รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Saturday, 13 May 2006, 07:18PM
 

สวัสดีค่ะท่านสมาชิกทุกท่าน

                ในวันหยุดยาวๆ ที่เหงาๆแบบนี้ แม่กี๋ขอนำความบันเทิงมาสู่เว็บอีกครั้ง จากกระทู้ที่ 4 ...ลูกวัยรุ่น วุ่นหยดติ๋ง สู่กระทู้ที่ 5...เมื่อลูกเป็นเซียน 

                                           คิดถึงทุกท่านในวันหยุด

                                                          แม่กี๋ ท่ายางค่ะ


ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Saturday, 13 May 2006, 07:25PM
 

         ตอน: การเผชิญหน้าของหมานักเลง

 

                        ขอบคุณทางด่วนพิเศษและถนนพระราม 2 ที่ทำให้อำเภอมหาชัยอยู่ใกล้กรุงเทพฯนิดเดียว เพียงชั่วอึดใจที่นั่งมองสองข้างทางอย่างเพลิดเพลิน ไม่นานนักแม่กี๋ก็ได้กลิ่นไอทะเลและกลิ่นอาหารทะเลที่โชยมาจากท่าเรือประมง แม่กี๋หันไปมองเต๋าเต้ย ที่หยุดการเคลื่อนไหวไม่คึกคะนองกระโดดไปมา ซ้ายขวาหน้าหลัง เหมือนตอนแรกๆที่ขึ้นมานั่งในรถ แต่กลับนั่งโอนเอน และทรุดตัวลงนอนข้างๆแม่กี๋ เอาหน้ามาเกยไว้บนตัก ทำหน้าง่วงๆแต่ไม่ยอมหลับ ตลอดการเดินทางเต๋าเต้ยจะคอยหรี่ตามองหน้าทุกครั้งที่พ่อจ๋าขับรถตกหลุม แตะเบรก เลี้ยวรถหรือหยุดรถตรงสัญญาณไฟ เต๋าเต้ยกำลังวิตกกังวลและมีอาการเมารถร่วมอยู่ด้วย

                     ในปัจจุบันการเดินทางทางรถ กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนและหมาที่โคจรมาใช้ชีวิตร่วมกัน หมาบางตัวได้รับการฝึกให้โดยสารบนพาหนะของเจ้าของได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น จักรยาน รถมอเตอร์ไซด์ รถอีแต๋น สามล้อถีบ สามล้อเครื่อง และรถซาเล้ง ฯลฯ พาหนะเหล่านี้ดูจะเหมาะกับชีวิตชาวชนบท บ่อยครั้งที่แม่กี๋เห็นหมานั่งในตะกร้าหน้ารถจักยานหรือรถมอเตอ์ไซด์  นั่งคู่ไปกับคนขับเกาะแฮนด์รถมอเตอร์ไซด์เอาหน้าโต้ลมจนขนปลิวลิ่วลู่ไปด้านหลัง หรือนั่งซ้อนท้ายอยู่บนเบาะหลัง เอี้ยวตัวไปมาตามแรงรถ แรงเลี้ยวของคนขับ แลดูชำนาญงานเสียจนคนยืนริมถนนหมดสิทธิร้องเพลง “หมาของใคร มอเตอร์ไซด์ทำหล่น” และในบางครั้งเจ้าของหมาผู้มีอารมณ์ขันยังทำให้ตำรวจจราจรยืนขำก๊ากอยู่กลางสี่แยก เมื่อเห็นสิงห์มอเตอร์ไซด์ใส่หมวกกันน๊อค ในขณะที่น้องหมาซ้อนท้ายใส่หมวกไอ้โม่งไหมพรมในวันที่อากาศหนาวเย็น

                           แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ รถเก๋ง รถตู้ รถปิคอัพ และแท็กซี่ ถือว่าเป็นพาหนะที่คนนิยมใช้พาหมาเดินทาง ไหนมาไหนทั้งทางไกลและทางใกล้ เพราะรถยนต์สามารถอำนวยความสะดวกได้หลายด้านอาทิเช่น มีหลังคา กันแดด กันลม กันฝน กันฝุ่นละออง นอกจากนั้นยังให้ความสบายขณะขับขี่สำหรับรถที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ มีเพลงฟังจากเครื่องเสียงภายในรถ  และที่สำคัญรถยนต์ให้ความปลอดภัยในการเดินทางที่เหนือกว่า ยกเว้นนักซิ่งและพวกที่นิยมเมาแล้วขับ แต่เจ้ารถยนต์คันโก้ของเจ้านายมันกลับมีผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจของหมาผู้ร่วมเดินทางไม่น้อย

                    อันที่จริงแม่กี๋ควรจะเฉลียวใจเรื่องการฝึกให้เต๋าเต้ยได้คุ้นเคยกับการเดินทางทางรถยนต์บ้าง แทนที่จะจับนั่งรถยนต์ข้ามจังหวัดในครั้งแรกและครั้งที่สอง เต๋าเต้ยไม่ได้ถูกฝึกให้เคยชินกับการนั่งรถยนต์ตั้งแต่อายุยังน้อย จึงมีอาการทรมานคล้ายคนเมารถ แม่กี๋สังเกตเห็นเต๋าเต้ย นั่งซึม น้ำลายไหลยืด  นอนหมอบกระแต ทำท่าจะอาเจียนหลังจากเราเดินทางออกมาจากดอนเมืองได้ไม่นาน หลายคนเคยสงสัยว่า “จริงหรือไม่?ที่หมาแมวเมารถ” คำตอบที่ได้รับจากสัตวแพทย์ท่านหนึ่งยืนยันว่า “จริงครับ..จริงร้อยเปอร์เซอร์” จากคำตอบนี้ช่วยให้แม่กี๋วินิจฉัยอาการของเต๋าเต้ยได้ว่า เจ้าตัวร้ายหยุดซ่าชั่วคราวเพราะ เมารถ นั่นเอง

                      และคงเป็นเพราะเต๋าเต้ยตัวโตขึ้น การนั่งอยู่ในรถกับเต๋าเต้ยครั้งนี้ทำให้แม่กี๋ได้มองเห็นปัญหาอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม ก็คือความปลอดภัยภายในห้องโดยสาร เต๋าเต้ยเกิดอาการตื่นเต้นและก่อกวนด้วยการกระโดดใส่หน้าต่าง  เห่าเวลาเห็นสิ่งต่างๆที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก ทุกวันนี้เต๋าเต้ยยังคงติดเป็นนิสัยชอบกระโดดไปมา และรบกวนพ่อจ๋าเวลานั่งอยู่ในรถเสมอ   

                    จนเมื่อไม่นานมานี้ แม่กี๋ได้อ่านพบในหนังสือหลายเล่ม ที่ให้ความรู้เรื่องการฝึกหมาให้เป็นผู้โดยสารที่ดี เพราะการนั่งรถยนต์ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติของหมาเพราะฉะนั้นหมาไม่อาจเรียนรู้มารยาทของผู้โดยสารที่ดีได้ด้วยตัวเอง  แม่กี๋เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนรักหมา ที่ชอบพากันออกไปนั่งรถเที่ยว กินลมชมวิวนอกบ้านเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แม่กี๋จึงขอนำมาเขียนไว้เผยแพร่เป็นความรู้เล่าสู่กันอ่าน


ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Saturday, 13 May 2006, 07:29PM
 

การฝึกควรเริ่มจากการพาลูกหมาช่วงสองสามเดือนแรกนั่งรถไปที่ใกล้ๆก่อน แล้วจึงค่อยๆเพิ่มระยะทางให้ไกลขึ้น อาจไม่จำเป็นต้องลงจากรถเลยจนกระทั่งกลับถึงบ้าน โดยเจ้าของจะต้องอยู่ในรถด้วยตลอดเวลา เพื่อให้ลูกหมาอุ่นใจและปลอดภัย หรือสร้างความรู้สึกสบายใจ ด้วยการหาของเล่นหรือเสริฟของขบเคี่ยวบริการให้เป็นพิเศษ แต่แม่กี๋ขอหมายเหตุสักนิดว่า เทคนิคนี้เหมาะสำหรับลูกหมาที่ไม่มีอาการเมารถเท่านั้น มิเช่นนั้นเจ้าของมีหวังได้ล้างโจ๊กของน้องหมาที่ละเลงไว้บนเบาะรถเป็นแน่

                         วิธีการข้างต้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกหมาชินกับการเดินทาง จนกระทั่งไม่กลัวรถและหายเมารถได้ในที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัวของหมา และความช่วยเหลือจากเจ้าของในการนำพาหมาของตัวเอง ให้ผ่านพ้นภารกิจการฝึกครั้งนี้

                         เมื่อหมาทำความรู้จักกับรถยนต์ดีแล้ว เจ้าของควรกำหนดพื้นที่ให้หมาเคลื่อนที่ได้อย่างจำกัดด้วยการใช้กรง โดยเฉพาะหมาพันธุ์พี่บิ๊คทั้งหลายที่พออายุมากขึ้นจะมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย การแยกหมาให้อยู่อย่างเป็นสัดเป็นส่วน นอกจากจะลดปัญหาเรื่องความวุ่นวายในห้องโดยสารแล้วยังเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้คนกับหมาต้องอยู่ด้วยกันเป็นเวลานานในที่ๆแออัดคับแคบ รวมไปถึงการขจัดปัญหาเรื่องน้ำลายของหมาที่หยดกระเด็นไปทั่วเบาะรถ ซึ่งอาจเป็นพาหนะนำโรคมาสู่คนได้  หรือขนที่ฟุ้งกระจายภายในรถ สาเหตุของการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหอบหืด และโรคภูมิแพ้  

                     ดังนั้นเจ้าของจึงไม่ควรนำลูกหมาไปนั่งในห้องโดยสารด้วยกันจนโต หรือปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปนานจนกระทั่งหมาเรียนรู้ว่าการนั่งรถต้องนั่งอยู่กับเจ้าของเท่านั้น  แต่แล้วจู่ๆวันหนึ่งจะมาเปลี่ยนแปลง โดยเนรเทศให้ถูกขังอยู่ในกรงด้านหลัง หมาอาจจะกลับมาตื่นกลัวและวิตกกังวล กระสับกระส่ายไม่ยอมอยู่นิ่ง จนทำให้หมาบางตัวกลับไปมีอาการเมารถอีกครั้ง

                      ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการทำร้ายจิตใจกัน  เพราะหมาย่อมไม่เข้าใจว่า ทำไมเจ้านายถึงไม่เอาไปนั่งอยู่ด้วยกันเหมือนวันก่อนเก่า หรือว่า “นายจะหมดรักตูเสียแล้วหนอ??” มาถึงตรงนี้เจ้าของคงต้องมานั่งแก้ปัญหา หมาน้อยใจ เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเรื่อง ถึงแม้นแม่กี๋จะไม่มีแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่เชื่อถือได้ในเรื่องของหมาน้อยใจ แต่เท่าที่อยู่กับหัวโตมานานกว่าสี่ปี หลายครั้งหลายหนที่แม่กี๋โดนหัวโตตัดพ้อต่อว่าด้วยสายตาที่เศร้าปนซึ้ง

                     ดังนั้นเจ้าของควรฝึกให้หมาอยู่ในกรงตั้งแต่เริ่มฝึกนั่งรถยนต์ทั้งนี้เพื่อให้หมาเคลื่อนที่ได้อย่างจำกัด  แต่ต้องแน่ใจว่ากรงใหญ่พอที่หมาจะลุกขึ้นยืน หมุนตัวและนอนลงได้ อาจหาเบาะนุ่มๆให้นอนนั่งรองรับน้ำหนักตัว เช่นเดียวกับเบาะรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายเวลารถเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆ  หากเป็นการเดินทางระยะไกลๆ ควรมีการจอดพักให้หมาได้พบกับเจ้าของ หรือถ้ามีเวลาพอก็พาลงเดินหรือเล่นด้วยสักพัก ให้น้ำ ให้อาหาร ให้ของว่าง เพื่อทำให้หมาคลายความกังวลเมื่อได้เห็นหน้าเจ้าของ   

                      การปลูกฝังให้หมาเรียนรู้ว่ากรงคือที่อยู่ของตนเมื่อต้องเดินทางโดยรถยนต์  ในที่สุดหมาจะเกิดความเคยชินและ สามารถนอนสงบนิ่งได้ตลอดการเดินทาง  แต่แม่กี๋ขอเสนอแนะว่าในการฝึกระยะแรกๆจุดหมายปลายทางที่จะพาไปน่าจะเป็นที่ๆหมาได้รับความสนุกสนานเช่น การพาไปเที่ยว สวนสาธารณะ ชายทะเล ทุ่งหญ้า หรือป่ากว้าง ฯลฯ เพราะเมื่อไปถึงหมาจะรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งยังเชื่อมโยงไปสู่ความรู้สึกดีๆที่ได้นั่งรถไปเที่ยวได้วิ่งเล่นเมื่อเดินทางไปถึงจุดหมาย แต่ถ้าลงจากรถแล้วเจอแต่หน้าคุณหมอ กลิ่นยา หมาป่วยและคลินิก หมาตัวไหนๆคงไม่อยากจะนั่งรถ เพื่อไปเจอเข็มฉีดยา... ไอ้หย๋าหมาชี้ช้ำจริงๆนะเจ้านาย

                     แต่การให้หมาระวังความประพฤติแต่ฝ่ายเดียวยังไม่เพียงพอ คนขับรถควรต้องมีวินัยในการขับขี่รถที่มีหมาเป็นผู้โดยสาร สารถีต้องนึกถึงสถานะของหมาที่นั่งร่วมทางไปด้วย พึงใส่ใจว่าหมามองไม่เห็นว่ารถกำลังมุ่งเดินหน้าไปในทางไหนและเดาไม่ได้ว่ารถจะหยุด เลี้ยวหรือเร่งความเร็ว  ดังนั้นการขับช้าๆ ชะลอความเร็วเมื่อต้องเลี้ยวรถตามโค้งหรือมุมถนน และเร่งหรือผ่อนความเร็วอย่างนิ่มนวล ช่วยให้หมาไม่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายไปมาตามการเปลี่ยนทิศทางของรถ

                     หรืออีกวิธีหนึ่งคือให้คนขับเลือกเส้นทางตรงเช่น ทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์  ก็จะเป็นผลดีต่อหมาที่มีอาการเมารถอาเจียนอยู่เป็นประจำไม่ต้องผจญกับเส้นทางที่คดเคี้ยวเลี้ยวทุกโค้งหรือการจราจรที่ติดขัดหยุดชงักทุกห้านาที เจอเส้นทางแบบนี้อย่าว่าแต่หมาเลย แม้นแต่คนยังเมาจนเพี้ยนไปเลย


ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย PRASERT KUM-ON - Saturday, 13 May 2006, 07:49PM
 

คุณ กี๋ เข้าใจสุนัข และเขียนได้ดีมากครับ ผมดีใจและขอบคุณแทนสุนัขด้วยครับ

ประเสริฐ ครับ

ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Saturday, 13 May 2006, 09:06PM
 

สวัสดีค่ะคุณประเสริฐ ดูจากภาพซ้ายมือแล้ว คุณประเสริฐก็มีน้องหมาบางแก้วหน้าตาบ๊องแป๊วอยู่ในดวงใจให้เป็นห่วงเป็นใยเช่นกัน ชื่อเรียงเสียงไรหรือคะ แนะนำให้แม่กี๋รู้จักบ้างนะคะ

หวังว่าคุณประเสริฐจะได้อ่าน 4กระทู้แรก ที่แม่กี๋พูดเล่าเม้าท์ติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง ในตอนล่าสุดนี้..ยังมีเรื่องให้ติดตามอีกนิด อีกนิด และดูเหมือนว่าเรื่องราวจะเข้มข้นในตอนท้ายของเรื่องเสียด้วยสิคะ...โปรดติดตาม "เมื่อลูกเป็นเซียน" ในวันพรุ่งนี้นะค้า

                                                   แม่กี๋ (แม่ของ.. ว่าที่เซียนเต้ย)


ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย จิตรใส สิระชัยนันท์ - Saturday, 13 May 2006, 08:58PM
 

คุณแม่กี๋ขา นู๋ชื่อเต้าหู้ค่ะ  นู๋เนี่ยเมารถจังค่ะ  วิธีไหนก็แก้ไม่ได้

ต้องโทษแม่นู๋  ไม่ยอมหัดให้นู๋นั่งรถตั้งแต่เด็กๆ  โกรธแม่แล้วด้วย เท่


ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Saturday, 13 May 2006, 09:35PM
 

ฮั่นแน่...แม่จิตรใสอยู่ใกล้ๆนี่เอง นึกว่าไปลองวีคเอนด์อยู่ไหนๆ ไกลจากบ้านเสียอีกจ้า

น้องเต๋าหู้คือน้องหมาที่รับมาอุปการะรายล่าสุดใช่มั๊ยคะ ดูจากภาพเค้าแข็งแรงดีเน๊อะ พานั่งรถเที่ยวบ่อยๆเดี๋ยวก็ชินไปเองอ่ะค่ะ

แล้วเด็กๆก๊วนเดิม ข้าวตู ข้าวโอ๊ต ข้าวตังเป็นอย่างไรกันบ้าง ส่งรูปมาให้แม่กี๋ดูมั่งเด้อ..อัพเดทข้อมูลหลานๆหน่อย

ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Saturday, 13 May 2006, 09:52PM
 

                        โชคดีที่วันนั้นเส้นทางระหว่าง เชียงใหม่- กรุงเทพฯ- อ.มหาชัย สมุทรสาคร เป็นทางตรงตลอดสาย นับตั้งแต่อยู่บนเครื่องฯของเจ้าจำปีที่บินได้นุ่มนวลดั่งสโลแกน “Smooth as silk” ออกจากดอนเมืองสู่ถนนวิภาวดีรังสิต จนกระทั่งขึ้นทางด่วนดินแดง-ดาวคะนอง ต่อเนื่องถึงถนนพระราม 2 เป็นเส้นทางตรงที่ปราศจาก ปัญหาการจราจร ทางโค้ง ทางเลี้ยว แม่กี๋จึงหวังว่าคงไม่ทำให้เต๋าเต้ยทรมานจากอาการเมารถมากนัก

                    การเดินทางที่ยาวไกลของเต๋าเต้ยกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว ช่วงเวลาสี่เดือนที่เต๋าเต้ยมาอยู่กับแม่กี๋ เต๋าเต้ยได้พบกับประสบการณ์ชีวิตใหม่เช่น การปรับตัวกับสภาพแวดล้อมและสังคมที่มีทั้งคนและหมา  การเรียนรู้และจดจำกฎระเบียบในการอยู่ร่วมกัน ข้อมูลใหม่ๆที่เต๋าเต้ยได้รับมันมากมายจนอาจพูดได้ว่ามันมากเกินอายุของเต๋าเต้ยที่เพิ่งย่างเข้าเดือนที่ห้าเท่านั้นเอง

                      แม่กี๋นั่งถึงนึกถึงวันที่เต๋าเต้ยพบกับหัวโต อาทิตย์แรกของการเริ่มต้นที่ดี ที่ทั้งคู่เป็นเพื่อนเล่นกันอย่างสนุกสนาน จนมายุติลงในวันที่เต๋าเต้ยแผลงฤทธิ์บังอาจแย่งขนมของโปรดของหัวโต ความไม่ลงรอยกันจึงเกิดขึ้นจนกระทั่งเต๋าเต้ยจากไปอยู่ที่เชียงใหม่ การเผชิญหน้าครั้งนี้แม่กี๋ภาวนาให้ทั้งคู่อ่อนข้อให้แก่กันบ้าง มิเช่นนั้นการอยู่ร่วมกันในบ้านที่มีบางแก้วนักเลงสองตัวทะเลาะเบาะแว้งกัน มันไม่ต่างอะไรกับสนามรบขนาดย่อมเลยทีเดียว..

                       พอเข้าเขตจังหวัดสมุทรสาคร แม่กี๋รีบแจ้งให้ผู้โดยสารตัวน้อยทราบถึงจุดหมายปลายทาง แม่กี๋ลูบหัวเต๋าเต้ยไปมา และพยายามคุยให้เต๋าเต้ยคลายความกังวลใจ “เต๋าเต้ย แม่กำลังจะพาเต๋าเต้ยกลับบ้านที่มหาชัยนะ เต๋าเต้ยจำบ้านของเรากับพี่โตได้มั๊ยลูก พี่โตเค้ารอเต๋าเต้ยอยู่ที่บ้านนะ” เต๋าเต้ยเงยหน้าขึ้นสบตาแม่กี๋แล้วแลบลิ้นยาวหายใจแรงจนตัวโยน การเดินทางที่ยาวนานทำให้เต๋าเต้ยตื่นเต้นและอ่อนเพลีย

                       ทันทีที่ไปถึงบ้านแม่กี๋รีบเปิดประตูรั้วและปล่อยให้เต๋าเต้ยวิ่งเข้าไปในบริเวณบ้านก่อน เพื่อให้เต๋าเต้ยได้ผ่อนคลาย เปลี่ยนอิริยาบถ และสำรวจกลิ่นของสถานที่ที่กำลังจะเป็นบ้าน และที่นอนแห่งใหม่ในคืนนี้ เต๋าเต้ยวิ่งตรงไปที่พื้นหญ้าย่อตัวลงฉี่และเดินไปดมกลิ่นที่ริมรั้วที่เคยเป็นที่อึเมื่อสองเดือนก่อน แม่กี๋มองเต๋าเต้ยวิ่งเริงร่าไม่มีวี่แววของความอ่อนเพลียหลงเหลืออยู่เลยแม้นแต่น้อย

                       “แม่ๆ พี่โตมาแล้ว” เสียงพ่อจ๋าส่งสัญญาณเตือนภัย ให้แม่กี๋เตรียมพร้อมเข้าควบคุมสถานการณ์การหวนกลับมาพบกันของหมานักเลงต่างวัย หัวโตทำหน้ายุ่งๆเหมือนเพิ่งตื่นลุกเดินออกมาจากที่นอน เดินอุ้ยอ้ายเข้ามาต้อนรับแม่กี๋ด้วยสีหน้าที่พลันเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มแจ่มใส แสดงความดีอกดีใจเหลือล้นพร้อมกับใช้ลำตัวอิงแอบก้มหน้าซบลงที่ขาของแม่กี๋ ถึงแม้นจะไม่มีเสียงเห่าหรือครวญครางประกอบท่าทางแต่แม่กี๋ก็รู้สึกได้ถึงความปิติยินดีที่ถ่ายทอดออกมาจากแววตาซื่อสัตย์คู่นั้น

                         แต่แล้วเสียงเท้าที่ย่ำลงบนเศษใบไม้แห้ง จนเกิดเป็นเสียงกร๊อบแกร็บดังมาจากหลังบ้าน และมันกำลังดังใกล้เข้ามา ทำให้หัวโตหยุดชงัก หันไปมองยังที่มาของเสียงนั้นทันที ใบหน้าเต็มไปความสงสัย เอียงหูทั้งสองข้างขยับสลับกันไปมา ตาที่เชื่องซึมฉายแววตระหนก แต่ยังไม่ทันที่แม่กี๋จะบอกเล่าเก้าสิบให้จบประโยค “หัวโต....นั่นเต๋า__!!” เจ้าของเสียงก็โผล่หน้าแหลมออกมาจากหัวมุมผนังบ้าน หัวโตทำหน้าราวกับหมาแก่เห็นผีหมาเด็ก ยืนงงเป็นหมาตาแตก


ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Sunday, 14 May 2006, 09:36AM
 

            

                        เต๋าเต้ยไม่รอช้าใส่เกียร์เดินหน้าวิ่งจู๊ดเข้ามาร่วมวง เมื่อเห็น แม่ พ่อ และพี่โตกำลังยืนทักทายสังสรรค์กันอยู่กลางลานบ้าน แต่ดูเหมือนว่าเต๋าเต้ยยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวพี่โต จึงวิ่งเลี่ยงๆหลบแวบเข้ามาทางแม่กี๋และพ่อจ๋า ไม่ยอมสบตาหัวโตที่กำลังขมึงตามองอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ เต๋าเต้ยไม่สนใจและไม่แสดงอาการเกรงกลัวใดๆ ใช้สิทธิความเป็นลูกรักยืนพิงเคล้าเคลีย คล้ายจะกระชากความสนใจของพ่อและแม่ให้มาอยู่ที่ตัวเองแต่เพียงผู้เดียว

                       ไม่ขี้อิจฉาก็อย่าเกิดมาเป็นหมาบางแก้วเสียดีกว่า นาทีนั้นเหมือนน้ำกรดหยดลงบนหน้าผาก หัวโตทำตาเขียวปัดฉายประกายวาววับ ตาโตจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้าตา จ้องมองเต๋าเต้ยที่กำลังแย่งความรัก ความสนใจไปอย่างอุกอาจต่อหน้าต่อตา ลืมวัยไปชั่วขณะกระโจนพรวดเข้าขวาง ไม่ยอมให้เต๋าเต้ยเข้าใกล้แม่กี๋หรือพ่อจ๋า ส่งเสียงขู่ดังก้อง “โฮ้งๆๆๆ ฮือๆ แง้งๆๆ ฮือ” เต๋าเต้ยกระโดดหลบการจู่โจมแบบฉับพลันของเกลอเก่า วิ่งแจ้นไปหลบอยู่หลังพ่อจ๋าแล้วหันมาดูว่าหัวโตวิ่งไล่ตามมาหรือเปล่า!! และส่งสายตาเชิญชวน กระดิกหางแสดงตนเป็นมิตร แม่กี๋คิดว่าเต๋าเต้ยกำลังเข้าใจผิดนึกว่าพี่โตกำลังหยอกล้อทักทาย..

                        แม่กี๋ต้องขอยืมชื่อของนิยายรักเรื่อง “สายสวาทยังไม่สิ้น”ที่แม่กี๋เคยปลื้มนักหนาในอดีตมาบรรยายความรู้สึกของเต๋าเต้ยที่มีต่อพี่โตในวันพบกันวันนั้น เต๋าเต้ยยังเก็บพี่โตไว้ในความทรงจำไม่ลืมเลือน เพราะหากเป็นหมาแปลกหน้าขืนกล้ามาทำเสียงดังข่มขู่กันเช่นนี้เต๋าเต้ยลุยเละไปแล้ว แต่แม่กี๋กลับเห็นแววตาขี้เล่นซุกซนของเต๋าเต้ยที่ทอดมองมาที่หัวโต

                        หัวโตยืนนิ่งและดูจะเครียดจัด ขณะที่เต๋าเต้ยทำท่าย่อตัว วางศอกทั้งสองข้างติดกับพื้นแล้วยกก้นขึ้นสูง ค้างไว้สองสามวินาที หางโบกสะบัดไปมารุนแรง ซึ่งนั่นคือ “ท่าหมาชวนเล่น” ที่หมาทุกตัวทำเหมือนกันหมด จนน่าจะเรียกได้ว่ามันเป็นภาษาหมาสากลที่ไม่ว่าหมาตัวไหนก็เข้าใจได้ตามธรรมชาติ ยกเว้นหัวโตที่ขณะนั้นกำลังถูกครอบงำด้วยแรงริษยา จนแปลเจตนากล่าวหาว่าเจ้าตัวเล็กมันกำลังทำหน้าท่าทางล้อเลียนผู้อาวุโส...โธ่พี่โตของผม!!


ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Sunday, 14 May 2006, 09:45AM
 

                      “หัวโต นั่นเต๋าเต้ย น้องไงลูก จำน้องได้มั๊ยลูก อย่าทำน้องนะ” หัวโตวิ่งเหยาะเข้าไปใกล้เต๋าเต้ยแล้วเดินวนไปรอบๆส่งเสียงขู่เป็นระยะๆ ยื่นจมูกเข้าไปดมอย่างระมัดระวังตัว ส่วนเต๋าเต้ยไม่ยอมเป็นเป้านิ่งให้พิสูจน์กลิ่นได้ง่ายๆ วิ่งหลบไปมาปาดหน้าซ้ายขวา หัวโตถึงแม้นจะอยากขย้ำเต๋าเต้ยมากแค่ไหนก็คงได้แต่คิด เพราะความปราดเปรียวว่องไวของเต๋าเต้ยเหนือกว่าหลายเท่า ต่อให้พี่โตเร่งสปีด เหยียบจนมิดคันเร่งก็คงทำได้แค่ดมกลิ่นตดเต๋าเต้ยได้ในระยะไกล              

                              แม่กี๋ไม่ได้ห้ามปรามอย่างจริงจัง คงปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ หัวโตไม่สามารถเข้าถึงตัวเต๋าเต้ยได้ และเต๋าเต้ยก็ไม่ได้แสดงความก้าวร้าวแต่อย่างใด ต่อแต่นี้ไปแม่กี๋คงต้องสอดส่องดูพฤติกรรมของลูกๆสี่ขา....เจ้าหมานักเลงทั้งสองตัว โดยระวังมิให้เกิดการปะทะกัน หากไม่หนักหนาก็ว่ากล่าวตักเตือนแล้วปล่อยตัวไป ถ้าเกิดความเสียหายก็ต้องเสียค่าปรับกันนิดหน่อย แล้วคาดโทษจดไว้ในบัญชีหางว่าว แต่ถ้าถึงขั้นทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บอันนี้ยอมความกันไม่ได้ต้องถูกลงโทษสถานหนัก ทั้งจำทั้งปรับ

                           หากเรื่องมันลงเอยกันได้แค่ตรงนี้ บ้านของแม่กี๋คงสงบสุข มีลูกหมาเต็มบ้านหลานหมาเต็มเมืองไปแล้ว แต่นี่บางแก้วรุ่นหลาน เหลน หรืออาจจะเป็นโหลน ดันทำตัวเป็นนักเลงรุ่นใหม่คิดการใหญ่กล้าไปวัดรอยเท้ากับนักเลงรุ่นปู่ ทั้งๆที่ตอนกลับมาใหม่ๆ ยกขาฉี่แบบแมนๆยังทำไม่เป็นด้วยซ้ำ พอเห็นรุ่นใหญ่ยกก็ยกตามบ้าง วางท่าตามอย่างได้ไม่มีผิดเพี้ยน แต่ต่อมาอีกไม่นานเห็นเขายกขาฉี่ตรงจุดใด ไฉนวิ่งรี่เข้าไปฉี่ทับรอยฉี่ของเขาหน้าตาเฉย แล้วแบบนี้จะให้หมาที่ไหนทนได้ มาอยู่ที่หลังจะดังกว่าได้อย่างไร?

               

                        


ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย พายุ วงศ์วายุ - Sunday, 14 May 2006, 11:37AM
 
สวัสดีครับน้องเต๋าเต้ย... ได้คืนถิ่นมหาชัยซะที...
ทำไมน้องเต๋าเต้ยถึงได้ชอบวิ่งรี่เข้าไปฉี่ทับรอยฉี่ของปู่หัวโตอย่างนั้นล่ะครับ...
พี่พายุละเห็นใจปู่หัวโตจริงๆ... ก็พี่พายุน่ะเคยโดน "น้องรักหักเหลี่ยมโหด" มาแล้ว...
ก็น้องน้ำมนต์ของพี่พายุแหละครับ... มายกขาฉี่ทับรอยฉี่ของพี่พายุได้ลงคอ

ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย อาทร ยงรัตนกิจ - Sunday, 14 May 2006, 10:29PM
  เจ้าขุนทองตอนเด็กๆก็เมารถขนาดหนักเหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับอ๊อกออกมา ขึ้นรถเมื่อไร ยังไม่ทันออกรถก็น้ำลายไหลเป็นน้ำก๊อกแล้ว จะไม่ชอบนั่งรถเลย เรียกว่าพอเห็นเปิดประตูรถปุ๊บ วิ่งจู๊ดเข้าบ้านทันที แต่เดี๋ยวนี้..ขุนทองเปลี้ยนไป๊ สังเกตุตอนครบขวบครึ่งพอดี คราวนี้พอเปิดประตูรถปุ๊บ โดดขึ้นเองทันที เลิกเมารถเด็ดขาด เหลือแค่น้ำลายหยดนิดหน่อยเท่านั้น แถมจะให้ลงก็ไม่ยอมลง เรื่องนี้เป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่ขุนทองเปลี่ยนไปเองตามเวลาที่โตขึ้น ตอนนี้มีความสุขกันมากขึ้น พูดรู้เรื่องมากขึ้น กินมากขึ้น เป็นที่รักของคนในบ้านมากขึ้น..เนอะๆ
ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย eve Savangpop - Tuesday, 16 May 2006, 07:56PM
 

อยากจะบอกว่าเรื่องเมารถนี่ยกให้แม่ถุงเงินเค้าเลยค่ะ   รถออกได้ไม่เท่าไหร่ก็น้ำลายยืดดดดดดดดด  ตามด้วยอาเจียน  นี่ขนาดให้งดอาหารก่อนเดินทางแล้วนะคะ  แล้วตลอดทางเธอก็จะส่งสายตาบอกอีฟประมาณว่า "ถึงอ๊ะยังฟะ  เมารถจะแย่แย้วนะ"  พอถึงที่หมายก็ยังไม่มีอารมณ์สนุกสนาน  หรือตื่นเต้นกับสถานที่แปลกใหม่เลยสักนิด   เหมือนจะรู้ว่ายังไงซะ  เดี๋ยวต้องทนทรมานตอนขึ้นรถขากลับอีกรอบอยู่ดี   กว่าจะกลับมาเป็นถุงเงินจอมซ่าตัวเดิมได้   ก็ตอนถึงบ้านแล้วนั่นแหละค่ะ   เธอจะออกอาการแบบว่า  ที่ไหนๆ ก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา   วันศุกร์นี้กะว่าจะพาไปทำวัคซีน  ซื้อกรงขนาดใหม่เตรียมไว้รอแล้ว  ใหญ่กว่าเดิมเยอะ  เพราะตอนนี้เธอล่ำมากเลยค่ะ   เพราะนอกจากอาหารเม็ด+เนื้อกระป๋องประจำวันแล้ว  ยังให้กินบาร์ฟเป็นเนื้อปลาโอ  แถมชีสให้อีก  เลยดูท่าว่าจะอ้วนไปแล้วหน่ะค่ะ  ออกไปวิ่งไม่ทันไรก็เหนื่อยง่าย  หอบแฮ่ก แฮ่ก  แล้วกรงเก่าเลยไม่ต้องพูดถึง  เข้าได้แค่ครึ่งตัวเองค่ะ  พอใกล้จะถึงวันศุกร์ก็นึกสงสารอยู่นะคะ  เหมือนเอาหมาไปทรมาน   ไหนจะทั้งเมารถแล้วยังจะต้องโดนจิ้มด้วย

อ้อ!  อีฟว่าจะรบกวนถาม  ขอความรู้จากคุณแม่กี๋หน่อยค่ะ  เคยอ่านเจอว่า  เมื่อตอนที่คุณแม่กี๋ต้องเอาเต๋าเต้ยใส่กรงขึ้นเครื่องกลับหน่ะค่ะ  เห็นว่าให้ยาซึมด้วย  อีฟเลยอยากรู้ว่า  ไอ้ยาซึมนี่มันเป็นยังไงคะ  ชื่ออะไร  และจะหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง  เพราะกะจะเอาหมาหนุ่มที่บ้าน 3 ตัวไปเจื๋อนค่ะ  แต่จับใส่กรงไม่ได้เลย  คงต้องหาตัวช่วยเผื่อเค้าจะสงบลงบ้าง

ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Tuesday, 16 May 2006, 08:46PM
 

คุณ eve ของน้องถุงเงินคะ ได้อ่านการบำรุงน้องนู๋ด้วยอาหารเลิศรสหลายขนานเช่นนั้นแล้ว มีกิเลสอย่างเห็นน้องถุงเงินเป็นกำลัง ยังไงช่วยอนุเคราะห์โพสต์รูปคุณน้องถุงเงินมาให้แม่กี๋ชมโฉมบ้างนะคะ

สำหรับเรื่องยาซึมหรือยากินให้ง่วง แม่กี๋ขอจากสัตวแพทย์ค่ะ แต่ผลของการซึม จะมากจะน้อยต้องขึ้นอยู่กับร่างกายของน้องหมาและสถานการณ์ ยาที่เต๋าเต้ยกินสองเม็ด คือพอเริ่มเดินทางให้หนึ่งเม็ด ก่อนขึ้นเครื่องฯอีกหนึ่งเม็ด แต่เต๋าเต้ยไม่ยอมหลับค่ะ คงเพราะประสาทตื่นตัวกับเรื่องใหม่ๆรอบตัว แบบว่าหลับตาไม่ลงอ่ะค่ะ ไม่ทราบว่าตอนอยู่บนเครื่องฯจะมีงีบบ้างหรือเปล่านะคะ ลืมถามนักบิน...คิกๆ

แต่ตอนเดินทาง.. ครั้งที่ย้ายบ้านมาท่ายางยังไม่มีกรง ตอนขนของต้องผูกเจ้าสองตัวไว้ท้ายรถปิคอัพ และขอให้น้านักการ( ซี้ของปู่หัวโต)ให้ช่วยนั่งคุมกำลังมาตลอดทาง ตอนนั้นเต๋าเต้ยอายุ 1ปีพอดี โตเกือบเต็มที่ ดื้อและคึกมาก ก่อนออกเดินทางหนึ่งชั่วโมง แม่กี๋พาปู่หัวโตและเต๋าเต้ยไปให้หมอฉีดยาที่คลินิก ครั้งนี้ต้องเรียกว่ายาสลบ หลับเป็นหมาตายไปสองชั่วโมงค่ะ แต่การฉีดยา ต้องให้คุณหมอผู้ชำนาญจริงๆเพราะถ้าพลาดพลั้งหมาหลับไม่ตื่นเลยก็มีนะคะ ทางที่ดีถ้าจะเจี๋ยนอยู่แล้วยกให้คุณหมอจัดการแบบครบวงจรไปเลยดีกว่านะคะ


ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย eve Savangpop - Wednesday, 17 May 2006, 04:53PM
 

ขอบคุณมากๆ นะคะ  สำหรับความรู้เรื่องยาซึม  อีฟคงเลือกเอาเป็นยากินน่าจะปลอดภัยกว่า  เดี๋ยววันศุกร์พาถุงเงินไปจิ้มจะลองถามคุณหมอดู  ไอ้แบบฉีดอีฟก็คงไม่กล้าค่ะ  กลัวหมาหลับยาวเหมือนกัน  ส่วนรูปเจ้าถุงเงินตอนนี้มีแต่รูปเก่าๆ ไม่มีตอนล่ำบึ๊กเลย  ไว้ได้กล้องคืนมาเมื่อไหร่  จะรีบเก็บภาพมาให้คุณแม่กี๋ได้เห็นสภาพนะคะ  ตอนนี้ที่บ้านก็บ่นกันใหญ่เลยค่ะ  ว่าอีฟทำให้หมาอ้วนไปให้รีบลดน้ำหนักด่วนเลย  ทีนี้ทั้งคน+หมาจ๋อยไปเลยค่ะ  ไม่รู้ว่าจะทำให้ผอมลงยังไง  ก็ทำอ้วนมันง่ายกว่าทำผอมนี่นากัดฟัน

ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย สายลม ซนเป็นลิง - Thursday, 18 May 2006, 12:24PM
  สวัสดีค่ะแม่กี๋ ไม่ได้โพสต์คุยกับแม่กี๋เลย ได้แต่นั่งอ่านเรื่องของเต๋าเต้ยจอมซ่าส์ สนุกดีค่ะ เคยลองพาสายลมนั่งรถเล่นเหมือนกันตั้งแต่นั่งมอไซด์ยันนั่งรถยนต์ ก็ยังเห็นเค้าเมาเลยอ่ะ
ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Thursday, 18 May 2006, 05:16PM
 

สวัสดีค่ะ น้องสายลม ซนเป็นลิง แค่ชื่อ นามสกุลแม่กี๋ก็ชักใจหวิวๆเสียแล้ว พอได้เห็นรูปวูปไปชั่วขณะ ก็แหมๆๆๆ เล่นชม้ายชายตาหวานหยดขนาดนั้นนี่นา หมั่นพาน้องสายลมนั่งรถซิ่งบ่อยๆนะคะ แล้ววันหนึ่ง...จะ(เคย)ชินไปเอง..เอ๋งๆครับ

ค่ะ..เสน่ห์ของน้องหมาบางแก้ว ที่ทำให้พ่อแม่วูบวาบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ก็คือ การเล่นหูเล่นตาของน้องๆหนูๆนี่ล่ะ มัดใจพ่อแม่อยู่หมัด ตัดไม่ขาด

แม่กี๋ขอบคุณนะคะ ที่ชอบอ่านเรื่องของเต๋าเต้ย เย็นนี้แม่กี๋มีเรื่องมาให้อ่านอีกแล้วค่ะอ่านแล้วอย่าลืมเล่าให้น้องสายลม ได้หนุกตามไปด้วยนะฮ้า

ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Thursday, 18 May 2006, 05:31PM
 

สวัสดีเจ้า ท่านสมาชิกนักอ่านทุกท่านสับสน

          แม่กี๋มาอีกแล้วจ้า!! มาพร้อมกับกระเตงของแถม สำหรับตอน: เต๋าเต้ยคืนถิ่นบ้านเกิด อันสืบเนื่องมาจาก ที่แม่กี๋ขมวดปมตอนท้ายไว้ที่ ความรู้สึกประทับใจในบ้านหลังนั้นยังกรุ่นอยู่ในใจของเต๋าเต้ยเสมอ จูบ แม่กี๋จึงต้องกลับมารับหน้าที่ขยายความในใจของเจ้าบางแก้ว...เต๋าเต้ย เป็นตอนพิเศษ มอบเป็นของแถมให้ได้อ่านกันค้า

          ที่มาของคำรำพึงรำพันครั้งนี้ เกิดขึ้นในคืนวันหนึ่งที่แม่กี๋นึกสนุก ลองแอบเข้าไปนั่งกลางใจของเต้าเต้ย  และสวมวิญญาณสี่ขาเล่าเรื่องราว ในแง่มุมและความรู้สึกนึกคิดของน้องหมาวัยทารกตัวหนึ่ง มารร้าย

          เชิญติดตามอ่าน ตอนพิเศษ...ชีวิตที่เริ่มต้น (ความในใจของเต๋าเต้ยครับ) ได้แร้ววจ้าแลบลิ้น

 

                                                                            กี๋ ท่ายา

หมายเหตุ: หากท่านสมาชิกสงสัยว่าทำไมถึงคุ้นๆกับเรื่องราว ลองกลับไปอ่าน

กระทู้เก่าๆตอนที่ แม่จิ๊กกี๋กับหนูน้อยบางแก้ว พบกันในวันแรก

เวอร์ชั่นนั้นคนเขียน เวอร์ชั่นนี้หมาเขียนจ้า..ฮิ๊บ..ฮิบๆกัดฟัน


ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Thursday, 18 May 2006, 05:49PM
 

                     ตอนพิเศษ: ชีวิตที่เริ่มต้น (ความในใจของเต๋าเต้ยครับ)

                                     ตั้งแต่จำความได้บ้างไม่ได้บ้าง  ผม...ลูกหมาบางแก้วเพศผู้วัยสี่สิบวันก็ถูกหิ้วตัวออกจากรังนอนที่เคยอยู่กับแม่และพี่น้องครอกเดียวกัน  ความรู้สึกของผมในวันนั้นช่างสับสนและวุ่นวาย  นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ผู้ชายคนนั้นอุ้มผมเดินห่างออกมาจากที่นอนอันแสนอบอุ่นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกายของแม่    ที่ๆ ผมชอบซุกตัวเข้าไปนอนเบียดเสียดอยู่ใกล้ๆ แม่และพี่น้อง  ใช้ปากควานหาเต้านมนุ่มๆ ของแม่  และดูดดื่มกินยามหิว  ได้อิงแอบไออุ่นและเอียงหูฟังเสียงดังตึกตักๆ เบาๆ ที่ประสานเสียงกัน  มันช่วยทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก

            เพียงไม่กี่นาทีที่ผมพ้นจากอกแม่  สิ่งรอบๆ ตัวทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด  แสงแดดภายนอกเจิดจ้าจนทำให้ผมต้องหลับตาลง  เสียงอึกทึกที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน  อีกทั้งกลิ่นแปลกๆ ที่ผมไม่คุ้นเคย  ความตื่นเต้นทำให้ผมหมดเรี่ยวแรงเผลอหลับไป

             ผมนอนหลับไปนานเท่าไรไม่รู้  มารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคนสองคนคุยกัน  ไม่นานนักผมก็ถูกยื่นส่งให้ผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่ง  เธอรับผมไปอุ้มไว้แนบอก  ผมได้ยินเสียงตึกๆ ตักๆ เหมือนเสียงที่ได้เคยยินจากอกของแม่อีกครั้ง  เธอลูบไล้ตัวผมอย่างแผ่วเบา  พูดในสิ่งที่ผมฟังไม่เข้าใจตลอดเวลา  ผมมองไปรอบตัว  ที่นี่มันช่างใหญ่โตมโหฬารในสายตาของผม

                แล้วจู่ๆ เธอก็วางผมลงบนที่แห่งหนึ่งที่อยู่สูงเหนือพื้นดิน  และเดินจากไป  ผมตกใจกลัวสุดขีดที่ต้องอยู่ตามลำพัง  มันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ถูกทิ้งให้อยู่ตัวเดียว  ผมกระโดดลงสู่พื้นดินทันที  รู้สึกหวิวๆ ที่ท้องและเจ็บแปลบๆ ที่ขาหน้าทั้งสองข้าง    เมื่อสัมผัสกับพื้นข้างล่างที่แข็งกระด้าง  ผมหวีดร้องสุดเสียงด้วยความเจ็บและตกใจ  พอเงยหน้าขึ้นผมแทบช็อคที่เห็นเจ้าตัวประหลาดขนาดใหญ่  มีขนฟูทั้งตัว  หน้าตาคล้ายแม่  ยืนจ้องมองมาที่ผมตาไม่กระพริบ

                  ก่อนจะเกิดอะไรขึ้นกับผม  ผมเห็นผู้หญิงแปลกหน้าคนเดิมวิ่งกลับมาหา  และเธออุ้มผมขึ้นอย่างรวดเร็ว  จับที่ขาของผมทั้งสี่ข้าง  แล้วบ่นงึมงำๆ  “หัวโต นี่น้องนะ อย่าทำน้อง” ผมไม่รู้ว่าทำไมเธอต้องทำเสียงแบบนั้น แต่ผมเห็นเจ้าตัวโตที่กำลังวิ่งไปรอบๆ เพื่อพยายามดมตัวผมหยุดวิ่ง และถอยไปนอนหมอบอยู่ห่างๆ

                    ผมเริ่มคิดถึงเต้านมของแม่เพราะความหิว  ผมเห็นเธอวางของสิ่งหนึ่งให้เจ้าตัวโต  และยื่นอีกอันหนึ่งมาให้ผมตรงหน้า  ผมได้กลิ่นหอมประหลาดน่ากิน  พอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ  ผมก็ต้องสะดุ้งที่สัมผัสกับของเหลวเย็นๆ ที่ติดจมูกขึ้นมา  ผมแลบลิ้นเลียจมูกตัวเอง  มันอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ  ผมยื่นหน้าเข้าไปอีกครั้ง  คราวนี้ลองแลบลิ้น  มันได้ผล  ผมแลบลิ้นเข้าออก  ลิ้มรสของประหลาดนั่นจนมันหายวับไปกับตา  รู้สึกอิ่มเหมือนดูดนมจากเต้า  ผมชักชอบเธอแล้วสิ  เธอทำให้ผมอิ่มสบายท้องเหมือนตอนอยู่กับแม่  เธอปกป้องผมจากเจ้าตัวโตนั่น  และที่สำคัญเธอมีอกที่อบอุ่นและมีเสียงตึกๆ ตักๆ คล้ายเสียงจากอกแม่ที่ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่ผมเกิด

                  พอตกเย็น  ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในบ้าน  ผมได้ยินเธอเรียกเขาว่า “พ่อ” เขาและเธอพูดคุยกันดังเป็นระยะๆ เขาทั้งสองมองมาที่ผมบ่อยๆ สักครู่ผมก็ได้ยินเธอเปล่งเสียงออกมาดังๆ ว่า “เต๋าเต้ย เต๋าเต้ย เต๋าเต้ย” พร้อมกับยื่นมือออกมาหาผม    ผมไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไรจากผม ผมจึงได้แต่ยืนมองเฉยๆ

                   วันต่อมา  เธอก็เปล่งเสียงเช่นเดิมอีก  คราวนี้มีขนมอยู่ในมือ  เมื่อผมเดินเข้าไปหา  ผมได้ลิ้มรสขนมแสนอร่อยชิ้นนั้น  ผมจึงชอบให้เธอทำเสียงแบบนั้นอีก  ถึงจะไม่มีขนมให้ผมกินผมก็สุขใจ  เพราะเมื่อผมเดินเข้าไปหา  เธอมักจะอุ้มผมขึ้นไปกอดไว้แนบอก  และผมก็ได้ยินเสียงเธอพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มหูชวนฟัง    ผมมารู้ตอนหลังว่า “เต๋าเต้ย” คือชื่อของผม

                    แต่ละวันผมอยู่กับเธอที่เรียกตัวเองว่า “แม่”  จนผมจำได้  และคิดว่ามันคงเป็นชื่อของเธอเช่นกัน  ผมมีเพื่อนเล่นคือเจ้าตัวโตที่แม่เรียกว่า “หัวโต” หรือ “พี่โต”    ผมเริ่มเรียนรู้ว่าเขาทั้งสองกับผู้ชายที่หายหน้าไปแต่เช้าและกลับมาในช่วงเย็นเป็นฝูงใหม่ที่มาแทนที่ฝูงเดิมของผมที่มีแม่และพี่น้อง  ผมจึงพยายามปรับตัวให้เข้ากับพวกเขา  โดยเฉพาะสมาชิกของฝูงที่ชื่อ “หัวโต” ที่เรามีอะไรที่คล้ายคลึงกันหลายอย่าง

                      ผมชอบนอนใกล้ๆ พี่โต และชอบดมกลิ่นหอมๆ ที่ปาก  ลำตัว  และขนของเขา    วันแรกที่พบกัน  ผมเผลอคิดว่าเขาคือแม่ของผม  ผมใช้ปากควานหาเต้านมที่ท้องนุ่มๆ ของเขา  จนเขาทำเสียงขู่น่ากลัวเหมือนต้องการไล่ให้ผมออกไปอยู่ห่างๆ

                       ผมมีความสุขและสนุกที่ใช้ปากกัดเล่นไปตามลำตัว  หน้าตา  หู  ขา  และหางของเขา  เขางับตอบผมเบาๆ  แต่ผมไม่รู้ว่าทำไมแม่ถึงไม่เล่นกับผมแบบนั้น  ผิวของแม่บอบบางและไม่มีขน  พอผมงับที่แขน  แม่ชอบร้องเสียงดังและทำเสียงไม่นุ่มหู  จนผมตกใจ  รีบถอยห่างทันที  นับตั้งแต่นั้นผมถึงรู้ว่าผมเล่นกัดกับแม่ไม่ได้

                        กลางคืนผมต้องทนเหงาทุกคืน  รอจนกว่าจะผ่านพ้นค่ำคืนที่แสนทรมาน  เมื่อรู้สึกคิดถึงแม่และพี่น้อง  ผมทำได้แต่เพียงส่งเสียงหอนโหยหวน  เพื่อทำลายความเงียบสงัดรอบๆ ตัว  และระบายความว้าเหว่ที่ต้องนอนเพียงลำพัง  แต่ก็ยังอุ่นใจที่มองเห็นพี่โตนอนเป็นเพื่อนอยู่ไม่ไกลนัก

                         ผมรักและผูกพันกับแม่มากขึ้นทุกวัน  แม่ให้อาหารอร่อยๆ ที่ผมไม่เคยกินมาก่อน  แต่แม่ก็ชอบทำเสียงดุเวลาที่ผมฉี่และอึในบ้าน  ทุกครั้งที่ผมกำลังหมุนตัวและย่อตัวลง  ผมต้องสะดุ้งกับเสียงดังของแม่ทุกครั้ง  แม่มักอุ้มผมไปวางในภาชนะสี่เหลี่ยมที่ผมได้กลิ่นฉี่และอึหอมๆของตัวเอง แม่เรียกมันว่า “ถาด” และ“หนังสือพิมพ์” กระดาษแผ่นใหญ่ที่แม่ชอบนั่งจ้องมองมันวันละนานๆทุกเช้า แม่ทำซ้ำแล้วซ้ำอีกจนผมจำที่ตรงนั้นได้ขึ้นใจ และใช้มันเป็นส้วมส่วนตัวภายในบ้าน ผมเชื่อฟังคำสั่งของแม่ เพราะชอบเวลาที่แม่ทำเสียงนุ่มๆ และตบที่หัวของผมเบาๆ ผมจึงยกตำแหน่งให้แม่เป็น “จ่าฝูงประจำใจ” ของผมตลอดกาล

                      ชีวิตที่เริ่มต้นในบ้านที่มีผู้ชายที่ชื่อ “พ่อ” และผู้หญิงที่ชื่อ “แม่” มีเพื่อนเล่นที่ชื่อ “พี่โต” ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย


ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย สายลม ซนเป็นลิง - Thursday, 18 May 2006, 09:00PM
 

จะบอกแม่กี๋ว่าสายลมไม่เคยเมาเลยค่ะ แต่พอดีพิมพ์ตกไปหน่อย ก็พึ่งจะเห็นเนี้ยค่ะว่าพิมพ์ผิด สายลมเค้าชอบนั่งมอไซด์ (เราขี่เองนะ) เพราะว่ามันสบายไม่ต้องเดินเองแถมลมเย็นอีกด้วย แม่กี๋ส่งเรื่องสนุกๆ มาให้อ่านอีกแล้ว ขอเวลาอ่านแป๊บหนึ่งนะค่ะ เพราะว่ามันยาวมากเลย

ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย ยศชัย ชัยพรหมมา - Friday, 19 May 2006, 07:59AM
  555 และแล้วนักเลง เต๋าเต้ย ก็สิ้นลายจ๋นได้ เจอรถยนต์เข้าให้เป๋นจั๋งใด 55
ส่วนน้องมุ่ยไม่เมาครับ เวลานั่งรถชอบให้เปิดกระจก แล้วยื่นหน้าออกไปท้าสายลมอะครับ "ก่อากาศตางนอกมันสดชื่นกว่าแอร์จั๊ดนักนาเจ้า"
ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย น้ำมนต์ วงศ์มินตรา - Friday, 19 May 2006, 09:44AM
 
ปี้น้ำมนต์ก่ะบ่เมารถ... นั่งรถม่วนดีเจ้า...
ตอนตี้ปี้น้ำมนต์น่อยๆ ปี้น้ำมนต์นั่งรถไปโฮงยากู่วันเลยเจ้า...
ปออาโกวละปี้น้ำมนต์ไว้ตี้โฮงยา... ปี้น้ำมนต์ก่ะไห้แตกไห้แต๋นเลยเจ้า

ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Friday, 19 May 2006, 11:50AM
 

สวัสดีค้า...ฮิบๆอีหลีเด้อ ตี้วันนี้มีน้องน้ำมนต์ กะ อีน้องฟ้ามุ่ย เข้ามาทักทายแบบจาวเหนือ อื้อม่วนใจ๋แต้! ม่วนใจ๋ว่า!

น้องน้ำมนต์ของพี่พายุตอนเด็กๆน่ารักจังค่ะ ตอนเด็กนั่งรถทุกวัน..เป็นตุ๊กตาหน้ารถ..ตัวเก่งของโกวป้า..(เศร้าแงๆพี่พายุอยู่หน่าย..อย่าทิ้งหนูไว้ที่โฮงบาลตัวเดียว แงๆเศร้า)

น้องฟ้ามุ่ยก็ไม่เบา..สงสัยคุงป้อต้องซื้อรถเปิดประทุน ให้มุ่ยใช้ผ้าโพกหัว นั่งเอาหน้าโต้ลมไปแอ่วรอบ คือเวียงเจียงใหม่..เจ้า

ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย eve Savangpop - Friday, 19 May 2006, 02:19PM
 

อีฟเพิ่งจะกลับจากพาถุงเงินไปจิ้มมาค่ะ   ออกไปตั้งแต่เช้าเพราะต้องให้งดอาหารก่อนเดินทาง  จิ้มเสร็จแล้วจะได้กลับมากินข้าวได้ไวๆ    ไม่ต้องรอให้หิวจนตาลาย  ขึ้นรถไปก็เมารถเหมือนเดิมค่ะ   คงเป็นเพราะทางไกลมากและทางก็ไม่ค่อยดีด้วย  ตลอดทางอีฟก็พยายามหันไปดูเค้าเรื่อยๆ ว่าเป็นไงบ้าง  เห็นแต่ถุงเงินทำหน้าส่งสายตาเว้าวอนใช่เล่น  บวกกับน้ำลายยืดๆ เข้าไปแล้วด้วย  น่าสงสารจับใจจริงๆ   กว่าจะไปถึงหมอได้ก็งอมเลยค่ะ  ฉีดยานี่ไม่ต้องจับให้เหนื่อย   แถมตอนตรวจร่างกายก็นอนซม  ยอมจำนนแต่โดยดีเลยค่ะ   เห็นแล้วยังนึกในใจอยู่ว่า  นี่มันตัวเดียวกะไอ้หมาซ่าที่บ้านเรารึเปล่าเนี่ย   นี่กลับถึงบ้านแล้วยังไม่หายงอมเคยค่ะ   เดี๋ยวคงต้องให้รางวัลย้อมใจซะหน่อย

อีฟถามหมอเรื่องยาซึมมาแล้วค่ะ   หมอเค้าบอกว่าแบบกินมันจะไม่ค่อยได้ผลต้องจิ้มถึงจะเห็นผลชะงักเลย  แล้วเค้าก็ไม่มียาแบบนั้นด้วย  มีแต่แบบจิ้มอย่างเดียว  อีฟก็คงต้องเปลี่ยนแผนเป็นเล่นไล่จับแทนหล่ะค่ะทีนี้   แต่ก็หวั่นๆ กลัวว่า  ถ้ามันจนมุมแล้วจะหันมางับเอาเหมือนกัน  

อีฟอ่านเรื่องเล่าตอนล่าสุดของคุณแม่กี๋แล้วนะคะ   เปลี่ยนความรู้สึกไปอีกแบบเลยค่ะ  ทำให้เราได้นึกวาดภาพได้ว่าหัวอกหมาเค้าจะรู้สึกยังไงกัน   อยากจะอ่านตอนต่อไปเร็วๆ จังค่ะ  มีเรื่องเล่าหัวอกเต๋าเต้ยแล้ว  จ ะมีเรื่องเล่าหัวอกปู่หัวโตออกมาบ้างมั้ยคะ^_^

ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย กี๋ ปากอ่าว - Saturday, 20 May 2006, 08:16AM
 

สวัสดีค่ะคุณ eve และหนูสายลม ซนเป็นลิงอาย

อ๋อย!! สงสารคุณน้องถุงเงินจังเลยนะเนี่ยนะ เมารถจนหมดฤทธิ์ แต่ก็ช่วยให้การฉีดยา จิ้มจึกๆๆ กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย เบาแรงคุณหมอและคุณแม่ ปีหน้าแม่กี๋ของละเมิดลิขสิทธิ์เอาวิธีเมารถไปปราบ..เซียนเต้ยมั้ง มารร้ายก่อนไปคลินิกฉีดวัคซีนประจำปี ขอพาเซียนนั่งรถรอบเขาวังสัก10รอบ เอาให้งอมพระราม จะได้นอนซมหายซ่ากับเค้ามั่ง..ฮิๆ

ตอบคำถาม..นู๋สายลม นู้ดสตาร์แห่งเว็บ ถามเรื่องรูปนู้ดของปู่..อู้ฮู ใครจะอยากดูของแปลกล่ะจ้ะหนู แม่กี๋เคยจับปู่นอนหงายท้องตอนอาบน้ำเช็ดต้ว เธอก็เขินจะแย่ เพราะของสงวนของเธอ ตอนนี้เหลือเอาไว้ฉี่อย่างเดียวมาหลายปีแล้ว มานเลยมีสภาพถดถอย มองเห็นแค่เป็นก้อนกลมๆ ขนาดเท่าลูกลำไย... ติดอยู่บนฟูกหนาๆขนาดยักษ์จ้ะหนูจ๋าสับสน

สำหรับเรื่องตอนต่อไปแม่กี๋ยังไม่ได้ลงมือเขียนเลยค่ะ มีแต่ความทรงจำในสมองที่รอแปรรูปออกมาเป็นตัวหนังสือ ส่วนความใจในของปู่หัวโต แม่กี๋จะรอจังหวะแทรกเข้าไปนอนเล่นในใจปู่ให้ได้สักวันนะคะ

ท้ายนี้ แม่กี๋ดีใจที่ได้ คุณeve และ นู๋สายลมมาช่วยกันอ่านจ้า

                                                                        แม่กี๋เองจ้ากัดฟัน

ตอบ: รักลูกให้ถูกทาง : เมื่อลูกเป็นเซียน
โดย ยศชัย ชัยพรหมมา - Thursday, 1 June 2006, 09:39AM
 

เต๋าเต้ยร้ายจริงๆ ครับ เล่นตดให้ปู่ดมแล้วสปีดชิ่งหนีซะงั้น สงสัยความทรงจำของปู่ จะถูกลบ แล้วอบอวลไปด้วยกลิ่นตดของเต๋าเต้ยแล้วซิเนี้ย 55+

ปู๊ด... ป้าด... ปู๊ด.. ปู๊ด....

ป้อ / หนาย หนาย  ครายตด

มุ่ย / โฮ่งๆ เอ๋ง โฮ่งๆ

ป้อ / อ๋อน้องมุ่ยนี่เอง อาราย ไม่น้อยหน้าพี่เต๋าเต้ยเลยนะเรา

มุ่ย / แฟลด ๆ ๆๆ

ป้อ / อ่าว ไหน น้องมุ่ยเสริมตบท้ายซะงั้น อึ๋ย ย ย ยยย....