก็ยังไม่มีชะตาต้องกัน เราไม่เอาอีก จนต้องกลับมาที่ร้านเดิม ราคาลงมาไม่มากเท่าไหร่ แต่โดนใจเราก็โอเค เราเอาเค้ามาอุ้ม นั้นเป็นครั้งแรกที่สัมผัส ได้อุ้มหมาจริงๆ ดูเค้าซึม ๆ เหมือนง่วงนอน เพลียจากการเดินทางมั่ง เอ๊ะหรือว่ามันเมายา ฮ่าๆๆ

เราเอาเค้าออกมาจากร้าน มีคนที่คิดจะซื้อเจ้าตัวยุ่งอยู่เหมือนกัน มาเจอกันที่ร้านขายกรง เค้าเข้ามาทักว่า อ้าว หมาตัวนั้นนี้ พี่นี่เองที่ซื้อมัน ผมกำลังจะกลับไปซื้อมันอยู่เลย ผมเลยต้องเอาตัวเมียมาเลยเนี่ย ... ก่อนกลับบ้านเราสั่งกรง กับซื้ออุปกรณ์สำหรับหมาเท่าที่จำเป็นก่อน อันดับแรกคือสายจูง เราฝึกเค้าตั้งแต่วันแรกที่ซื้อเลยให้ใส่สายรัดอกจนเคยชิน

พานั่งรถกลับบ้าน ซึ่งเรากลัวมาก .. เพราะอะไรนะเหรอ เราต้องอุ้มเค้าตลอดทางนะสิ เราไม่เคยเลยนะ ถ้ามันกัดเรา มันดิ้น ฯลฯ แล้วเราเอาเค้าไม่อยู่ เราจะทำอย่างงัย แต่เหตุการณ์ผิดคาด เค้านิ่งมากเอาแต่หลับอย่าเดียว มีตื่นขึ้นมาเปลี่ยนท่านอนบ้างบ่อยครั้ง เรื่องเมารถเราก็กลัว อ่านในเน็ตประสบการณ์จากเพื่อนในชุมชนคนรักหมาบางแก้วบอกว่า เค้าจะเมารถ เราก็เตรียมตัวรับมือไว้เหมือนกัน แต่เจ้านี้ก็ไม่มีอาการเมารถให้เห็นเลย ทุกครั้งที่เอาเค้านั่งรถด้วย


ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก้้ว_๑
โดย น้อยหน่า ('.' ) - Monday, 16 August 2004, 06:05PM
 

ตอนที่ 2 นายใหม่ บ้านใหม่ ...........................

ตลอดการเดินทางกลับบ้าน เรา 2 คนคิดชื่อที่จะเรียกเจ้าตัวยุ่งอยู่พักใหญ่จนได้ข้อสรุปกันว่าจะเอาชื่อนี้ล่ะ "นีโอ" ตอนนั้นหนังฝรั่งเรื่องหนึ่งกำลังฮอต จนวันนี้เราอยากจะเปลี่ยนชื่อเค้าจัง (แต่คงช้าไปแล้ว) เลี้ยงหมาไทยแต่ดันไปตั้งชื่อออกฝรั่งเชียว อยากได้มั่ง ชื่อ "มดดำ" "มดแดง" เนี่ย การเรียกชื่อหมากับคนที่ไม่เคยเลี้ยงเลย มันกระดากปากมากเลยน่ะ ไม่รู้สิ ... แล้วเจ้านายก็บอกว่า เรียกชื่อมันบ่อยๆ มันจะได้รู้ว่ามันชื่อนี้

เค้าหลับยาวจนถึง ๑ ทุ่ม ตื่นมาเดินหาน้ำกิน มองเรา ๒ คนแบบยังไม่ไว้ใจ เราก็พยามเรียกชื่อ เค้าก็ยังไม่หัน เดินไปเดินมา ดมๆๆ ไปทั่ว ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้หรอกว่าเค้าดมๆนั้นหมายถึงอะไร สิ่งที่ตามมาหลังเดินดมๆ เค้าฉี่เสียนี่ เราโกรธเค้ามั๊ย ไม่เลย เรากลับมองตัวเราเอง ว่าไม่รู้เรื่องเอง ไม่เป็นเอง ก็นั่งเช็ดฉี่เป็นนังแจ๋วกันไป

อาหารมื้อแรกเราให้อาหารเม็ดตามที่ทางคอกแนะนำให้มา ปรากฎว่า เจ้าตัวยุ่งไม่แตะเลย ไอ้เรา ๒ คนก็เกรงว่ากลางดึกมันหิวจะตื่นมากวนเรา ก็ลงทุนหุงข้าวเจียวไข่เจียวให้กินก็ยังไม่กินอีก เราก็หาของที่จะหาให้เค้ากินได้นั้นก็คือ นม จำได้ว่าเราให้เค้ารวดเดียว ๒ กล่อง โอ๊ย... เห็นเค้ากินเรานี่ดีใจอย่างบอกไม่ถูก(คนไม่เคยเลี้ยงก็อย่างเงี้ย) แต่ว่า... พอเค้าอิ่ม ตกหนักมาอยู่ที่เรา เล่นเอาเราไม่ได้นอนทั้งคืนเลย เราต้องตื่นทุกชั่วโมง เค้าท้องเสีย ถ่ายเหลว และก็ฉี่บ่อยมาก ๒ วันแรกเราฝึกให้เค้าถ่ายในห้องน้ำ ซึ่งเค้าจำได้เร็วมาก พอเราเปิดห้องน้ำให้ เค้าก็ไปดมๆ แล้วถ่ายทุกข์ไป วันนั้นเป็นวันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับจากหมาเพื่อนบ้านอย่างอึกกระทึกมาก เห่าต้อนรับกันเสียจนบ้านอื่นคิดว่าบ้านเรามีงานอะไรกัน แต่พอวันออกไปทำงาน เราต้องเอาเค้าไว้ในบ้านซึ่งตอนนั้นกรงยังไม่มาส่ง รั้วบ้านก็ยังไม่ได้กั้น (ช่องมันกว้างพอที่เจ้านี้จะหลุดไป) และไม่มีใครคอยดูต้องกะบริเวณให้ส่วนหนึ่งในบ้านไปก่อน ปรากฏว่าที่ฝึกให้ฉี่ ถ่าย ๒ วันที่ทำได้ดีเป็นอันล้มเหลว เราไม่อยู่เค้าฉี่ไม่เป็นที่ที่เราต้องการ โดยที่เราเปิดห้องน้ำไว้ให้ .. เลยต้องมาฝึกเรื่องฉี่ อึ กันใหม่ในอาทิตย์ต่อมา คราวนี้เราฝึกให้เค้าถ่ายข้างนอกแล้ว สบายขึ้นเยอะ

ในอาทิตย์แรกที่ไปทำงานแล้วเค้าต้องอยู่ในบ้าน เจ้านายจะกลับมาดูเค้าทุกเที่ยง มาให้ข้าว มาเล่นด้วยสักพัก แล้วก็ออกไปทำงานต่อ ตอนเย็นก็กลับบ้านเร็วขึ้นเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนเค้า พอดึกหน่อยพานั่งรถออกมารับเรา ช่วงนั้นจะเป็นอย่างนี้ทุกวัน และเป็นช่วงที่เค้าปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวบ้าน เค้าสำรวจไปทั่ว เราก็ถือโอกาสที่จะสอนเค้า พูดคุยกับเค้า บอกเค้า เค้ารู้น่ะบ่อยครั้งที่เราพูด(ได้ยินเสียงเรา) เค้าจะหันมามอง จนอาทิตย์เต็มๆ ที่เค้ารู้แล้วว่าเค้าชื่ออะไร ครั้งแรกเราตื่นเต้นมากที่เราเรียกเค้าแล้วเค้าหันมาและก็วิ่งมาหา ... เลียๆๆๆ ตอนนั้นเรากลับไม่รังเกียจเค้าเลย กับดีใจที่มันยอมรับเราเป็นนายมัน

ใครๆมักจะบอกว่า หมาบางแก้วตอนเล็กๆดูน่ารัก ขนฟูๆ นุ่มๆ แต่สำหรับเรา ไม่ใช่เลย ท่านลองอ่านไปเรื่อยๆ แล้วจะรู้ว่าบางแก้วน่ารักจริงๆตอนไหน .. ความรู้สึกตอนนั้นที่เราเลี้ยงเค้าเรามีแต่คำว่า "สงสาร" อยู่ในหัวน่ะคำว่า "รัก" ยังไม่เกิดในใจ(ณ ตอนนั้น) เอาเค้ามาเลี้ยงแล้ว ตัวก็ตัวเดียว ไม่มีเพื่อน ถ้าเราไม่เลี้ยงเค้า ไม่เล่นกับเค้า ไม่คุยกับเค้าบ้าง เค้าต้องมีปัญหาแน่ๆ และทุกวันเราจะรีบกลับเพื่อมาหาเค้า

ช่วงเดือนแรกที่เค้าเข้ามาอยู่กับเราเป็นเดือนที่เครียดกับตัวเราเอง เพราะเราต้องปรับตัวเองหลายเรื่อง ตั้งแต่มีเค้ามาอยู่ในบ้าน ทุกอย่างต้องเป็นระบบมากขึ้นเพื่อให้เค้ารู้กติกา ไม่งั้นของในบ้านไม่เหลือแน่ พี่แกกัดแทะทุกอย่างที่ขวางหน้า ต้องสร้างข้อห้ามให้เจ้าตัวยุ่งก็หลายเรื่อง จนทุกวันนี้เค้าเข้าใจข้อห้ามนั้นดี ไม่ค่อยฝ่าฝืน(ถ้ามีคน)

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก้้ว_๑
โดย น้อยหน่า ('.' ) - Monday, 16 August 2004, 06:23PM
 

ตอนที่ 3 ปีศาจน้อยของฉัน ...........................

ในเดือนแรกที่เค้ามาอยู่กับเรา เค้าอายุได้ 42 วัน อายุก็เข้าเดือนที่ 2 แล้ว ดูอาการเค้านิ่งๆ ไม่ซน ไม่มีพิษสงเลย จะแสดงอาการตื่นตกใจ หรือว่ากลัวก็ไม่รู้นะเมื่อเวลาหมาข้างบ้านเห่า เค้าคงได้กลิ่นสาปหมาด้วยกันละมั่ง เห่าอยู่อย่างนั้น สัก 3-4 วัน เห่ามากจนเรากลัวคนบ้านอื่นจะมาต่อว่าเอาได้ ว่าบ้านเรามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า แต่เราก็ได้ความร่วมมือจากเพื่อนข้างบ้านคนนั้นดีมาก เวลาที่หมาเค้าเห่านานๆ เค้าจะเอาเข้าบ้านเสียเลย พอเค้า 2 ตัวรู้จักกันเค้าก็เลิกเห่าเจ้าตัวยุ่ง จำได้ว่าตั้งแต่เลี้ยงมา เจ้าตัวยุ่งจะไม่เห่าหมาที่มีเจ้าของเลย แต่จะเห่าหมาจรจัดที่ยามหมู่บ้านให้อาหารแล้ววิ่งมาในซอย ... พอวันที่เราต้องไปทำงานกลับมาบ้านเค้าพอมีแรงหลังจากเอาแต่นอนกับนอน กลับบ้านเจอเจ้าตัวยุ่งมายืนร้อง ขูดประตูบ้าน เค้าหลุดจากตาข่ายที่เรากั้นไว้ ดีนะที่ไม่ฉี่ อึ บนโซฟา เค้าจะทำธุระในบริเวณที่เรากั้นไว้ให้ เป็นอยู่อย่างนี้เป็นอาทิตย์ จนเราเห็นแล้วว่าเค้าเริ่มแข็งแรง อาทิตย์ต่อมาเราไปทำงานตามปกติต้องเอาเค้าไว้ข้างนอกแล้ววันแรกเค้าร้องตามน่าสงสารมาก (เหมือนเด็กที่ร้องตามแม่) ตอนนั้นเราเข้าใจความรู้ของเจ้าตัวยุ่งเลยว่าการที่ต้องอยู่ตัวเดียว โดดเดียว ไม่มีนาย ไม่มีเพื่อน และยิ่งเป็นหมาเด็กไม่ต้องพูดถึงเค้าคงกลัวว่าเค้าจะไม่มีใคร โดนทิ้งละมั่ง

การอยู่นอกบ้านของเจ้าตัวยุ่งเราต้องเตรียมของเล่นให้พอสมควร เสื้อผ้าที่ไม่ใช้ ก็ให้เค้าแทะกัดเล่นเพื่อให้เค้าได้รู้สึกว่ามีเราอยู่ด้วย อาหารน้ำมีตั้งไว้ตลอดเวลา บริเวณรอบบ้านก็มีสิ่งยั่วตายั่วใจให้เล่นมิใช่น้อย ต้นไม้เล็ก-ใหญ่ โดนเจ้าตัวยุ่งทำลายตายถาวรก็มาก ดินก็ขุดเป็นหลุม กว้างพอที่วันดีคืนดีพี่ก็แกก็ลงไปนอนในหลุมเสียนี้สงสัยจะเย็นสบาย ดี..นายหญิงไม่กลบตาม อิอิอิ....

ด้วยนิสัยและพิ้นฐานการเลี้ยงหมาของเราไม่มีเลย ฉะนั้นการเลี้ยงเค้าตอนแรกจะกล้าๆกลัวๆ ข้อนั้นเจ้านายเข้าใจดี และเค้าก็กลัวว่าเจ้าตัวยุ่งจะไม่ยอมรับเรา เค้าเลยมอบหน้าที่การให้อาหารเป็นเราดูแลไป แต่การให้อาหารเจ้านายก็สอนเราว่า นี่คุณบ้วนน้ำลายลงไปของกินมันก่อน (สูตรไหนละเนี่ย..?) มันจะได้จำและยอมรับว่าเราเป็นนายมัน เราก็เชื่อน่ะทำตามเค้า เค้าว่าอะไรตอนนั้นเราเชื่อหมด (เค้าเคยเลี้ยงหมามาก่อนเรานี้หน่า) มื้อแรกเค้ากินข้าวหมดเกลี้ยงเลย ตอนนั้นเรายังให้อาหารแบบอ่อนอยู่คืออาหารเม็ดแช่น้ำจนนิ่มผสมด้วยไข่เจียวบ้าง หมูสับบ้าง ตับบ้าง เคยลองอาหารเม็ดแช่น้ำอย่างเดียวเค้าไม่รับน่ะ ....

ตอนนั้นเค้ากินเสร็จเค้าจะนอนอย่างเดียว ยังไม่คึกเท่าไหร่ มีเล่นบ้างแต่ยังน้อยอยู่ ไอ้ที่หนักใจมากคือ "การงับ" ไล่งับ โอ๊ย.... สุดยอดของความเจ็บเลย(คิดตอนนั้น) ทุกครั้งที่เค้างับ เราได้เลือดทุกที แขนเรา ขาเราเต็มไปด้วยรอยที่เจ้าตัวยุ่งจารึกด้วยความรัก..ทั้งนั้น.... ฟันคมมากๆ มากจนเรารับไม่ไหวให้หน้าที่การเล่นเป็นของเจ้านายไป เราคิดเริ่มกังวลว่ามันจะดุกับเจ้าของมั๊ยเนี่ย เล่นงับกันอย่างนี้... ตอนนั้นราไม่สามารถจริงๆ ถึงจะอ่านมาบ้างว่าหมาบางแก้วเค้ามีพฤติกรรมอย่างนี้ แต่เราก็ตกใจ และมักจะชักมือออกทุกครั้งก็ได้เลือดตามมาทุกที เป็นริ้วทางยาว ขึ้นอยู่กับว่าเค้ากระโดดสูงมากน้อยแค่ไหน ถ้าเราหยุดนิ่งก็ไม่เจ็บมากหรอก แต่ที่เป็นตอนนั้นเราตกใจทุกที .. เค้าเริ่มยั่งเชิงเจ้านายทั้งสองโดยการเกาะขาแล้วขย่ม(เรียกถูกป่าวจ๊ะ) เราห้ามเค้าทันที เค้าพยามทำอย่างี้ทุกครั้งที่มีโอกาส โอกาสที่เค้าจะทำตอนไหนบ้างล่ะ ตอนเล่น...นะสิ เค้าจะรู้ว่าเค้าเป็นต่อเมื่อไรเค้าจะขึ้นเกาะขาทันที อย่างเวลาเรายืนทำงานในครัว เผลอๆเค้าขึ้นเกาะอีกแล้ว เค้าจะเป็นบ่อยมากในเดือนนั้น .. เราพยามเรียนรู้พฤติกรรมของเค้าไปเรื่อยๆ โดยเข้ามาที่เว็บชุมชนคนรักหมาบางแก้วอย่างจริงจังมากขึ้น เริ่มจากการอ่านกระทู้ย้อนหลัง ว่าเค้าพูด เค้าถามอะไรกันมาบ้าง คำถามที่ตรงกับที่เราเจอปัญหาก็เอาปรับใช้กับเจ้าตัวยุ่งของเราไปเรื่อยๆ จนเราไปเจอความคิดเห็นท่านหนึ่ง เค้าพูดถึงหมาบางแก้วที่ทำให้เรารู้สึกดีๆ อยากที่จะเข้ารู้ให้ได้ว่าหมาบางแก้วมันอย่างงัย เราพยายามกลับไปอ่านกระทู้ที่มีความเห็นของท่านคนนั้นอีกครั้ง ติดตามอ่านมาเรื่อยๆ ซึ่งเรายังทำตัวเป็นคุณแอบ(อ่าน) ยังไม่แสดงตัวตน รอให้มีใครมาตั้งคำถามที่มันโดนใจเราไปเรื่อยๆ ก่อน และเราก็พยายามที่จะหาอ่าน "พฤติกรรมหมาบางแก้วจากคนที่เลี้ยงเค้าในบ้าน" แต่ก็ไม่ค่อยมีใครเขียนมาเล่า ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีแต่คนถามคำถามซ้ำๆ เดิมๆ

อุ๊ย.. ไม่ทันใจฉันเลย ฉันถามเองดีกว่า เล่าเรื่องเจ้าตัวยุ่งเองดีกว่าเผื่อใครเข้ามาอ่านเจอ มีปัญหาอย่างเราเข้ามาอ่านเจออาจช่วยเค้าได้ไม่มากก็น้อย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่เราทำร่วมกันกับเจ้านายทุกครั้งคือการอาบน้ำให้เจ้าตัวยุ่ง ... สอนในสิ่งที่จะให้เค้าเป็นเด็กดี เช้น พฤติกรรม การเห่า เรากลัวมากเรื่องการเห่าอย่างไม่มีเหตุผลของหมา มันน่ารำคาญมากเลย เรารู้ว่าการเห่ามันของคู่กันกับหมา แต่เราต้องหาเหตุผลว่าทำไมเค้าเห่า เราคิดแบบนี้ ทุกครั้งที่เราอยู่กับเค้า เค้าจะเห่าอะไรก็แล้วแต่เราจะพูดบอกเค้าทุกครั้ง จนเจ้าตัวยุ่งไม่เห่าอย่างไม่มีเหตุผล ถ้าไม่เจอสิ่งแปลกใหม่ หรือผิดปกติ ขนาดหมาปากเปราะเห่าได้ทั้งวัน เจ้าตัวยุ่งก็ไม่เห่าตาม มันคงรู้ภาษากันละน่ะว่า "ไอ้ตัวนั้นมันเห่า บ่นอะไรว่ะ" .... สอนการรับของกินจากเจ้านาย เราจะให้นั่งก่อนทุกครั้ง ถ้าไม่นั่งอด(แด๊ก...อิอิ) นั่งรอเช็ดเท้าก่อนเข้าบ้าน เช็ดตัวก่อนนอน ห้ามกัดสายไฟ ห้ามกัดโซฟา ฯลฯ ... สาระพัดที่เราจะสอนเค้า บอกเค้าได้ในตอนนั้น จนเจ้านายว่า

"นี่คุณพูดมากจริงๆ หมามันก็เบื่อน่ะ"

จากที่เริ่มสอนให้รู้จักในเรื่อง "นั่งรอเช็ดเท้าก่อนเข้าบ้าน เช็ดตัวก่อนนอน" ท่านอย่าคิดว่าง่ายๆ น่ะ สำหรับเราคนเลี้ยงมือใหม่ ไม่ใช่เรื่องหมูๆ เลย ก็ไอ้อาการกล้าๆกลัวๆยังฝังในความรู้สึกเราอยู่ อาการที่แสดงออกมาไม่รู้เจ้าตัวยุ่งรู้ได้อย่างไง พอเรายื่นมาไปเช็ดตัวเค้า เค้าจะไล่งับเราตลอด มีขู่บ้าง ไม่ยอมให้เช็ดได้ง่ายๆ โอ๊ย..ไม่อยากพูดถึงตอนนั้นทุลักทุเลมาก "ขอบอก" บางวันเราร้องไห้เลยน่ะ ไม่เอาแล้ว (พูดกับตัวเอง) ความคิดที่จะเอาเจ้าตัวยุ่งเข้าโรงเรียนฝึกก็ได้บังเกิดขึ้น แต่ในเว็บบอกว่าถ้าให้ดีควรอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป เอาล่ะไอ้ตัวยุ่งฉันจะทนเจ้าไปอีก 5 เดือน ฮ่าๆๆ ... บางวันจัดการตัวเค้าเราก็น้ำตาก็ไหลไปพราง ตอนนั้นอารมณ์มันบอกไม่ถูกน่ะ ... แต่พอตกเย็นกลับบ้าน เรากลับคิดถึงเป็นห่วงว่าเค้าจะเป็นไงบ้าง ถามถึงเค้าทุกเย็น เอ๊ะ..มันอย่างไงกัน?

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก ้ว_๑
โดย อาทร ยงรัตนกิจ - Friday, 20 August 2004, 01:21AM
 

พี่น้อยหน่าครับ ตอนนี้ผมได้แอบคัดลอกเรื่องหญิงชราฯไว้แล้ว กำลังหาเวลาเรียบเรียงอยู่ครับ ถ้าเป็นไปได้จะเอาบางส่วนไปให้อ่านกันวันอาทิตย์นี้ครับ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะตอนนี้งานเข้ามาเยอะเหลือเกิน

จากความรู้สึกส่วนต้วของผม เรื่องที่พี่น้อยหน่าเขียนน่าสนใจมากครับ แต่ถ้ามองในมุมของคนทำหนังสือ คงต้องบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าต้องมีการเรียบเรียงกันใหม่พอสมควร หากต้องการให้ออกมาเป็นหน้งสือที่ใครๆก็อยากอ่าน แต่รับรองครับว่าไม่เกินความสามารถของพวกเราแน่นอน

คำถามที่ว่า ทำไมถึงเลือกบางแก้วเป็นหมาตัวแรกที่เลี้ยง แค่หัวข้อนี้ ถ้าจะเขียนกันจริงๆก็ได้หนึ่งบทแล้วครับ เดี๋ยวเราลองมาร่ายกันดูนะครับ

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก ้ว_๑
โดย ไตรสิทธิ์ . - Monday, 16 August 2004, 10:25PM
 

คุณน้อยหน่า  ผมได้ย้ายกระทู้เดิมไปไว้ที่ห้องเสบียงของโรงเตี้ยมแล้ว   เผื่ออาฮุยจะได้ไว้ทานแกล้มสุราตอนตรวจอักษร

และเพื่อไม่ให้ความเห็นหลังๆตกขอบขวาอย่างที่ป้าวิเป็นห่วง   การตอบไม่จำเป็นต้องกดตอบจากความเห็นล่างสุดก็ได้   อย่างความเห็นนี้ตอบจากความเห็นบนสุด  จะเยื้องในแนวเดียวกับความเห็นที่ 1

 ดูตัวอย่างที่  การตอบกระทู้สามารถตอบที่ความเห็นที่ระดับใดๆก็ได้ การเยื้องหน้าจะต่างกัน

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก ้ว_๑
โดย น้อยหน่า ('.' ) - Tuesday, 17 August 2004, 03:54PM
 

แงซาย ... นายน้อย อ่านๆ แห่ะๆ เจอคำที่ใช้ซ้ำซ้อนเยอะจัง เอาเป็นว่านายน้อย...จะพยามเรียบเรียงแล้วส่งทะยอยมาให้เลยๆ และดีที่สุดเท่าที่ปัญญานายน้อยจะมีน่ะ .. แล้วค่อยมาพิสูจน์อักษรรอบ 2 กันใหม่ ถ้าเจ้ายังไม่เบื่อที่จะอ่านเรื่องของหญิง(ขรา)คนนี้

นายน้อย ...

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก ้ว_๑
โดย น้อยหน่า ('.' ) - Tuesday, 17 August 2004, 07:03PM
 

แงซาย นายน้อย...อ่านกระทู้ย้อนหลังเมื่อ 8 เดือนที่แล้ว มีความเห็นของเจ้าที่เขียนแนะนำนายน้อย .. ไม่ทราบว่าถ้านายน้อย .. จะหยิบยกข้อความของเจ้ามาขีดเขียนด้วย เจ้าจะว่าประการใด

นายน้อย...

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก ้ว_๑
โดย หมาบางแก้ว return - Tuesday, 17 August 2004, 10:51PM
 

ได้เลยครับนายน้อย...  แต่ขอให้เป็นบทความที่นายน้อย...แปลงเป็นความเข้าใจส่วนตัว(ของนายน้อย...)แล้วนะครับ(ถ้าเป็นความคิดเห็น  สามารถแปลงเป็นความเข้าใจอย่างเดียวกันได้เพราะสุนัขบางแก้วที่ข้า ฯ เลี้ยง  จะไม่แตกต่างไปจากที่นายน้อยเข้าใจในเจ้าตัวยุ่งครับ)  ถ้าเป็นบทความที่มีการอ้างอิงจากตำราต่าง ๆ ก็สามารถใช้บทความนั้นได้เลยและบอกแต่เพียงที่มาของหนังสืออ้างอิงนั้นครับ(ไม่ต้องเป็นบทความของแงซายครับ)  เพราะในหนังสือที่อ้างอิงไว้จะเป็นข้อมูลจริง  ถ้ามองออก  ก็จะเห็นว่า 2 เรื่อง  ที่ส่งให้พี่ลี้  ก็สามารถรวบรวมแล้วนำไปเขียนใหม่ตามที่ให้ข้อมูลไว้ได้เลย  แล้วใส่ที่มา(ตามที่ให้ไว้)   ไว้ที่บรรณานุกรมท้ายบทความได้  โดยไม่ต้องอ้างชื่อหมาบางแก้วเลยครับ

สำหรับที่ให้ดึงเวลา  ก็เพราะต้องการให้คนมาอ่านข้อมูล  ได้มีเวลาเตรียมตัว เตรียมใจและได้รับรู้ถึงข้อมูลของสุนัขบางแก้ว  จากหญิงเหล็กคนหนึ่ง...ยักคิ้วก่อนครับ  ช่วงนี้ลูกสุนัขกำลังอยู่ในท้องกัน  ถ้าเป็นไปได้นายน้อย... อาจให้ความคิดเห็นส่วนตัวว่าทำไมเลือกสุนัขบางแก้วมาเลี้ยงไว้เป็นสุนัขตัวแรก   พอถึงช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม  ช่วงนี้ก็จะเป็นการเลี้ยงลูกสุนัขบางแก้วรุ่นใหม่ ๆ กัน  คนที่ต้องการความรู้ในการเลี้ยง  เมื่อเข้า web มา  ก็จะเจอกับบทความของนายน้อย...รออยู่ก่อนแล้ว  จะควบคู่ไปกับการให้ข้อมูลในแต่ละเดือน ๆ    ถ้าคุณอาทรมาเขียนเรื่องยาวกัดฟันไว้ด้วย  ก็จะได้อีกแนวทางหนึ่ง  จะเป็นกุศลกรรมให้สุนัขบางแก้วรุ่นใหม่รุ่นนี้ครับ(อย่างน้อยน่าจะถูกทอดทิ้งลดลงบ้าง  แม้ได้แค่ 1-2 ตัว  ก็น่าจะดีมาก)  ควบคู่ไปกับการให้บทความที่มีประโยชน์  ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาศึกษาต่อไปครับ

สำหรับเรื่องการฝึกสุนัขบางแก้ว(เจ้าตัวยุ่ง)  ก็หวังว่านายน้อย...คงได้ทำและเรียนรู้ต่อไป  ที่เหลือคือให้เค้าเป็น  Good Personality ครับ  (Good temperament แลบลิ้นสุนัขนิสัยหรืออารมณ์ดีน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี)  อย่าลืมหนังสือ"พฤติกรรมสุนัขและแมว"  ต้องมีไว้ที่บ้านนะครับ  เหลือเรื่อง Training ability  กันอยู่  สุนัขไทยเค้าว่า ดื้อและฝึกยากนั้นจะจริงมั้ย  ถ้ามีการได้ฝึกจากนายน้อย...(การฝึกที่สูงขึ้น-ในการทำงานที่ยากขึ้น)แล้วอย่าลืมเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ

เรื่องคำผิด  ไม่ต้องกังวลอะไร  เพราะคงยังไม่ได้พิมพ์หนังสืออะไรกันตอนนี้หรอกมั้งครับ  เดี๋ยวต่อไป(ถ้าจะพิมพ์จริง ๆ)น่าจะมีป้า ๆ มาตรวจให้  ไม่แน่น้านายน้อย...เราอาจได้เห็นบทความที่มีประโยชน์อีกมากมายจากผู้อาวุโสอีกหลายท่านเข้ามาอยู่ในคลังนี้ก็ได้    ยิ้ม คลังแห่งข่าวสารข้อมูลที่ให้กับทุกคนที่สนใจสุนัขได้อ่าน

อย่าลืม  ดึงเรื่องไว้ได้ทั้งปีครับ  ควบคู่ไปกับคนเลี้ยงรุ่นใหม่ที่กำลังจะมาถึง

มันตรัย

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก ้ว_๑
โดย น้อยหน่า ('.' ) - Wednesday, 18 August 2004, 09:57AM
 

ต้องขอขอบคุณพี่กลางมากเลยค่ะ ที่วันก่อนพี่กลางทักเรื่องช่วงเวลา ว่ามันเร็วไป น้อยจะข้ามตอนไปถึง "โลกล้านปี" เสียนี้ เป็นช่วง อายุ 4 เดือนไปแล้ว ด้วยที่ว่าอยากจะเล่าความตื่นเต้นที่มีกับเจ้าตัวยุ่ง และอยากเดินทางให้ถึงมรกตนครไหวๆ ยิ้ม

พอน้อยมานั่งอ่านกระทู้เก่าๆ นึกได้ว่าเราข้ามเวลาตอนเจ้าตัวยุ่ง อายุ 1-3 เดือนไปเยอะเหมือนกัน ซึ่งเป็นช่วงที่น้อยอยู่ในระหว่างการเดินทางใน "นรกดำ" มันมีแต่ สับสน ช่างคิด เศร้า แปลกใจ

ขอบคุณพี่กลางอีกครั้งค่ะ

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก ้ว_๑
โดย น้อยหน่า ('.' ) - Wednesday, 18 August 2004, 01:24PM
 

มันตรัยที่ท่านกล่าวประโยคนี้ ว่า ... "อาจให้ความคิดเห็นส่วนตัวว่าทำไมเลือกสุนัขบางแก้วมาเลี้ยงไว้เป็นสุนัขตัวแรก" ... เป็นคำถามที่ดีมาก .........ยักคิ้ว ทำไมล่ะ แลบลิ้น

ตอนแรกเราก็ไม่รู้หรอก รู้แค่ว่าเจ้านายอยากเลี้ยงสุนัข แต่จะพันธุ์อะไรนั้นเราไม่เคยถาม แต่เรานะแอบชอบพันธุ์ชิสุห์มานานแล้ว เราก็เลยต่อลองเจ้านายว่าถ้าจะเลี้ยงก็ต้องเลี้ยงพันธุ์นี้ มันน่ารัก ขนยาวๆ ตากลมใสเหมือนตาเด็ก .. น่ารักไปหมดเลย ....แก้มแดง

แต่เจ้านายก็ค้านว่าไม่เอา เอามาทำไมเลี้ยงไปก็ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย แค่น่ารักอย่างเดียว นอกจากเห่า อีกอย่างสุนัขพันธุ์เล็กพอโตมักจะไม่ค่อยแข็งแรง ขี้โรค สาระพัดที่เจ้านายยกเหตุผลมาพูดให้เราฟัง ฉะนั้นช่วงที่ไม่ยอมกันว่าจะเลี้ยง เพราะไม่พร้อมหลายเรื่อง ก็เลยช้าไปเป็นปีๆ

แต่พอเรามาซื้อบ้านใหม่ และเราต้องอยู่ตัวคนเดียวบ่อยขึ้น เจ้านายเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมากขึ้น เดือนละ 1-2 ครั้ง บางครั้งไปทีครั้งละนานๆ เค้าก็เป็นหวงเรา ที่นี้เค้าก็หาเหตุมาพูดให้เรารู้สึกว่าหมาพันธุ์นี้มันดีอย่างงัย แต่เราก็แย้งเค้าตลอดว่า

คุณ..แล้วเราจะเอามันอยู่เหรอ ตัวเราเองเลี้ยงไม่เป็นเลยน่ะ (ความหมายของเราไม่ใช่แค่ให้ข้าวกิน ให้น้ำ ให้ซุกหัวนอนเท่านั้นน่ะ)

ลองดูสิ ไม่เห็นยากเลย คุณลองเปลี่ยนทัศนคติ ปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ ผมเชื่อว่าคุณทำได้ ลองคุณมีพื้นฐานของคำว่า "สงสาร" มันไม่น่ายากเลย

จุดประสงค์ของเจ้านายที่คิดจะเลี้ยงพันธุ์คือ เป็นทั้งยามเฝ้าบ้าน เพื่อแท้ยามที่เค้าไม่อยู่จะได้เพื่อนเราได้ ... แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องเลี้ยงให้เค้ายอมรับเป็นจ่าฝูงเสียก่อน แต่กว่าจะเลี้ยงให้เค้ายอมรับว่าเราเป็นจ่าฝูงได้นั้นเราใช้เวลา และความอดทนทีเดียวกับคนที่ไม่เคยเลี้ยงหมาอย่างเรามันยากส์..มากน่ะมันตรัย

(ถ้าเราไม่อดทนสอนเค้า เค้าก็ไม่ทนกับเรา) แล้วเค้าจะเป็นเด็กดีสำหรับเจ้านายอย่างไร

และเจ้าตัวยุ่งมันก็พิสูจน์ตัวมันเองแล้ว เมื่อเวลานั้นมาถึง .......

แต่กว่าเราจะทำให้เจ้าตัวยุ่งพิสูจน์ว่า มันเป็นมิตรแท้กับเรา รักเรา ฟังเรา(บ้าง อิอิ) มีแววตาที่ยิ้มทุกครั้งเมื่อถ่ายรูปออกมา มันมีรายละเอียดอีกมากอย่างที่ท่านเคยกล่าว ถ้าท่านอ่านเรื่องที่เราโพลต์มาตลอดท่านคงพอจะทราบ ... มันเป็นความภูมิใจของเรา (แต่คนอื่นที่เลี้ยงหมามากๆ คงจะรู้สึกเฉยน่ะ) เป็นความสุข ซึ้งผ่านความทุกข์มาแล้ว(เพราะเราคิดเอาเองว่ามันทุกข์) เห็นด้วย

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก ้ว_๑
โดย หมาบางแก้ว return - Thursday, 19 August 2004, 12:47AM
 

ที่ต้องถามประโยคนี้  ก็ต้องการขยายแนวคิดของการเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ครับนายน้อย...ว่าคิดกันอย่างไร  ให้ผู้สนใจที่จะเลี้ยงได้รับทราบเหตุผล  ช่างคิด credit นี้ต้องให้นายพรานใหญ่ครับ  เป็นเรื่องของมิตรภาพที่ต้องฝากชีวิตกันและกันไว้กับเพื่อนแท้  (รายละเอียดตรงนี้จะละเอียดอ่อนมาก  คงถามต่ออะไรไม่ได้ครับ)

แต่คงถามนายน้อยได้ว่า  มิตรภาพของสุนัขพันธุ์นี้เป็นอย่างไรบ้างครับกัดฟัน  สุนัขไทยน่ารักเพียงใด  รอยยิ้มในแววตาเค้าใสเหมือนกับที่นายน้อยต้องการหรือไม่แลบลิ้น  การเอาใจใส่  ยามที่เค้าโตแล้วก็ไม่ยากใช่มั้ย  เค้าคอยจะดูแลเรามากกว่าเราดูแลเค้ามั้ย  ยิ้มยิ้มเฝ้าเราอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่บ่นและเบื่อในการทำหน้าที่  ไม่กวนใจ  ขอนอนดูเฉย ๆ ก็ได้  ตอนนี้ต้องการพันธุ์ที่เอ่ยถึงอีกหรือไม่

ถ้าเป็นพันธุ์อื่น(ที่เอ่ยถึง)แลบลิ้นแล้วให้หญิงเหล็ก...เลี้ยงด้วยแล้ว  คงจะสนุกน่าดู  เรียกร้อง   เห่ามาก  ฮา ๆๆๆ  ที่ข้า ฯ เจออยู่นี่  น่าจะจับส่งไปให้นายน้อย...เลี้ยงแทน  ไม่เหมือนเจ้าตัวยุ่ง  รายนี้เค้าไม่มีนิสัยเหมือนเจ้าตัวที่กล่าวมาเลย  บางครั้งเค้าก็รำคาญแทนข้า ฯ เสียอีก  แต่อย่างไรก็ตามคงเปรียบเทียบกันไม่ได้ครับ  เจ้าตัวที่กล่าวมา  เค้ามีปัญหาคือเจ้าของทิ้ง  ตาก็เกือบจะบอด(ขาดการดูแลในเรื่องขนที่ปรกหน้าเค้า)  ได้แต่เลี้ยงให้เค้ามีที่พักพิงในช่วงสุดท้ายในชีวิตครับ

คงจำกระทู้เก่า ๆ ได้นะครับนายน้อย...  ที่เคยบอกว่าจะเลี้ยงเค้าก็ต้องไม่ธรรมดา  ราคาที่ต้องจ่ายไปจะมีมาก  เป็นเรื่องการวัดใจ  ร่วมทุกข์และสุขพร้อมกันกับเค้า  จะจำกันได้นาน  แววตาเค้าถึงมีรอยยิ้มอยู่เสมอยามเอียงคอจ้องดูนายน้อย...  เศร้า(มันคงล้อเลียน)  หลายคนใน web ยังไม่เข้าใจอย่างที่นายน้อย...เข้าใจ  มัก post รูปมาโดยไม่คิดว่า  สุนัขที่เค้า post มานั้นมีอารมณ์อะไร  ถ้าเห็นบ่อย ๆ แล้วแววตายังคงเดิมละก็  พอสรุปลงไปถึงการเลี้ยงดูได้ครับ

คนเลี้ยงสุนัขบางแก้วจึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องอารมณ์ของสุนัขที่เค้าเลี้ยง  แววตาจึงเป็นสิ่งประเมินผลของการเลี้ยง  ไม่สามารถหลอกใครได้   ยักคิ้วสำหรับความภูมิใจ  ต้องขอเสริมครับเพราะในนั้นจะมีความทรงจำที่ฝังแน่นอยู่ด้วย  ต่อให้วันข้างหน้าเลี้ยงสุนัขอีกเป็นร้อย ๆ ตัว  ถ้านึกถึงวันเก่า ๆ กับเพื่อนแท้  จะมีรอยยิ้ม  มีความภูมิใจ  มีความทรงจำ  มีความระลึกถึง  มีน้ำตา ฯลฯ แลบลิ้นบางอ้อ  จะกลับมาครับ

มันตรัย  

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก ้ว_๑
โดย น้อยหน่า ('.' ) - Thursday, 19 August 2004, 10:09AM
 

ตอนนี้นายน้อย...พูดได้เต็มปากเลยน่ะ ว่าไม่อยากเลี้ยงพันธุ์อื่นเลย แม้กระทั่งพันธุ์ที่นายน้อย...แอบชอบ ก๋ม่คิดที่จะเลี้ยงแล้ว เห็นเพื่อนข้างบ้านเลี้ยงแล้ว น่ารำคาญแทนอ่ะมันเห่าจังเลย  ความน่ารักของตัวสุนัขอย่างเดียว คงไม่ใช่เครื่องวัดว่าเราจะเลี้ยงเค้าได้อย่างไม่มีปัญหา

มันขึ้นอยู่กับคนที่เลี้ยงเค้าด้วย และที่สำคัญไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่งในบ้านน่ะ ต้องทุกคนที่อยู่ในบ้านจริงๆ เพราะเราคิดอย่างนี้มาตั้งแต่ต้น เราถึงได้ปรับตัวเองแบบไม่ฝืนความรู้สึก และด้วยความ ห่วงใย ผูกพัน คิดถึง จนกลายเป็นรักหมดใจ จนทุกวันนี้ไม่รู้ว่าใคร(เรากับเจ้านาย) รักเจ้าตัวยุ่งมากกว่ากัน กัดฟัน

ตอบ: หญิง(ชรา)กับหมาบางแก ้ว_๑
โดย ไตรสิทธิ์ . - Friday, 20 August 2004, 03:27PM
 
ความเห็นล่าสุดที่เป็นของคุณอาทรนั้น    เนื่องจากไปตอบแทรกอยู่ในข้อย่อยก่อนหน้าข้อใหญ่หลังสุด  เลยถูกเอาไปต่อท้ายที่นั้น   ไม่ปรากฏต่อท้ายที่นี่   ยุ่งเหมือนกันนะ http://www.bangkaew.com/webboard/pic/confused.gif   ภาษาเว็บบอร์ดเขาเรียกว่า Thread คือถูกสอดแทรกเข้าไปในข้อย่อยที่ตอบ   ซึ่งคนที่มาอ่านต่อท้ายอาจไม่ทันได้สังเกตุเห็น
คุณน้อยหน่าอาจขึ้นกระทู้ใหม่ใส่กระทู้ทีละตอนแบบเดิมให้คนได้ออกความเห็นแต่ละตอนก็ดีนะครับ   เพียงแต่ใส่หมายเลขตอนให้ชัดเจน เหมือนที่คุณสุเคยไปไล่กระทู้ในพันทิปถึง 13 ตอน  ก็มีคนออกมาให้ความเห็นทุกตอน   แต่ที่พันทิปจะเรียงลำดับก่อนหลัง   ไม่กระโดดเป็นม้าแข่งเหมือนที่นี่   แต่ยังไง   ถ้าจำเป็นก็สามารถโยงไล่ตามบทจากหัวข้อในโรงเตี้ยมได้ครับ
ฝากถึงคุณหมาบางแก้วและคุณน้อยหน่าให้ช่วยอัพเดทข้อมูลในประวัติส่วนตัวหน่อยครับ    มีคนสนใจเข้าไปดูเยอะ   คงอยากรู้จักว่านายน้อยกับมันตรัยเป็นใครกันแน่