เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Tuesday, 5 September 2006, 06:33PM
 

สวัสดีค่ะท่านสมาชิกทุกท่าน

                ในวันหยุดยาวๆ ที่เหงาๆแบบนี้ แม่กี๋ขอนำความบันเทิงมาสู่เว็บอีกครั้ง จากกระทู้ที่ 4 ...ลูกวัยรุ่น วุ่นหยดติ๋ง สู่กระทู้ที่ 5...เมื่อลูกเป็นเซียน 

                                           คิดถึงทุกท่านในวันหยุด

                                  แม่กี๋ ท่ายางเองค่ะ

 

ยังจำกระทู้ครั้งหลังสุดของแม่กี๋ได้หรือเปล่าคะ เมื่อลูกๆบางแก้วของแม่กี๋กลายเป็นเซียน......

แต่ก่อนที่แม่กี๋จะเข้าสู่ตอนต่อไปที่มีชื่อตอนว่า.............

    “เซียน...นักรบขี้อิจฉา”

ลองมาฟังความในใจของเซียนหัวโตและเซียนเต๋าเต้ยหน่อยนะคะ

 


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Tuesday, 5 September 2006, 06:45PM
 

                            ยังจำหมาบางแก้วที่มหาชัยได้มั๊ยครับ ผม “หัวโตหมาแก่” ที่แม่กี๋เก็บเอามาเลี้ยง จากเดิมที่เคยเป็นหมาขี้เรื้อนจรจัด ร่างกายผ่ายผอม อาศัยอยู่แถวใต้ถุนแฟลตใกล้ตลาดสดชั่วคราวที่จังหวัดสมุทรสาคร ถึงแม้นว่าผมจะแก่ไปนิด เกิดนานไปหน่อย แต่เมื่อผมถูกแปลงร่าง ถอดรูป ผมก็กลายเป็นบางแก้วรูปงาม สีขาวสลับน้ำตาลอ่อน ขนปุกปุย และด้วยความสมบรูณ์ล่ำสัน ผมจึงก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งขาใหญ่ประจำลานจอดรถหน้าแฟลต เป็นที่น่ายำเกรงของเหล่าบรรดาหมาไทยเจ้าถิ่นกลุ่มเดิม ที่มีเจ้าเตี้ยสุดหล่อเป็นหัวหน้าแก้งค์ ยกเว้น เจ้ายักษ์แซม หมาเชพเพอดบ้านอยู่ตรงกันข้าม  ที่ผมใช้วิธีไปยืนตะโกนด่าหน้ารั้วบ้านมันทุกเช้าทุกเย็น โชคดีที่มันออกมาฟัดกับผมไม่ได้ ขาใหญ่เลยตกเป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว

                           ชีวิตของผมดำเนินต่อไปอย่างเป็นสุข จนอยู่มาวันหนึ่งแม่กี๋กลับบ้านมาพร้อมกับ “เต๋าเต้ย” เจ้าบางแก้วตัวจิ๋วที่หายหน้าไปนานร่วมสองเดือน เหตุการณ์ในบ้านเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง ผมเริ่มมึนกับชีวิตหลังจากนั้น ช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ

                                                                    จาก หัวโต จิ๊กโก๋เฒ่า


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Tuesday, 5 September 2006, 06:48PM
 

                       สวัสดีครับ.....ผม “เต๋าเต้ย” บางแก้วเด็กแนวรุ่นใหม่ แม่กี๋อุ้มผมเข้ามาอยู่ด้วยตั้งแต่อายุหนึ่งเดือนเศษๆ ในวันแรกที่ได้พบกับพี่หัวโต ผมตั้งใจว่าจะเป็นน้องชายหมาที่แสนดี แต่แล้วด้วยความอยากได้ของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ผมเผลอตัวเข้าไปแย่งชิงขนมและปีกไก่ย่างที่เป็นของโปรดของพี่ นับจากวันนั้นพี่ก็ไม่ยอมเล่นกับผมอีกเลย ถึงแม้นว่าผมจะงอนง้อขอคืนดี โดยมีแม่กี๋ช่วยไกล่เกลี่ยให้อีกแรง...คำตอบสุดท้ายจากพี่หัวโต คือ “ไม่”

ชีวิตในวัยเด็กของผม ช่างน่าตื่นเต้นเสียเหลือเกิน ตอนผมอายุได้ประมาณ3 เดือน ผมมีโอกาสได้เหินฟ้าโดย เครื่องบินของสายการบินไทย สู่เมืองเชียงใหม่ สำหรับผมมันคือการผจญภัยไกลสุดขอบฟ้า ผมได้พบกับเพื่อนใหม่ชื่อ “ปลาทู ชิสุห์เพื่อนรัก” และคุณยาย ลุง ป้า น้า อา และพี่ๆหนุ่มสาวชาวโรงงานที่บ้านของแม่กี๋ ที่นั่นผมได้ค้นพบว่า ตัวเองเป็นหมาบางแก้วที่น่าเกรงขาม บางช่วงที่แม่กี๋หายหน้าไปนาน นานจนผมแปลกใจ ผมต้องทนอยู่โดยไม่มีแม่ ผมเรียนรู้สิ่งต่างๆด้วยตัวเอง ผิดบ้างถูกบ้างตามแต่ใจอยากจะทำโดยปราศจากการคุมเข้มและสอนสั่ง

                                   ผมเฝ้ารอวันที่แม่กี๋จะกลับมารับผมกลับบ้านมหาชัย วันที่ผมได้กลับไปเผชิญหน้ากับพี่หัวโตอีกครั้ง ......

 

                                                                                    จาก  เต๋าเต้ย  เด็กแนว

 


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Tuesday, 5 September 2006, 06:51PM
 

แล้ววันนั้นก็มาถึง และนี่คือบทสรุปของเรื่องราวเมื่อครั้งผมกับพี่หัวโตพบกันครั้งหลังสุดครับ

“บางแก้วรุ่นหลาน เหลน หรืออาจจะเป็นโหลน ดัน           ทำตัวเป็นนักเลงรุ่นใหม่ คิดการใหญ่กล้าไปวัดรอยเท้ากับนักเลงรุ่นปู่ ทั้งๆที่ตอนกลับมาใหม่ๆ ยกขาฉี่แบบแมนๆยังทำไม่เป็นด้วยซ้ำ พอเห็นรุ่นใหญ่ยกก็ยกตามบ้าง วางท่าตามอย่างได้ไม่มีผิดเพี้ยน แต่ต่อมาอีกไม่นานเห็นเขายกขาฉี่ตรงจุดใด ไฉนวิ่งรี่เข้าไปฉี่ทับรอยฉี่ของเขาหน้าตาเฉย แล้วแบบนี้จะให้หมาที่ไหนทนได้ มาอยู่ทีหลังจะดังกว่าได้อย่างไร


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Tuesday, 5 September 2006, 06:57PM
 

เซียน..นักรบขี้อิจฉา                               

 

                               การเผชิญหน้ากันดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นเรื่องบันเทิงเริงใจสำหรับหัวโตเลยแม้นแต่น้อยเพราะเต๋าเต้ยคือเจ้าตัวก่อการร้ายที่หัวโตหลงดีใจคิดว่าได้ถูกเนรเทศหลุดออกไปจากนอกวงโคจรของชีวิตหลังจากที่หายหน้าไปนาน  แต่แล้วจู่ๆก็เห็นเต๋าเต้ยหวนกลับมาวิ่งเล่นอยู่ในบ้านอีกครั้ง หัวโตพลันได้กลิ่นไอของความวุ่นวายที่กำลังคืบคลานเข้ามาก่อกวนชีวิต ที่เคยอยู่ตัวเดียวอย่างสงบสุข

นับจากนี้กรรมสิทธิ์ในการครอบครองอาณาเขตในบ้านแต่เพียงผู้เดียวจะต้องถูกแบ่งปัน  เพราะไม่ว่าจะเดิน จะกิน จะนอนที่ไหนในบ้าน เต๋าเต้ยจะกลายเป็นเงาที่ตามหลอกหลอน คอยแย่งชิงพื้นที่ สิ่งของ ขนม ไก่ย่าง ไส้กรอก ทองหยอดของโปรด และที่หัวโตโกรธนักหนาก็คือ เรื่องการเข้ามาแย่งชิงเอาความรักและความสนใจจากแม่กี๋และพ่อจ๋า  เพราะเหตุนี้เองไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าหรือพฤติกรรมใดๆของเต๋าเต้ย มันจึงเป็นที่ขัดหูขัดตา หัวโตจึงแสดงตนว่าไม่สมัครสมาน ในการเข้าไปรวมตัวอยู่ในฝูงเดียวกันกับเต๋าเต้ย  ทำไมหัวโตจึงปฎิเสธสมาชิกหมาตัวใหม่ที่ชื่อว่า... เต๋าเต้ย โดยสิ้นเชิง ?

สำหรับความคิดเห็นส่วนตัว แม่กี๋เชื่อว่ามันต้องเป็นเรื่องราวที่ไม่ลงรอยกันในอดีต ที่เกิดขึ้นก่อนเต๋าเต้ยเหินฟ้าไปเชียงใหม่ ความบาดหมางยังคงติดค้างอยู่ในใจของหัวโตไม่สร่างซา แม้นว่าแม่กี๋และพ่อจ๋าจะเอาใจช่วย ด้วยการทำตัวเป็นกองเชียร์ กองกลาง กองหน้า ส่งเสียงกระตุ้นให้หัวโตยอมเล่นกับน้อง  แต่การเชื่อมต่อสายสัมพันธ์มันช่างไร้ผล เพราะหัวโตหมาแก่จอมอาฆาต ไม่ยอมลืมเรื่องเก่าแต่หนหลัง ที่เต๋าเต้ยเคยกล้าเข้าไปปะทะเพื่อแย่งอาหาร ซึ่งถือว่าเป็นการลูบคมนักเลงเฒ่าเข้าอย่างจัง มันเป็นสิ่งที่จี้ใจดำ.....หมาบางแก้ว ที่มีนิสัยขี้หวงของ อาหารและเจ้าของ (หมาที่มี...นิสัยงกที่สุดก็ว่าได้)

เหตุการณ์การทักทายกันที่กลางลานบ้านในวันแรกที่ทั้งสองหวนกลับมาพบกัน แม่กี๋จึงมองเห็นภาพหมาต่างขั้วสองตัวที่ไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้ หัวโตวางมาดเป็นนักเลงพี่ใหญ่เจ้าของพื้นที่ เต๋าเต้ยวาดลวดลายนักเลงหน้าใหม่วัยร้ายบริสุทธ์  เจ้าของบุคลิกดื้อรั้นเหลือร้าย ไม่สนใจว่าใครจะใหญ่มาจากไหน ทำตัวเป็นหมามั่น ไม่ชอบให้ใครมาข่มขู่อยู่เหนือกว่า และพร้อมจะสู้ไม่ถอย   บ่งบอกถึงความห้าวของหมาหนุ่มที่ไม่รู้จักความหมายของคำว่า” กลัว” อยู่ในหน่วยความจำ


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Tuesday, 5 September 2006, 07:01PM
 

 แม่กี๋จัดเวลาให้ทั้งสองตัวได้อยู่ร่วมกันในวันแรกที่เต๋าเต้ยกลับมาอยู่บ้านมหาชัย ช่วงหัวค่ำทั้งคู่จึงได้เข้ามาอยู่ในบ้าน โดยมีแม่กี๋คอยนั่งสังเกตว่าหมาสองตัวจะปรับตัวเข้าหากันอย่างไร?  เต๋าเต้ยซึ่งกำลังอยู่ในช่วงพัฒนาทักษะการเข้าสังคมกับหมาอื่น บวกกับประสบการณ์ครั้งล่าสุดกับเพื่อนหมาตัวแรก “ปลาทู..ชิสุห์เพื่อนรักรุ่นเดียวกัน”

ถึงแม้นว่าเต๋าเต้ยจะถูกปลาทูขู่เอาบ้าง เพราะฉุนจัดที่โดนเต๋าเต้ยหยอกแรงไปนิด แต่เต๋าเต้ยก็ยอมลงทุนงอนง้อขอเล่นด้วยกันใหม่ได้ทุกครั้ง เต๋าเต้ยไม่เคยก้าวร้าวเช่น คำรามหรือกัดกับปลาทูเลยแม้นแต่ครั้งเดียว เต๋าเต้ยจะวิ่งวนไปรอบๆโฉบเข้าไปใกล้ๆแล้วถอยหนีออกมา เพื่อยั่วเย้าให้ปลาทูกระโจนเข้าหาและทำเสียงแว้ดๆ และเต๋าเต้ยกลับเห็นว่าการแสดงความดุดันของปลาทูเป็นเรื่องที่น่าขบขัน นับได้ว่าเป็นความสำเร็จครั้งแรกของเต๋าเต้ย ในเรื่องการเรียนรู้เรื่องการเป็นมิตรกับหมาอื่น

 เมื่อได้พบกับหัวโตเกลอเก่าที่เคยเล่นกัน เต๋าเต้ยจำหัวโตได้ในทันที แสดงอาการดีอกดีใจ วิ่งเข้าไปอยู่ใกล้ๆ กระโดดโลดเต้น ชวนเล่นเหมือนเคยปฏิบัติต่อปลาทู  แต่หัวโตหมาที่เต๋าเต้ยกำลังหมายมั่นปั้นมือขอเป็นเพื่อนเล่น มีปฏิกิริยาตอบกลับทางด้านลบ แยกเขี้ยวทำตาลุกวาว เมื่อเต๋าเต้ยเดินผ่านหรือเข้าไปใกล้ๆ หัวโตจะส่งเสียงขู่คำรามดังลั่น พอเผลอเข้าไปถูกเนื้อต้องตัว หัวโตจะมีอาการหงุดหงิดและเข้าจู่โจมงับคอ ยืนคร่อมบนตัวเต๋าเต้ย ซึ่งในขณะนั้นตัวเล็กกว่ามาก ส่วนเต๋าเต้ยก็ไม่ลังเลที่จะตอบโต้ด้วยสัญชาตญาณ “หมาไม่ยอมหมา“เช่นกัน เกิดเหตุการณ์ชุลมุนกันยกใหญ่” ระยะแรกๆแม่กี๋ทำตัวเป็นกรรมการคอยควักใบแดง ไล่ทั้งคู่ออกนอกสังเวียน ซึ่งก็ได้ผลดีแต่พอเวลาล่วงเลยไป เสียงกรรมการกลายเป็นเสียงเชียร์ ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ....กัดกันมันหยดติ๋งๆๆ โชคดีที่เป็นแค่ “ศึกน้ำลาย ไร้โลหิต”

 ประสบการณ์การเข้าสังคมของเต๋าเต้ยที่ได้รับจากหัวโตจึงเป็นเรื่องที่เลวร้าย เพราะเต๋าเต้ยถูกปฎิเสธการเข้าสังคมจากสมาชิกที่อยู่ในฝูง อาศัยอยู่ในรังและมีจ่าฝูงตัว (คน) เดียวกัน รูปแบบการเข้าสังคมที่เต๋าเต้ยได้ตัวอย่างจากหัวโตคือ การเริ่มต้นทำความรู้จักหมาอื่นด้วยความไม่เป็นมิตร จนถึงทุกวันนี้เต๋าเต้ยไม่เคยกระดิกหางเดินเข้าหาหมาแปลกหน้าหรือหมาเพื่อนบ้าน แต่จะหวาดระแวงและระวังตัว พยายามประสานตาระหว่างทำท่าขู่คุกคาม เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเต๋าเต้ยไม่มีทักษะทางสังคมมากพอที่จะอยู่ใกล้กับหมาตัวอื่น สาเหตุเกิดจากเต๋าเต้ยผูกสัมพันธ์กับหมาตัวอื่นน้อยมาก คือตั้งแต่เล็กจนโตมีแค่หัวโตกับปลาทู และยังมีประสบการณ์การติดต่อที่ไม่ดีกับหัวโตเมื่อตอนยังเป็นหมาเด็ก

ในช่วงเวลานั้นแม่กี๋ก็ยังไม่สิ้นหวัง เพราะวันแรกอาจจะยังไม่เข้าเหลี่ยมเข้ามุมกัน รอเวลาให้หัวโตปรับตัวปรับใจสักสองสามวัน เหตุการณ์อาจคลี่คลายไปในทางที่ดี แม่กี๋ยึดคติที่ว่า “...กว่าจะมีหนึ่งมิตร ต้องชิดใกล้” หากทั้งคู่ได้มีเวลาอยู่ด้วยกันและทำความรู้จักกันตามประสาหมามากขึ้น ผลลัพธ์ของการประลองกำลังเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของกันและกัน จะนำมาซึ่งการจัดลำดับของตัวเองในฝูงได้เอง เมื่อแต่ละตัวรู้สถานภาพของตัวเองและไม่ล้ำเส้นกัน เมื่อนั้นการทะเลาะเบาะแว้งจะลดน้อยลง วันนี้ไม่สำเร็จ วันหน้ายังมีเวลาให้ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน นานจนกระทั่งเป็นมิตรกันได้ในที่สุด แม่กี๋แอบมีความหวังลึกๆในใจ

 แต่แล้วความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อเต๋าเต้ยกลับมาสร้างเรื่องใหม่ๆ ตบเท้าก้าวเข้ามาอีก นั่นก็คือวีรกรรมในวัยซน ที่สร้างความเสียหายและมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของหัวโตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มันทำให้หัวโตขุ่นข้องใจเพิ่มมากขึ้น เริ่มตั้งแต่คืนวันแรกที่เข้ามานอนในบ้านด้วยกัน เต๋าเต้ยก็ได้ทำให้หัวโตถูกเนรเทศกระเด็นออกไปนอนนอกบ้านอย่างถาวร

วีรกรรมของเต๋าเต้ยในคืนวันแรกที่บ้านมหาชัย เกิดขึ้นเนื่องจากแม่กี๋เข้าใจผิดคิดว่าเต๋าเต้ยโตพอที่อยู่ภายในบ้านโดยไม่ต้องล่ามโซ่ และคุ้นเคยกับการขับถ่ายในถาดที่ลองด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ มาตลอดระยะเวลาสองเดือนที่อยู่เชียงใหม่ แม่กี๋จึงให้เต๋าเต้ยนอนอย่างอิสระในห้องรับแขกชั้นล่างโดยไม่ได้ล่ามโซ่หรือขังกรงแต่อย่างใด วางถาดปูกระดาษหนังสือพิมพ์เอาไว้และ ปล่อยทิ้งให้อยู่กับหัวโตที่นอนอยู่ตรงมุมสบายส่วนตัวที่เดิมในห้องรับแขกชั้นล่าง  แม่กี๋นอนเอียงหูฟังเสียงการเคลื่อนไหวชั้นล่าง เมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไรผิดปกติ แม่กี๋จึงนอนหลับสนิทไปตลอดทั้งคืน


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Tuesday, 5 September 2006, 07:05PM
 

จนกระทั่งรุ่งเช้าแม่กี๋สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินหัวโตและเต๋าเต้ยแข่งกันเห่าเสียงดังหนวกหู จึงรีบลงไปตรวจเช็คความเรียบร้อย ภาพที่เห็นคือเต๋าเต้ยกัดหนังสือพิมพ์กระจายเต็มไปทั่วพื้นห้อง ขุดพื้นที่ปูด้วยเสื่อน้ำมันจนขาดกระจุยเป็นหย่อมๆ กัดมุมโซฟาขาดวิ่นหลายจุด ละเลงฉี่และอึดทั้งนอกและในถาด หัวโตกำลังยืนตั้งท่าเห่าเอาเป็นเอาตายอยู่ที่มุมสบายของตัวเอง  ราวกับอยากจะตระโกนร้องเรียกให้แม่กี๋ลงมาดูผลงานอัปยศของเจ้าตัวแสบที่แม่กี๋นำเข้ามาอยู่ร่วมกันในบ้าน

“เต๋าเต้ยทำไมทำแบบนี้ ขุดพื้นห้องทำไม นี่ๆๆๆ กัดเสื่อน้ำมัน กัดโซฟา แล้วนี่กระดาษหนังสือพิมพ์ปูไว้ให้ฉี่ กัดเลอะเทอะเต็มบ้าน เคยฉี่ในถาด แล้วนี่อะไรกัน โอ้ย.. ไม่ต้องเข้ามาอยู่ในบ้านอีกต่อไปแล้ว” แม่กี๋ทำเสียงเข้มเพราะไม่อยากจะเชื่อว่าเต๋าเต้ยจะทำเรื่องวุ่นวายได้ถึงเพียงนี้ จากตอนแรกที่เต๋าเต้ยยืนตัวสั่นเพราะความดีใจ เมื่อเห็นแม่กี๋เดินลงมาจากชั้นบน เนื่องจากยังไม่รู้ตัวว่าผลงานที่ตัวเองทำไว้ตรงหน้า มันเป็นการทำผิดกฎกติกามารยาทของการอยู่ในบ้าน แต่พอได้ยินน้ำเสียงที่ดุดันของแม่กี๋ เต๋าเต้ยเดินถอยหลังกรูด หลบๆเลี่ยงๆ ทำหน้าเด๋อด๋าแสร้งเป็นหมาไร้เดียงสา หมาไม่ได้ตั้งใจ และมีอาการคล้ายจะลังเล สองจิตสองใจว่าควรเข้ามาหาหรือรักษาระยะให้ห่างจากแม่กี๋ เพราะไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดอะไรขึ้น

แม่กี๋ไม่ได้ทำโทษเต๋าเต้ย เพียงแต่ใช้คำพูดพร่ำสอน สลับกับการทำเสียงดุๆ แล้วชี้ไปที่ผลงานชิ้นโบว์แดง แม่กี๋ได้แต่หวังว่าเต๋าเต้ยจะเข้าใจว่าแม่กี๋กำลังพูดถึงเรื่องอะไร การบรรยายบทเรียนของเช้าวันแรกจบลงที่การคาดโทษว่า หากแม่กี๋พบเห็นการกัดสิ่งของในบ้าน ครั้งต่อไปจะต้องมีการลงโทษกันอย่างแน่นอน แต่ในใจลึกๆแม่กี๋นึกตำหนิตัวเองมากกว่า ที่ปล่อยให้เต๋าเต้ยคิดเองในคืนแรกของการเปลี่ยนแปลงสถานที่ๆอยู่ใหม่ เต๋าเต้ยยังไม่คุ้นเคยกับห้องใหม่และ สิ่งของรอบๆตัวที่มีกลิ่นใหม่ๆ ซึ่งมันช่างเย้ายวนใจให้เต๋าเต้ยขุดคุ้ย ค้นหา กัดแทะสำรวจกลิ่น เพื่อหาประสบการณ์ ตามวัยของลูกหมาในช่วงหนึ่งปีแรก แม่กี๋ประเมินบทเรียนที่ได้สั่งสอนเต๋าเต้ยไว้สูงเกินไป แม่กี๋ควรจะรู้ว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใดๆก็ตาม สำหรับหมามันเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นใหม่ของการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเช่นกัน

คืนนั้นเป็นวันแรกและวันสุดท้ายที่เต๋าเต้ยได้เข้ามานอนในบ้าน และพลอยทำให้หัวโตต้องออกไปนอนนอกบ้านอย่างถาวรอีกด้วย มันอาจจะดูแย่มากสำหรับหัวโต แต่แม่กี๋ต้องการเลี้ยงทั้งคู่อย่างเท่าเทียมกันในทุกๆเรื่อง จะไม่มีทางที่หมาตัวหนึ่งได้นอนในบ้าน ในขณะที่อีกตัวหนึ่งต้องถูกให้นอนนอกบ้าน เพราะมันอาจทำให้เกิดความสับสนในใจหมา แม่กี๋ไม่ชอบการเลี้ยงหมาแบบลำเอียง เพราะหมาในความคิดของแม่กี๋มีหัวใจทุกตัว หมารู้สึกเสียใจ น้อยใจและเศร้าใจเมื่อถูกกระทำ และการให้ความรักที่ไม่ทัดเทียมกันทำให้หมาเกิดความอิจฉา จนเป็นบ่อเกิดแห่งความชิงชังระหว่างหมาที่อยู่ร่วมกันในบ้าน มันจึงไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเวลาเมื่อมีโอกาส   โดยเฉพาะหมาบางแก้วที่มีนิสัยเรื่องความขี้อิจฉาริษยา หวงของ หวงเจ้าของ หวงอาณาเขตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งต้องควรระมัดระวังมิให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการปฎิบัติต่อหมาภายใต้การปกครอง เช่น การแสดงความรัก การให้อาหาร การดุด่า และการทำโทษ ดังนั้นแม้นว่าน้ำหนักความรักจะไม่เท่ากันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ความยุติธรรมต้องแสดงออกให้ชัดเจน

แม่กี๋เฝ้าถามตัวเองถึง จุดหักเหที่ส่งผลให้เจ้าบางแก้วต่างวัยสองตัวนี้ไม่ต้องมนต์ชะตากัน ทำไมถึงไม่สามารถอยู่รวมกันได้  เหมือนน้ำกับน้ำมันในขวด ที่แม่กี๋จับมาใส่รวมกัน แต่พอพยายามเขย่าเท่าไร มันก็แยกแตกกระจายกันไปคนละทิศละทางอยู่ร่ำไป ทั้งๆที่โดยธรรมชาติแล้ว หมาเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงหรือที่เรียกกันว่า สัตว์สังคม

 ก่อนที่จะนำเต๋าเต้ยมาเลี้ยง แม่กี๋คิดว่าการมีหมามาอยู่ด้วยอีกตัวหนึ่งจะช่วยให้หัวโตไม่เหงาหรือรู้สึกว่าถูกทอดทิ้งเมื่อต้องอยู่ตัวเดียวในบ้าน การมีเพื่อนควรจะช่วยให้หัวโตมีความสุขเพราะการมีกันและกันในยามที่แม่กี๋ผู้เป็นจ่าฝูงไม่อยู่บ้าน แม่กี๋นึกถึงคำพูดที่ว่า “คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนกลับบ้านได้” หรือ “รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย” อะไรเทือกนั้น

น่าเสียดายที่แม่กี๋ไม่ได้ศึกษานิสัยของหมาบางแก้ว ก่อนที่จะเลี้ยงหมาบางแก้วเพศผู้ไว้ในบ้านพร้อมกันถึงสองตัว เพราะการเลี้ยงหมาบางแก้วพร้อมกันหลายตัวไม่ว่าจะเพศใด เจ้าของจำเป็นต้องเข้าใจนิสัยของหมาบางแก้วให้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะบางตัวอาจมีนิสัยก้าวร้าวชอบแสดงพฤติกรรมนักรบแย่งชิงความเป็นจ่าฝูง และนิสัยขี้อิจฉา หวงของ ก่อให้เกิดความปวดหัวแก่เจ้าของ แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุบังเอิญหรือโชคชะตา หมาบางแก้วเพศผู้สองตัวของแม่กี๋มีนิสัยเป็น “นักรบ” ทั้งคู่ เต๋าเต้ยฉายแววตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนหัวโต ยิ่งแก่ยิ่งเข้ม.....ถึงแม้นหุ่นจะไม่ให้ แต่ใจรัก...การรบ

ดังนั้น การเอาเต๋าเต้ยมาเลี้ยงกลายเป็นความหวังดีที่หัวโตไม่ต้องการ  หัวโตเป็นพระเอกที่ชอบฉายเดี่ยว ต้องการเท่อยู่ในอาณาเขตของตัวเอง ไม่ต้องการนางเอก ไม่ต้องการผู้ช่วย ไม่ต้องการลูกน้องหรือมีการเพิ่มสมาชิกหมาใหม่ในฝูง  หมาบางแก้วแก่ผู้รักสันโดษตัวนี้ชอบที่จะอยู่กับเจ้าของมากกว่าหมาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะนิสัยของหัวโตหรือจะเป็นความเคยชินที่ต้องอยู่ตัวเดียวมาเกือบทั้งชีวิตก็ตาม มันก็ทำให้ความตั้งใจของแม่กี๋ที่จะรวมเจ้าบางแก้วสองตัวให้อยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุขภายในบ้านต้องล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า

 ช่างน่าแปลกใจที่หัวโตไม่ชอบเต๋าเต้ย ทั้งๆที่เต๋าเต้ยมาอยู่กับหัวโตตั้งแต่ยังเป็นหมาเด็ก ช่วงแรกของการพบกันทั้งสองเล่นกันได้อย่างสนุกสนาน แต่ถ้าย้อนกลับไปสังเกตพฤติกรรมการเล่นของทั้งคู่ มันแฝงไปด้วยการประเมินความแข็งแรงและความอ่อนแอของกันและกัน หัวโตต้องการอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าสมาชิกที่เข้ามาใหม่ ขณะที่เต๋าเต้ย กำลังต้องการประลองกำลังของตัวเองกับหมาในฝูง  กล่าวคือลูกสุนัขเมื่อมีอายุประมาณสองถึงสามเดือน ลูกหมาจะเริ่มแข่งขันเพื่อแย่งของเล่น นอกจากจะสนุกแล้วยังแอบแสดงทักษะความสามารถของตัวเอง ทดสอบกันเองว่าตัวไหนสมควรเป็นผู้นำฝูงหรืออยู่ในลำดับที่สูงกว่า ดังนั้นการประลองกำลังแสดงความเป็นผู้นำจึงเกิดขึ้นตลอดหกเดือนแรกของเต๋าเต้ย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมีหัวโตเป็นคู่ประลองวัยดึกอยู่เพียงตัวเดียว การประลองเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร?

“เกมเล่นผ้า” เป็นเกมที่ทั้งคู่โปรดปราน “เต๋าเต้ยเล่นผ้า พี่โตเล่นผ้า” แม่กี๋จำได้ว่าชอบโยนเศษผ้าขนหนูให้ทั้งสองงับไว้กันคนละข้าง ดึงชักเย่อกัน เสียงคำรามในคอของเจ้าสองตัวดังเบาๆขณะที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาดึงผ้าชิ้นนั้นมาเป็นของตัวเอง แม่กี๋ไม่อาจรู้ได้เลยว่าทั้งคู่กำลังประลองกำลังและอยู่ในขั้นตอนของการจัดลำดับสถานภาพในฝูง ทั้งสองสนุกกับการเล่นชักเย่อ พยายามดึงเศษผ้าขนหนูให้หลุดออกจากปากของฝ่ายตรงกันข้ามด้วยการกระตุกแรงๆสองสามครั้งเป็นจังหวะ หนึ่ง...สอง...สาม...ๆๆ สี่ๆๆๆ

การกัดยึดสิ่งของแล้วฉุดกระชากของนั้นออกมาให้ได้ หมาทำเพราะอยากรู้ว่าตัวเองแข็งแรงกว่าคู่แข่งหรือเปล่า หมาที่ชอบเล่นแบบนี้ มักจะเป็นหมาที่มีนิสัยนักเลง ชอบการแย่งชิง  และหมาที่ใจสู้กว่ามักจะชนะแม้จะต้องแข่งขันกับหมาที่มีร่างกายแข็งแรงกว่าก็ตาม แม่กี๋เองยังเคยถูกประลองกำลังทุกครั้งที่อาบน้ำให้หัวโตจนมาถึงเต๋าเต้ย พอเริ่มเช็ดตัว..เกมการเล่นผ้าจะเริ่มขึ้น แม่กี๋จะเล่นด้วยสักพักหนึ่ง ทำเสมือนกับว่ามันเป็นการเล่นเพื่อความสนุกสนาน แต่แม่กี๋จะยุติการเล่นเกมด้วยคำสั่ง “ไม่” แม่กี๋ต้องการเอาชนะเด็กๆบางแก้วด้วย “คำสั่ง” ไม่ใช่การแย่งชิงด้วยกำลังที่เหนือกว่าเพื่อแสดงความเป็นจ่าฝูง แม่กี๋มีเหตุผลที่ซ่อนเร้น ก็โถๆๆใครจะไปกล้าปะทะกันตรงๆ เกิดแม่กี๋แพ้พ่ายเสียเข็มขัดแชมป์ความเป็นเจ้าแห่งสังเวียน จะเรียกคืนกลับมาก็แสนลำบาก อาจต้องยอมตากหน้า ตกที่นั่งเป็นลูกสมุนเจ้านักเลงบางแก้ว โฮ้งเดียว..หันซ้าย...สองโฮ้ง หันขวา สามโฮ้ง...มิต้องตีลังกาหน้าหลัง...แล้วระหว่างบางแก้วสองวัยเกมเล่นผ้าจบลงที่ตรงไหน?

หัวโตเป็นหมาโตที่แข็งแรงกว่าและมีความเป็นจ่าฝูงสูง จากการที่แม่กี๋สังเกตเห็นบรรดาแก๊งเจ้าสุดหล่อและสาวกสาวหลบเข้ามุม ไปกันคนละทิศคนละทางเมื่อเห็นหัวโตวิ่งออกสู่ลานจอดรถหน้าแฟลต อย่างมากเจ้าสุดหล่อก็ส่งเสียงเห่าอยู่บนบันได จะมีก็แต่ “เจ้าแซม หมาเชพเพอด “บ้านตรงกันข้ามที่หัวโตไม่สามารถสู้แรงปะทะเพราะสังขารที่ร่วงโรยและรูปร่างหมาไทยที่เล็กกว่า แต่ก็ยังพยายามท้าทายแสดงความเป็นศัตรูอย่างเด่นชัด หัวโตรู้ตัวว่ากำลังอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงของหมาบริเวณลานจอดรถหน้าแฟลตและครอบครองอาณาเขตในรั้วบ้าน

การที่เต๋าเต้ยสมาชิกหน้าใหม่ตัวจิ๋วไม่ยอมอ่อนข้อ หากหัวโตต้องการอยู่ในลำดับที่สูงกว่าในฝูง และครองตำแหน่งอันดับสองรองจากแม่กี๋ หัวโตก็ต้องปรามเต๋าเต้ยด้วยการแสดงความก้าวร้าวโดยใช้เสียงขู่คำรามดังๆ จนบางครั้งหัวโตต้องถึงขั้นงับเต๋าเต้ยจนร้องเสียงหลง ส่วนเต๋าเต้ยเจ็บจนลืมตัว อีกทั้งไม่กลัวใคร จะทำท่าหมาสู้ แยกเขี้ยวแสดงอาวุธที่มีอยู่ในปากให้เห็นชัดๆ โดยการยกริมฝีปากด้านหน้าขึ้นสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้จงใจแสดงความแข็งแกร่ง พร้อมกับกระโจนเข้าไปยืนคร่อมใช้เท้าเล็กๆยันที่คอหัวโต แม่กี๋ต้องรีบดุหัวโต เพราะเกรงว่าจะทำน้องเจ็บเข้าจริงๆ “หัวโตอย่าทำน้อง” “เต๋าเต้ยอย่าทำพี่โต” แม่กี๋ตะหวาดทั้งคู่ เมื่อเห็นว่าชักเริ่มเล่นกันรุนแรง

 แม่กี๋พยายามทำหน้าที่ของจ่าฝูง ชี้แนะพฤติกรรมฝูง ไม่อนุญาตให้ทะเลาะวิวาทกันโดยการออกคำสั่งให้หยุดการกระทำ วันนี้แม่กี๋ปกป้องเต๋าเต้ยที่เป็นลูกหมาตัวเล็กที่อ่อนแอกว่า  และปรามเต๋าเต้ยเผื่อไว้ในวันข้างหน้าไม่ให้ทำร้ายหัวโต ที่กำลังจะมีอายุมากขึ้น หมดเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ป้องกันตัว  ในขณะที่เต๋าเต้ยกำลังเติบโตเป็นหมาโตที่แข็งแรง มีนิสัยห้าวขึ้นทุกวัน

 หลังจากนั้นดูเหมือนว่าหัวโตจะเล่นกับเต๋าเต้ยน้อยลงทุกวัน  เพราะเต๋าเต้ยไม่ได้ลำดับชั้นของตัวเองในฝูงอยู่ต่ำกว่าหัวโตหมาผู้พี่นั่นเอง ด้วยเหตุนี้หัวโตจึงไม่อาจญาติดีเป็นมิตรกับเต๋าเต้ยหมารุ่นน้องผู้ทะเยอทะยาน เรื่องความไม่ลงรอยกันเกิดขึ้นเพราะความไม่ลงตัวกันของการจัดลำดับชั้นในฝูงนั่นเอง 


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Tuesday, 5 September 2006, 07:24PM
 

เมื่อประมวลเหตุการณ์ที่ผ่านมา ความผิดพลาดในการฝึกเข้าสังคมของเต๋าเต้ยได้ก่อตัวขึ้น ตั้งแต่ครั้งที่แม่กี๋นำสองสิงห์ผู้ยิ่งใหญ่มาพบกัน เต๋าเต้ยแสดงพฤติกรรมแย่ๆกับหัวโต ทั้งก้าวร้าวและท้าทาย แย่งชิง ไม่ยอมคารวะอ่อนน้อมถ่อมตน แม้นในขณะนั้นจะอยู่ในสถานะที่ร่างกายแข็งแรงด้อยกว่า หัวโตปฎิเสธการต้อนรับการเข้ามาเป็นสมาชิกฝูงเดียวกันของเต๋าเต้ย  เพราะไม่มีความประทับใจที่ดีในการพบกันตั้งแต่ครั้งแรก

 ประการต่อมา แม่กี๋ส่งเสริมให้มีการประลองกำลัง ด้วยการเสนอ “เกมเล่นผ้า” ส่งเสริมให้เต๋าเต้ยเรียนรู้พฤติกรรมการแย่งชิงสิ่งของกับหมาโต เป็นการกระตุ้นสัญชาตญานที่มีอยู่ในสายเลือดของหมาบางแก้ว การเล่นกันที่ผิดวิธีก่อให้เกิดปัญหาการเล่นที่รุนแรงเกินไป อย่างเช่น เกมการเล่นที่แฝงการแย่งชิงความเป็นใหญ่ หลายครั้งที่เต๋าเต้ยเผลอไปกัดหัวโตคู่แข่งขัน พอหัวโตดุแทนที่จะหมอบ ยอมกลับแผลงฤทธิ์โต้ตอบ จนกลายเป็นเอะอะก้าวร้าว และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการต่อสู้กันอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเรื่องที่หยั่งรากฝังลึกในความรู้สึกของหัวโตให้เกิดความเครียดแค้นชิงชังเต๋าเต้ยทวีมากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นมันยังส่งผลระยะยาว ทำให้เต๋าเต้ย ติดเป็นนิสัยนำไปใช้ประพฤติกับหมาตัวอื่นเมื่อเติบโตขึ้น ไม่รู้จักการวางตัวในสังคมหมา เมื่อพบกับหมาตัวอื่นๆ คอยตั้งหน้าจะเข้าไปราวี ไม่ว่าจะเป็นลูกหมาตัวเล็กๆ หมาเพศเมีย และหมาเพศผู้ ที่ดูเหมือนว่าตัวไหนๆก็ไม่ถูกใจเต๋าเต้ย เผลอไม่ได้เป็นต้องรี่เข้าไปประลองกำลัง ชวนหมาชาวบ้านตีรันฟันแทง  ยกเว้นเจ้าหมาตัวนั้นยอมหมอบ ย่อตัวลง นอนหงายท้อง วิ่งหนีหรือหลบไปอยู่ในที่กำบัง แต่ถ้ามีอาการตอบโต้ท้าทาย เรื่องจะจบลงที่ความรุนแรงสถานเดียว

พอถึงวันนี้แม่กี๋ตระหนักดีแล้วว่าการนำลูกๆบางแก้วเข้าสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญในลำดับต้นๆ เพราะ หมาเป็นสัตว์สังคมที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง การเล่นที่ไม่รุนแรงและอยู่ภายใต้การควบคุมจะช่วยพัฒนาให้หมาเด็กรู้จักการเข้าสังคมและรู้จักที่จะเป็นเพื่อนกับคนและหมาอื่น เพื่อการเติบโตเป็นหมาที่มีสุขภาพจิตที่ดี ที่สำคัญคือไม่ก่อความวุ่นวายให้เจ้าของในภายหลัง

การฝึกให้หมาเข้าสังคมหมาด้วยกัน ในหนังสือเลี้ยงสัตว์อย่างมี EQ ที่เขียนโดย นายสัตวแพทย์ธานินทร์ สันติวัฒนธรรม ท่านได้เขียนไว้ตอนหนึ่งว่า “วิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการฝึกมารยาทลูกหมาให้เข้ากับสังคมหมาก็คือ พาลูกหมาไปเล่นกับหมาโต หมาโตส่วนใหญ่จะไม่ทำร้ายลูกหมา อาจแสดงความรำคาญโดยการส่งสัญญาณขู่คำรามเล็กน้อย ซึ่งเท่ากับเป็นการสอนระหว่างหมาด้วยกันว่าสิ่งไหนควร สิ่งไหนไม่ควร ซึ่งเจ้าของควรปล่อยให้หมาใหญ่สอนหมาเด็ก เพราะจะช่วยให้หมาเล็กเรียนรู้ที่จะเป็นหมาใหญ่ที่ดีในอนาคต แต่ต้องอยู่ในสายตาของเจ้าของเสมอ และต้องระมัดระวังหมาใหญ่ที่ดุร้ายโดยเฉพาะตัวที่ชอบทำร้ายลูกหมา ต้องงดอย่าให้เป็นครูสอนลูกหมาโดยเด็ดขาด “

วิธีของท่านได้ตอกย้ำ เรื่อง ระบบอาวุโส ที่แม่กี๋เลือกใช้เป็นวิถีทางการเลี้ยงลูกให้ถูกทาง และได้เขียนไว้ในบทต้นๆเรื่องการเลี้ยงลูกๆบางแก้ว ที่ว่าด้วยการชี้แนะให้หมารุ่นน้องต้องเชื่อฟังหมารุ่นพี่ หรือเมื่อยังเป็นหมาเด็กตัวเล็กนัก ควรต้องอ่อนน้อมยอมคารวะหมาใหญ่รุ่นพี่ มิเช่นนั้นความซ่าเกินวัยจะนำภัยมาสู่ตัวเอง เพราะถ้าหากหมาใหญ่เกิดหงุดหงิดในความล้ำหน้าเสียมารยาทต่อรุ่นพี่ๆ เผลอใจขย้ำยำใหญ่ อาจเกิดอันตรายถึงขั้นบาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิต ส่วนเจ้าของเองควรเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ดี และเป็นกรรมการที่ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ไม่เอนเอียงเข้าข้างเจ้าตัวเล็กจนเสียนิสัยกลายเป็นหมาเอาแต่ใจตัวเอง หรือปล่อยให้เจ้าตัวโตข่มขู่เจ้าตัวเล็กจนเสียสุขภาพจิตกลายเป็นหมาขี้ระแวง หรือตกใจกลัวถึงขั้นเป็นโรคสารพัดกลัว เช่น กลัวคน กลัวหมาโต เสียงดังจากประทัด หรือ ฟ้าร้อง เหล่านี้เกิดจากประสบการณ์ไม่ดีในวัยเด็ก และยากที่จะแก้ไขได้ เมื่อหมาโตแล้ว

ขณะนั้นหัวโตอายุล่วงเลยเข้าวัยสิบสองปี ถือว่าเป็นผู้มีอาวุโสสูง มารยาทดียอดเยี่ยม รู้จักการอยู่ร่วมกับสังคมคน และได้เรียนรู้กฎระเบียบต่างๆภายในบ้าน รวมถึงการระวังภัยนอกบ้าน รู้ว่าสิ่งไหนทำได้และสิ่งไหนต้องห้าม ความแสนรู้ของหัวโตสามารถทำให้คนทั้งรักและสงสาร ขณะเดียวกันก็ทำให้คนที่เกลียดหัวโตทั้งเกลียดทั้งกลัว แม่กี๋จึงยินดีมาก หากหัวโตจะเป็นครูผู้สอนมารยาทให้แก่เต๋าเต้ย  แม่กี๋ตั้งความหวังไว้ว่า ถ้าเต๋าเต้ยแสนรู้ได้ครึ่งหนึ่งของหัวโต แม่กี๋จะยินดีปรีดา ซึ่งนั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับเต๋าเต้ยที่จะรักดีหามจั่วหรือไม่..? แต่จนแล้วจนรอดเต๋าเต้ยก็ไม่เคยได้หัวโตเป็นครูผู้สอนสั่ง  หนึ่งไม้บรรทัดเป็นระยะห่างอย่างต่ำระหว่างบางแก้วสองวัย เต๋าเต้ยทำได้แค่ ทำตัวเป็นลูกศิษย์นอกห้องเรียน..คอยชะเง้อมองจ้องทำตามแบบอย่างของหัวโต...แบบที่โบราณท่านว่า “ครูพักลักจำ “

ก้าวสำคัญในการเรียนรู้ของเต๋าเต้ยกำลังจะเริ่มขึ้นที่บ้านมหาชัย ทุกบททุกตอนที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ ส่งผลให้เกิดเป็นนิสัย ความประพฤติ และตัวตนของเต๋าเต้ยที่เห็นได้ในปัจจุบัน สมาชิกในฝูงที่ประกอบด้วย พ่อจ๋า แม่กี๋ หัวโต และตัวประกอบทั้งคนและหมาที่ทยอยเข้ามามีบทบาทในแต่ละช่วง ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ร่วมสร้างเรื่องราวให้น่าขบขัน ชวนคิดและสนุกสนานไปพร้อมๆกัน


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย สมเกียรติ แม่กลอง - Tuesday, 5 September 2006, 09:51PM
  โห้ เป็นหนังสือนิทานสอนใจเล่มเล็กได้เลยครับ สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงบางแก้วอย่างผม ขอบคุณมากๆเลย เพราะผมกำลังประสบอยู่ เจ้ามังคุดกะแตงโม รวมหัวไม่ยอมรับเจ้าโกโก้ น้องหมารุ่นพี่วัย 5 เดือนที่อาภัพ จะมาอยู่กับผม
ซึ่งจริงๆแล้วโกโก้นิสัยดี แต่ติดคนไปหน่อย ขี้อ้อน เลยทำให้เจ้าถิ่นอย่างมังคุดกะแตงโม ไม่สบอารมณ์ที่มาแย่งความรักไป ก็พยายามสอน พูดทุกวัน ว่ารักเหมือนกันหมด ให้รักกันไว้ แถบขู่ไว้ ถ้าเห็นใครรังแกใคร จะไม่รัก จะเอาไปให้คนอื่นด้วย ก็ทำหน้าจ๋อยไป แต่ถ้าปล่อยให้เจอกันก็ต้องเป็น มังคุดกะโกโก้ หรือแตงโมกะโกโก้ จะยอมอยู่ด้วยกัน ไม่กัดกัน แต่ถ้าปล่อยมังคุดกะแตงโมเมื่อไหร่เป็นได้เรื่อง เข้ามารุ่มหาเรื่องทัน ห้ามก็ไม่ทันด้วย ไม่อยากให้ได้เลือดกันครับ พยายามให้สนิทใจกันมากกว่านี้ก่อน  แล้วจะทะเลาะกันเฉพาะตอนผมอยู่ด้วยสิ ใครเดินมาอ้อนผมไม่ได้เลย วิ่งเข้าใส่ทันที ผมละกลัวเลย รีบตะโกนไล่ให้ไปไกลๆ เดินกััดกัน
ตอนนี้เลยเริ่มปล่อยเป็นคู่ๆไปครับ

ปล.รบกวนแม่กี๋ โทรมาหน่อยจิครับ ผมจะได้ปรึกษาได้ หรือมาเที่ยวทานอาหารที่แม่กลองสิครับ เอาเต๋าเต้ยมาสิครับ เดี่ยวผมพาโกโก้ ไปเล่นด้วย ไม่รู้จะยอมกันป่าว
ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย SANMAI NG - Wednesday, 6 September 2006, 12:53AM
 

ขอบคุณมากครับ เรื่องหัวโตกับเต้าเต้ย 

*เจ้าซันมัยโตแล้วคงเอาลูกหมาตัวใหม่เข้าบ้านไม่ได้แน่ ไม่ไว้ใจครับ*

ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย สมเกียรติ แม่กลอง - Wednesday, 6 September 2006, 07:30AM
  ลองสิครับ ปวดหัวไปอีกแบบ อิอิ คิดว่าเค้าคงไม่ทำน้องหรอกครับ เพราะยังเด็ก ต้องเอามาแตั้งแต่ 30 วันจะดี เพราะเค้าจะไม่ซนมาก ยังไม่วิ่งเล่นยังยอมรับเราและตัวอื่นได้ดี ถ้าเกิน 2 เดือนไปแล้ว ขนาดเรามันยังยอมรับยากเลย

ลูกค้าข้างบ้านเค้าก็มีบางแก้ว 2 ตัว กัดสายไฟตายไป 1 ตัว โดนรถชนตายไป 1 ตัว เลยเอามาเลี้ยงใหม่ ฟน้าน้องหมาเหมือนจิ้งจอกมากเลย จมูกสีน้ำตาล สีจาง แถบ 2 เดือนกว่าแล้ว เนี้ยปาเข้าไป 2 อาทิตย์แล้ว มันยังขู่ไม่ยอมให้จับตัวเลย ดุน่าดู แต่ผมเดินเข้าไปมันดมๆ จะจับมันก็ขู่ เลยคว้าตัวมาอุ้มเลย มันก็มองหน้าน่ะ ไม่ขู่แล้ว แต่ดิ้น อิอิ เลยมันส์ผม เดินไปจับเล่นทุกวันเลย ให้มันชินกะผม เพราะเจ้าของไม่กล้าจับ
ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย ยศชัย ชัยพรหมมา - Wednesday, 6 September 2006, 08:28AM
 

สวัสดีครับแม่กี๋ และสองนักเลง

โอ้โห!.... หายไปนานนนนน........ เลยนะครับเรื่องราวของสองนักเลง

กลับมาคราวนี้ ร่ายยาวเป๋นรางรถไฟเลย ว่าแล้วฟ้ามุ่ยขอตัวไปอ่านเรื่องราว

ของพี่นักเลงเลยนาจ้าว........


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย พายุ วงศ์วายุ - Wednesday, 6 September 2006, 08:47AM
 
สวัสดีครับปู่หัวโตและน้องเต๋าเต้ย... หายไปนานเลยนะครับ... พายุกับน้องน้ำมนต์รอฟังข่าวอยู่ว่านักเลงหนุ่มกับนักเลงเฒ่าจะตะลุมบอนกันไปถึงไหนแล้ว... ว่าแล้วพายุกับน้องน้ำมนต์ก็เลยชวนกันทดลองงัดแข้งเรียกน้ำย่อยไปพลางๆครับ

ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Wednesday, 6 September 2006, 11:12AM
 

คุณป้อน้องฟ้ามุ่ย และพี่ พายุ วงศ์วายุ ที่คิดถึงแก้มแดง

                                        

                                    ยักคิ้ว แม่กี๋ดีใจที่ได้กลับมาพบกับแฟนๆคลับของสองนักเลงอีกค่ะ สัญญาว่าต่อไปจะขยันให้มากขึ้น เร่งปั่นเรื่องปู่หัวโตกับเต๋าเต้ย ออกมาวิ่งเล่นในชุมชน เหมือนดั่งเก่าก่อน อันที่จริงแม่กี๋อยากเขียนให้ถึงตอนย้ายมาอยู่ท่ายางเสียเร็วๆ เพราะที่นี่มีเรื่องสนุกๆเกิดขึ้นมากมาย แต่ว่ามัวลีลาเก็บของลงกล่องไม่รู้จักเสร็จสักที รถสิบล้อก้อมารอขนอยู่บ้านตั้งนานแล้ว ตอนหน้าย้ายแน่ๆค่ะ........ไปท่ายางกันลูกๆนักเลง..ลุยมารร้ายมารร้าย

                                       น้องฟ้ามุ่ยโตขึ้นมากโขนะคะ ยังไปแอ่วโต้ง ลุยโคลน เล่นน้ำคลองอยู่หรือเปล่าคะ แม่สาวน้อย...จอมแก่นของแม่กี๋ เข้ามาโพสต์รูปเขียนเล่าอัพเดทเรื่องราวลูกสาวหน่อยน้าอาย

                                      พี่พายุและน้องน้ำมนต์...บางแก้วคู่ขวัญอมตะ ที่ว่าพายุกับน้องน้ำมนต์ก็เลยชวนกันทดลองงัดแข้งเรียกน้ำย่อยน่ะ แม่กี๋ว่ากำลังกอดกัน..ฉันรักเธอ มากกว่านะจ้ะ ดูขาหน้าจิโอบเสียแน่น แถมยังซบที่ซอกคอ....ฮู้ๆๆๆจูบ

                                                                                       แม่กี๋เจ้าเก่าจ้าววววตัวตลก


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย พรรณ์ ธิดา - Wednesday, 6 September 2006, 04:16PM
 
ถึง..แม่กี๋

หายไปซะนานเลย...มาคราวนี้เขียนซะตรึมเลย...ต้องค่อยๆ อ่าน
อ่านมาเรื่อยๆ ..มาถึงตอนแม่กี๋วางใจเซียนเต้ย..โห้...ระวังนะคะ......
วันก่อนพรรณ์ก็ไว้ใจส้มเช้งแบบนี้หละ...โดนเข้าไปเต็มๆ ที่ฝ่ามือเลย..
เลือดซิบเล็กน้อย...ไม่รู้ช่วงนี้เค้าเป็นอะไร เมื่อคืนก็เป็นอีก...........
วันก่อนเค้าร้องทั้งคืน..เราก็กลัวว่าพ่อเค้าจะโมโหไม่ได้หลับได้นอนจะ
ลงมาตีเค้า...เราก็ลงมาแทน มาดุ และตีเค้าไป 2 ที ..ทีแรกก็ผ่านไป แต่..
พอทีที่ 2 โดนสวนด้วยปากฝังเขี้ยว..ดีที่เค้างับไม่แรง หรือเราหนังเหนียว
ก็ไม่รู้ เลือดออกเล็กน้อย...แต่ตอนเช้ามือบวมเลย (แอบปิดไม่ให้พ่อเค้ารู้)
ไม่งั้นส้มเช้งถูกเตะแน่ๆ และแล้วเมื่อคืน..เธอก็เป็นอีก..ทั้งร้อง....ง ทั้งหอนทั้งคืน เช้าก็มาร้องเสียงอี๊ดๆ หน้าประตูอีก..เฮ้อ......ไม่รู้คืนนี้เธอจะทำอะไรอีก



ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Wednesday, 6 September 2006, 06:20PM
 

คุณแม่พรรณ์ของน้องส้มเช้งคะสับสน

แม่กี๋ว่าส้มเช้งกำลังมีความรักค่ะ...หมอลักษณ์....ฟันธงยักคิ้ว 

ช่วงปีที่ผ่านมาเต๋าเต้ยมีอาการแบบนี้หลายครั้งแล้วนะคะ จนแม่กี๋นอนหลับไม่สนิท ต้องลุกลงมาดุ บางทีจับเข้ากรงเอาผ้าคลุม(ปกติไม่เคยเข้ากรง ยกเว้น เวลามีคนมาส่งของ) ไม่ให้เห็นก็หอน แต่ถ้าเห็นก็เห่า บรรดาสาวๆกับหนุ่มที่ติดสอยห้อยตาม ก็ชอบมานอน มานั่ง มาป้วนเปี้ยนอยู่หน้ารั้วบ้าน แม่กี๋ก็เกรงใจคนข้างบ้านเต็มกำลัง

เกือบร่วมอาทิตย์ค่ะ กว่าจะหายจากอาการศรรักปักอก ช่วงนั้นไม่สนใจแม่กี๋เลย อาหารก็กินน้อยลง ใจลอยออกไปนอกรั้วตลอดเวลา จะทำหมัน พ่อจ๋าก็ไม่ยอม กลัวลูกชายจะไม่แมน เท่เฮ้อ...ปวดหม๋องๆๆจริงๆค่าตายดีกว่า

                                       ระวังหน่อยนะคะช่วงที่..ความรักทำให้...ตาบอดจูบ

ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย มัตติกา จอมเพ็ชร์ - Wednesday, 6 September 2006, 07:36PM
 

หวัดดีค่ะแม่กี๋  ได้เวลาเข้ามาอ่านเรื่องเล่าของลูก ๆ แม่กี๋อีกแล้ว  ดูท่าทางแล้วเต๋าเต้ยเหมือนกับเป็นนักเรียนเกเรอยู่นิดหน่อย  ทำนองชอบแหกกฏพอให้ชีวิตมีรสชาติ แต่จะให้ก้มหัวยอมรับนี่มันต้องลองกำลังกันดูหน่อย มารร้าย

...ปู่หัวโตคงกลุ้มใจพิลึก  อยู่ดี ๆ แม่ก็หาลูกศิษย์มาให้อบรม ก็ลูกศิษย์มันไม่ฟังกันบ้าง ปู่เลยอยากประท้วงไม่ยอมสอน โกรธ  ...ที่เหลือก็อยู่ที่อาจารย์ใหญ่อย่างแม่กี๋แหละค่า มีวิธียังไงน้าให้คู่กัดกลายมาเป็นคู่หู (จำเป็น)ได้ เท่...

ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย จิตรใส สิระชัยนันท์ - Wednesday, 6 September 2006, 09:54PM
 

ดีใจจังครับ.....ได้กลับมารับรู้เรื่องราวของปู่หัวโตกะหลานเต๋าเต้ยคู่ซี้อีก (ซี้ปึกๆ จิงๆ น้า)

พี่ข้าวตังจะรออ่านความเป็นเซียนของน้องเต๋าเต้ยที่ก่อไว้ที่ท่ายางในสวนเฟินนะคร๊าบ


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Thursday, 7 September 2006, 01:20PM
 

ตัวตลกสวัสดีเจ้า คุณแม่สองสาวตัวตลก

                   แบบนี้จิจ้ะถึงจะเรียกว่าคนฮักกันอีหลี..แต้ๆจูบ เข้ามาช่วยลุ้น อาจารย์ใหญ่ ครูและ ลูกศิษย์ แต่บางทีแม่กี๋ก็เป็น ทั้งนักการ ภารโรงและสาวใช้ของเจ้าเซียนสองตัว เพราะมีหน้าที่ตามล้าง ตามเช็ด เรื่องวิวาททู้กวันค่า ไม่นิดก้อหน่อย เมื่อเช้านี้เองค่ะ เกิดความหมั่นไส้กันเกินจะห้ามใจ กระโจนเข้าฟัดกัดกันลั่นบ้าน คนที่ได้ยินแค่เสียงก็คงเดาว่า แม่กี๋จะต้องกำลังโทรฯเรียกพี่ปอ...ปอเต็กตึ้งอาย  แน่ๆ

แม่กี๋ปล่อยให้บรรเลงกันไปหลายกระบวนท่า แล้วค่อยกลับออกไปดูอีกที .....ท่วมตัวค่ะ(น้ำลายเช่นเคย) แยกย้ายกันเข้ามุมใครมุมมัน และพอแม่กี๋ย่อตัวลงนั่ง ปู่หัวโตเดินมาหาด้านซ้าย ครางฮึ่มๆ เต๋าเต้ยเดินมาทางขวาแยกเขี้ยว ยิงฟัน

แม่กี๋เลยอบรม" เฮ้ย..จะกัดกันทำไมโกรธ"  ลงโทษ..ตีที่ปากเบาๆ ตัวละที ทั้งคู่ยกขาหน้ามาวางบนที่แขนของแม่กี๋ ช่างคิด "เออ!!รู้จักคิดเหมือนกันเหรอเรา ดีที่ขอโทษแม่ รู้แล้วก็ดี ทีหลังอย่าทำ " พูดเอง เออเอง เรื่องเลยจบลงได้ค้ากัดฟัน ม่ายมีใครเถียงสักแอะ

 แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ พรุ่งนี้ก็แฮ่ๆ ฮึ่มๆกันอีก....ก๊อพวกลูกๆบางแก้วของแม่กี๋ความจำสั้นค้า...ชอบร้องเพลงของพี่เป้า สายันต์ สัญญา...วันนี้รัก วานนี้ลืม...คับป๋มโกรธตายดีกว่า


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย Pingpong \(-_-)/ - Friday, 8 September 2006, 08:44AM
  คุณกี๋เล่าเรื่องได้สนุกจัง  ขอนำไปจารึกไว้ที่ รายวิชา
รายวิชาเรื่องเล่าหมาบางแก้ว

หัวโตอายุ 14 แล้วหรือ   ยังดูอายุเท่าปิงปองเลย

ปิงปองอายุ 4 ขวบกว่าเอง   แต่ก็ชอบทำตัวเบื่อหน่ายในชีวิต   ทำคอตก หูตกข้างหนึ่ง  เดินก้มหน้าก้มตา  อารมณ์หงุดหงิด  ไม่ค่อยอยากเล่นกับด็อตคอมที่มาตอแย   เซ็งๆก็ทะเลาะกับโบบ้าง     แต่พิษสงหายไปเยอะ  ไม่เปลืองเบตาดีนและยาพาราฯ

รูปโยงจาก http://www.bangkaew.com/elearning/mod/forum/discuss.php?d=2011

ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Friday, 8 September 2006, 10:42AM
 

สวัสดีค่ะ สับสน

ติดตามเรื่องราวของปิงปอง ด็อตคอมและโบตั้งแต่เข้ามาเป็นแฟนของเว็บชุมชนฯใหม่ๆค่ะ เห็นการเปลี่ยนแปลงของปิงปองที่อวบอิ่มน่าหม่ำขึ้นมาก และทึ่งในความเป็นบางแก้วของปิงปอง ด็อตคอมที่กลายเป็นหนุ่มลักษณะงามทั้งสีและรูปร่าง โบยังคงที่เสมอต้นเสมอปลาย (แอบเห็นใจโบ ตอนที่ปิงปองยังมีพิษสงอยู่เยอะค่ะ)

หัวโตเมื่อสองเดือนก่อนผลัดขน จนดูไม่ได้เลยค่ะ ตาก็แฉะ มีเม็ดขึ้นตามตัว จะอาบน้ำแต่ละที อีชอบทำตัวสั่นสะท้านเหมือนข้าพเจ้าหนาวนะ..แม่เศร้าตายดีกว่า ก็เลยสงสารเพราะคิดว่าแก่แล้ว อาจจะขี้หนาวเหมือนคนเฒ่าคนแก่ ตอนหลังไม่สนใจแล้ว จับอาบน้ำบ่อยขึ้น แปรงขนสามเวลา ให้สะเก็ดหลุดออกไป ตอนแรกเป็นขุ้ยๆเต็มเลยนะคะ พอให้อาหารเสริมบำรุงขนช่วยอีกแรง ตอนนี้กลับมางามอีกครั้งค่ะ นึกว่าจะแก่แล้วแก่เลยเสียแล้วงวดนี้

นี่ก็ย่างเข้าปีที่ 15 หน้าตายังเด้ง เว้นแต่ตาบอดมัวและฟันหล๋อ วิ่งตัวปลิวทุกเช้าเย็นค่ะ แถมเข้าแจมกัดกับหมาแปลกถิ่นเป็นแนวร่วม ช่วยเต๋าเต้ยรุมศัตรูแบบตอดๆ แหย็บหนีๆ เชิงนักเลงเฒ่าไม่เน้นการปะทะหนักๆ จนทั้งคู่ได้คุมพื้นที่รัศมี50เมตรจากหน้ารั้วบ้านค่ะกัดฟัน

ยินดีและดีใจมากค่ะที่เรื่องของสองนักเลงได้ถูกนำไปจารึกที่รายวิชาเรื่อง เล่าหมาบางแก้ว ยักคิ้ว

                                                   ขอบคุณค่ะ

 

                                              ตาเขียว  กี๋ ท่ายาง

 


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย มัตติกา จอมเพ็ชร์ - Friday, 8 September 2006, 02:46PM
 

เอิ๊ก ๆ ..ลูกแม่กี๋กลายเป็นปลาทองไปแล้วเหรอคะ เห็นบอกว่าความจำสั้น  แต่ปลาทองมันน่ารัก น่าจิ้มหัววุ้นน๊า  แต่กับ 2 หนุ่มนี่แม่ก้าขอเกาะขอบจอรอลุ้นดีก่าค่า...กัดฟัน

...พูดเรื่องแก่ก่อนวัยของปิงปอง  ยัยนีโมของแม่ก้าตั้งแต่มาอยู่ชุมพร ไม่ค่อยมีที่ให้วิ่งเล่นเหมือนตอนอยู่ปัตตานี น้องแมวที่นี่ก็ขี้กลัวไม่ค่อยโผล่มาให้วิ่งไล่ หมา ๆ ตัวเล็กตัวน้อยเค้าก็เลี้ยงกันอยู่แต่ในบ้าน นาน ๆ เห็นหมาอื่นทีมียืนงง ๆ ไปเหมือนกัน ...วันก่อนข้างบ้านพาเด็ก ๆ ชิห์สุไปเสริมสวยกันมา พอเด็ก ๆ ลงจากรถกันได้ก็วิ่งเล่นกันสนุกสนาน ไม่ยอมเข้าบ้าน นีโมเห็นเด็กชิห์สุวิ่งกันดุ๊กดิ๊กก็แปลกใจวิ่งไปยืนดูทำหน้าเหวอ ๆ เลยโดนเด็ก ๆ ตั้งป้อมเห่าใส่เฉยเลย ถึงได้รู้ว่าไอ้ที่วิ่งไปมาเมื่อกี้น่ะ มันเป็นหมาเหมือนกัน 5 5 5 เท่ ..เลยได้เห็นภาพ บางแก้วกับชิห์สุเห่าเถียงกันอยู่แป๊ปนึง  เจ้าของเขาเลยมารีบต้อนเด็ก ๆ เข้าบ้าน คงกลัวนีโมจะมันเขี้ยวขึ้นมาจริง ๆ ...ทุกวันนี้นีโมก็เลยยังไม่มีเพื่อนเล่นเหมือนเคย เศร้า...

...ด้วยความที่ไม่มีเพื่อนเล่น นีโมมักจะติดทำหน้าเฉย ๆ เบื่อ ๆ ไม่สนใจใคร เดือนที่แล้วแม่ก้าพาไปบ้านที่กทม. ก็ชอบนอนทำหน้าเบื่อ ๆ เวลาเดินก็เดินช้า ๆ คนแถวนั้นเค้าถามว่านีโมอายุเท่าไหร่ พอรู้ว่า 3 ขวบ ก็ร้องว๊า..ทำไมดูแก่จังคิดว่า 7-8 ขวบซะอีก...ตายละ  หมาชั้นออกจะหน้าใสแค่ฟอร์มจัดหน่อยเดียวเอง มาว่าหมาชั้นแก่ แม่ก้าเลยแจกค้อนไปซะหลายที ตายดีกว่า...


ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย อาทร ยงรัตนกิจ - Saturday, 9 September 2006, 12:00AM
  คุณพรรณครับ อย่างที่แม่กี๋ฟันธงน่ะแหละครับ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ตัวเมียเริ่มเป็นสัดแล้ว ไม่แน่ใจว่าหนูส้มเช้งเริ่มมีประจำปี..เพราะมาปีละหนก็เลยต้องเรียกประจำปี..หรือยัง พอเริ่มมีอีกสักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ก็จะเริ่มดีขึ้น ถ้ายังไงแล้วก็พาไปทำหมันหลังหมดประจำปีนะครับ ปีหน้าจะได้ไม่ต้องโดนงับอีก

แม่กี๋รีบๆมาเล่าต่อนะครับ อ่านแบบเพลินมาก ได้ความรู้ตรึมเลยครับ
พี่จิตรใสครับ ถ้ารูปเล่มยังปิดไม่ลง เพิ่มเรื่องของแม่กี๋เข้าไปด้วยนะครับ
ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Wednesday, 6 September 2006, 11:02AM
 

สวัสดีค่ะ คุณ SANMAI NG 

*เจ้าซันมัยโตแล้วคงเอาลูกหมาตัวใหม่เข้าบ้านไม่ได้แน่ ไม่ไว้ใจครับ* เห็นด้วย

 ค่ะ เช่นเดียวกันกับที่บ้านแม่กี๋ หลังจากเลี้ยงเต๋าเต้ย แม่กี๋ก็ไม่เคยคิดว่าจะเลี้ยงหมาตัวใหม่เพิ่มขึ้นได้อีกเลยค่ะ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น....

ครั้งแรกลูกหมาขนปุยน่ารัก มุดรั้วเข้ามาวิ่งเล่นในบ้าน เต๋าเต้ยงับทันทีค่ะ แม่กี๋รีบอุ้มเจ้าตัวน้อยหนีคมเขี้ยว ผลคือเจ้าตัวเล็กผู้บุกรุกกัดมือแม่กี๋เลือดซิบๆ โกรธ

ครั้งที่สอง หลายเดือนต่อมา ขออุ้มลูกหมาบางแก้วของเพื่อนบ้าน เต้าเต้ยพยายามจะดมลูกหมาที่มือแม่กี๋ พอปล่อยวางลงบนพิ้น ลองใจเจ้าตัวแสบ (มีแผนว่าเผื่อจะเอาลูกหมามาเล่นยามว่าง) โดยแม่กี๋นั่งประกบอยู่ใกล้ๆ เต๋าเต้ยดมๆๆ หนึ่ง สอง สาม งับเลยค่ะ เป็นรอยถลอกแต่ลูกหมาร้องเสียงดังมากๆเศร้า

เต๋าเต้ยไม่ชอบผู้บุกรุก ที่เป็นสิ่งมีชีวิตทุกประเภทค่ะ สังเกตว่าเวลาพ่อจ๋าจูงไปเดินเที่ยว เห็นลูกหมาก็เฉยๆ บางครั้งเข้ามาชวนเต๋าเต้ยเล่น นอนหงายท้อง เต๋าเต้ยแค่ดม ขู่ในลำคอแล้วเดินหนีไม่ยอมเล่นด้วยเท่านั้น ....เต๋าเต้ยไม่รักเด็กเอาเสียเลยค่ะมารร้าย

 เจ้าซันมัยไม่ชอบผู้บุกรุกเหมือนกันเหรอคะ?

ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย กี๋ ปากอ่าว - Wednesday, 6 September 2006, 10:56AM
 

สวัสดีค่ะคุณสมเกียรติ ยิ้ม

                              รู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะ ที่เรื่องของสองนักเลง จะเข้าไปมีส่วนในการพิจารณาในเรื่องการเลี้ยงดูเด็กๆบางแก้วในบ้าน แม่กี๋ขอเรียนว่า นู๋ ๆบางแก้วแต่ละตัว มีนิสัยที่แตกต่างกันไปและวิธีการเลี้ยงดูของป้อและแม่ก็มีผลกับเด็กๆอย่างยิ่ง

                               น้องมังคุดและน้องแตงโม เลี้ยงโตมาพร้อมๆกัน เขาจะจัดลำดับชั้นกันเองค่ะ ไม่น่าจะมีปัญหา เหมือนน้องหมาบางแก้วข้างบ้านแม่กี๋ เป็นพี่น้องกันค่ะ ตอนสองสามเดือนแรกเล่นกัน พอเผลออารมณ์บูดก็กัดกันเข้าจริงๆ แต่ตัวเมียจะอยู่คร่อมข้างบนเสมอ ส่วนตัวผู้ชอบนอนหงายท้องยอมแพ้ พฤติกรรมของลำดับชั้นในฝูงถูกจัดอย่างชัดเจน ตอนนี้อายุ 7-8 เดือนแล้วค่ะ เวลาให้ของกิน เจ้าตัวเมียจะกินก่อน ตัวผู้ยืนห่างๆไม่กล้าเข้ามากิน หรือแม้นแต่ยื่นให้ตรงๆยังไม่กล้าคาบไปกินเลยนะคะ แต่เรื่องของโกโก้แม่กี๋ก็ยังสงสัยว่าพอสลับคู่แล้วไม่กัดกัน ถ้าปล่อยพร้อมกันสามตัว โกโก้จะถูกรุมอยู่ตัวเดียว เรื่องนี้แม่กี๋วานผู้รู้ช่วยกรุณาไขข้อข้องใจให้ทีเถิดค่ะ

                                  เลี้ยงบางแก้วบางทีก็ต้องวัดใจกันค่ะ นักเลงเต๋าเนี่ย...แม่กี๋ยื่นแขนให้กัดหลายครั้งแล้วค่ะ พอลืมตัวทำเสียงขู่ แม่กี๋สวนเลย...จะกัดแม่เหรอ แน่ใจนะว่าจะกัดแม่...เอ้ากัด!!! แรกๆจ้องหน้า หลังๆเลียมือ...ขอโทษครับแม่..ผมลืมตัวนึกว่าคนอื่นมีเพื่อนแม่กี๋คนหนึ่งถามว่า แล้วแม่กี๋ไม่กลัวโดนกัดเหรอ? ...โถ...กลัวจิ!! ถามได้กัดฟัน

                                   กรณีหมาบางแก้วข้างบ้านของคุณสมเกียรติ เจ้านี่อาจเป็นหมาที่มีนิสัยขี้ระแวง ถ้าเจ้าของไม่กล้าจับและปล่อยแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะเข้าสังคมกับคนในบ้านและหมาอื่นไม่ได้ ถ้ามีนิสัยก้าวร้าวก็จะกัดคนที่เข้าใกล้ แต่ถ้าขี้กลัวก็จะฉี่ราดเวลาถูกจับเนื้อต้องตัว ชอบหนีหลบมุม คุณสมเกียรติ กำลังช่วยปรับพฤติกรรมของเค้าค่ะ ค่อยๆเล่นกับเค้านะคะ จับเบาๆสัมผัสที่สื่อถึงความเป็นมิตร อย่าหักหาญน้ำใจเร็วนัก จะยิ่งตื่นกลัว วันหนึ่งเค้าจะเป็นหมาที่มีสุขภาพจิตดีขึ้นค่ะ

                                หากมีโอกาสพบกันแถว แม่กลอง อย่าลืมทักทายกันบ้างนะคะสับสน

ตอบ: เมื่อลูก....เป็นเซียน....นักรบขี้อิจฉา
โดย สมเกียรติ แม่กลอง - Wednesday, 6 September 2006, 02:30PM
  ยินดีเสมอครับแม่กี๋ ชักอยากเจอเจ้าเจ๋าเต้ยเร็วๆแล้วสิ อิอิ