ใจเย็นๆ จิบเบียร์เย็นๆสักแก้ว ก่อนไปแยกหมากัดกัน
โดย Bo (oYo) - Sunday, 27 November 2005, 10:47AM
 

สมัยก่อน   หมาที่บ้านกัดกัน   เล่นเอาเครียดไปทั้งบ้าน

ยิ่งไปเอะอะโวยวาย   เอาน้ำสาด  เอาไม้ฟาด  ก็ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

มันยิ่งกัดกันรุนแรงขึ้นไปอีก   ทำให้ประสาทแทบจะกินเอา

มีข้อแนะนำที่ดีสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเวลาหมากัดกันโดยผู้เชี่ยวชาญดังนี้

ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดซึ่งคุณอยู่คนเดียวแล้วหมากัดกัน     ให้ทำใจเย็นๆ  (จิบน้ำหรือเบียร์เย็นๆสักแก้วก่อนก็ดี)  ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปร้องแรกแหกกระเชอ   ปล่อยให้มันกัดกันไปก่อน    หลังจากที่ควบคุมอารมณ์ตนเองให้สงบได้แล้ว   ก็หยิบสายจูงค่อยๆเดินเข้าไป   หมากัดกันส่วนมากจะกัดล็อคกันอยู่แบบไม่ปล่อย   ให้คล้องสายจูงเข้ากับปลอกคอของหมาตัวใดตัวหนึ่งอย่างนิ่มนวล   แล้วค่อยๆลากไปโยงไว้กับรั้วหรือเสาที่แข็งแรง      จากนั้นจึงเดินอ้อมไปจับขาหลังสองข้างของหมาอีกตัวหนึ่ง    ค่อยๆลากออกมาโดยจับหมุนควงสว่านกลางอากาศ  หมาส่วนใหญ่  เมื่อเท้าไม่ติดพื้น  มันจะคลายเขี้ยวออกมา    ให้รีบลากไปขังไว้ในกรง   (สำหรับ กรณีหมาบางตัวที่กัดไม่ปล่อยอย่างปิงปอง  อาจต้องใช้วิธีบีบลูกกระเดือกช่วย)

เป็นอันว่าเสร็จสิ้นภาระกิจไปอีกครั้งหนึ่ง   จิบน้ำหรือเบียร์เย็นๆสักแก้ว  ให้เวลาสงบสติอารมร์ทั้งคนทั้งหมาสักพัก    แล้วเตรียมยาเบตาดีนไปทาแผลให้หมาได้เลย

http://www.bangkaew.com/upload/fighting_files/fightingmalpups.jpg

จาก http://leerburg.com/dogfight.htm

ตอบ: ใจเย็นๆ จิบเบียร์เย็นๆสักแก้ว ก่อนไปแยกหมากัดกัน
โดย Bo (oYo) - Sunday, 27 November 2005, 10:55AM
 

ที่เล่ามานั้น เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า   แต่หากปล่อยให้หมากัดกันบ่อยๆ   มีหวังโดนผู้รักสุนัขประนามเอาแน่เลย     จะต้องศึกษาเรียนรู้ค้นหาสาเหตุที่หมากัดกันให้ดี  ไม่ปล่อยให้มีโอกาสหรือมีเงื่อนไขที่หมาจะกัดกันอีกได้

ลองไปดูข้อแนะนำดีๆของป้าวิและคุณนิวัตถึงวิธีการป้องกันที่ต้นเหตุเพื่อไม่ให้หมากันกันได้ที่  http://www.bangkaew.com/elearning/mod/forum/discuss.php?d=1256

ตอบ: ใจเย็นๆ จิบเบียร์เย็นๆสักแก้ว ก่อนไปแยกหมากัดกัน
โดย Bo (oYo) - Sunday, 27 November 2005, 10:59AM
 

ป้าวิยังฝากบทความดีๆมาให้อ่านกัน   จะหาเวลาแปลให้ในโอกาสต่อไป   ตอนนี้ยุ่งอยู่กับการแปลตำราด้าน TRIZ อยู่    ท่านใดพอมีเวลา   ช่วยแปลมาให้อ่านกันหน่อย  จะขอบพระคุณอย่างสูง


ตามลิ้งค์นี้ค่ะ

http://www.leerburg.com/dominac2.htm   และ

http://www.leerburg.com/aggresiv.htm

ชอบประโยคนี้มาก.....

***..There are no problem dogs, only problem owners...***

ตอบ: ใจเย็นๆ จิบเบียร์เย็นๆสักแก้ว ก่อนไปแยกหมากัดกัน
โดย Maturawan Tunhikorn - Tuesday, 29 November 2005, 09:53AM
 

ขอแย้งนิดนึงคะสำหรับประโยค "There are no problem dogs, only problem owners..." ประโยคนี้ปัจจุบัน สัตวแพทย์ที่ทำการรักษาด้านปัญหาพฤติกรรมแย้งหมดแล้วนะคะว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากว่าสุนัขบางตัวมีปัญหาด้านพฤติกรรมจากตัวมันเอง จากงานวิจัยต่างๆ ก็ยืนยันว่า สุนัขที่มีปัญหาพฤติกรรมนั้นมีความผิดปกติของระดับสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้เกิดปัญหาพฤติกรรมต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความก้าวร้าวดุร้ายอย่างผิดปกติ การติดเจ้าของอย่างมาก การกลัวเสียงดังต่างๆ เทียบกับในคนที่เป็นจิตเภทได้เลย คนที่ได้ยินเสียงหลอนต่างๆ เช่น เสียงขู่ฆ่า ก็พบว่าระดับสารสื่อประสาทในสมองผิดปกติเหมือนกัน จำเป็นต้องได้รับการรักษา เช่นการกินยา

ขอยืนยันอีกครั้งค่ะว่าปัจจุบันนี้มีทั้ง

Problem dogs with Problem owners

Problem dogs with Good owners

Good dogs with Problem owners และ

Good dogs with Good owners ค่ะ ยิ้ม

ตอบ: ใจเย็นๆ จิบเบียร์เย็นๆสักแก้ว ก่อนไปแยกหมากัดกัน
โดย อาทร ยงรัตนกิจ - Tuesday, 29 November 2005, 10:27AM
  ขอถามหมอมุกเป็นความรู้หน่อยครับ สารสื่อประสาทในสมองที่ว่าเนี่ย มีมากหรือน้อยเกินไปครับ จึงทำให้มีปัญหาด้านพฤติกรรม แล้วเรารักษาดด้วยยาอะไรครับ ยาจะเข้าไปทำงานอย่างไรในการรักษาครับ เคยรู้มาว่าสารสื่อประสาทในคนมีผลต่อระบบกล้ามเนื้อด้วย ไม่รู้ว่าในหมาจะเป็นเหมือนกันหรือเปล่าครับ
ตอบ: ใจเย็นๆ จิบเบียร์เย็นๆสักแก้ว ก่อนไปแยกหมากัดกัน
โดย carnivore ...The Alpha Wolf - Tuesday, 29 November 2005, 11:40AM
 

เรียนคุณหมอที่เคารพค่ะ....

ประโยคที่ยกมาไว้ในที่นี้  เป็นมุมมองในสถานะการณ์ปกติ  สำหรับ  หมากับเจ้าของทั่วไป  (ที่ไม่ป่วย หรือมีอาการทางประสาท)ค่ะ   เป็นประโยคเปรียบเปรย   เพื่อให้คนเลี้ยงหมาทั่วไป ตระหนักว่า  คนหรือเจ้าของ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวเองด้วย  ไม่ใช่  พอมีปัญหาที่เกี่ยวกับหมา ก็มุ่งเน้นไปปรับพฤติกรรมหมาฝ่ายเดียว    โดยไม่มองด้านอื่นเลย

เราจะไม่พูดถึงหมามีปัญหา ที่เป็นสถานะการณ์พิเศษ  เช่นหมาที่ผิดปกติในระบบสมอง  ฯลฯ  ..ซึ่งอาจจะเป็นข้ออ้างสำหรับคนที่ไม่ต้องการปรับตัวเองเข้าหาหมา  คิดแต่จะเอาหมาไปทิ้งอย่างเดียวค่ะ

ซึ่งแม้ว่าหมาตัวนั้น เป็นหมามีปัญหาจริง  แต่ในเมื่อคนเรา  เป็นฝ่ายไปเอาหมามาอยู่ร่วมสังคมเอง   เราก็จำเป็นต้องปรับตัวเองให้เหมาะสม  ที่จะดูแลรับผิดชอบเขาต่อไป       ยกตัวอย่าง หมาบางแก้วที่เอามาอุปการะอยู่  แม้เป็นหมามีปัญหา กัดคนเลี้ยงจนต้องเปลี่ยนบ้านมาถึง 3 ครั้งแล้ว  เมื่อรับเขามาเลี้ยง  เขาก็ไม่เคยกัดคนเลี้ยงที่นี่เลย  เพราะเราได้สังเกตุเขาและปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม  ที่เขาจะอยู่ได้อย่างมีความสุขและไม่มีปัญหาค่ะ

ยังมีคำเปรียบเปรยอีกประโยค  สำหรับคนฝึกหมา  ที่ต้องจำกันไว้ให้ขึ้นใจว่า  เมื่อหมาไม่ทำตามคำสั่ง  หรือทำผิด   จงแก้ไขที่ตัว(คนฝึก)เองก่อนที่จะไปแก้ไขที่หมา


ตอบ: ใจเย็นๆ จิบเบียร์เย็นๆสักแก้ว ก่อนไปแยกหมากัดกัน
โดย Maturawan Tunhikorn - Tuesday, 29 November 2005, 07:38PM
 

คิดว่าเรื่องนี้แล้วแต่มุมมองมากกว่าค่ะ ในโลกนี้ สถานการณ์ปกติทั่วไปแล้วคิดว่าไม่ได้มีแค่ good dogs with bad owners แน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีคนรักหมามาปรึกษาปัญหานิสัยของหมาตัวเองมากมายอย่างทุกวันนี้ คิดว่าคนเลี้ยงหมาทั่วไปก็ย่อมเจอปัญหาแตกต่างกัน อาจจะเป็น good dogs with good owners อันนี้ก็โชคดีทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าเป็น bad dogs with good owners อันนี้ก็น่าสงสารเจ้าของเหมือนกันนะคะ เจ้าของบางคนโทษตัวเองรุนแรงมากว่าเกิดจากที่ตัวเองเลี้ยงดูหมามาไม่ดี ทั้งที่พอสอบถามแล้วก็เลี้ยงดูอย่างดีและถูกต้อง อันนี้เป็นสาเหตุว่าทำไมจึงแย้งว่าไม่ได้มีแค่ good dogs with bad owners

การจะทิ้งหมาก็ขึ้นกับความรับผิดชอบของแต่ละคนมากกว่า คิดว่าน้อยคนมากที่จะอ้างว่าทิ้งเพราะหมามีความผิดปกติในสมอง บางคนแค่หมาเป็นขี้เรื้อน ทิ้งหมาก็ยังมี ทั้งที่หมาก็ไม่ได้ผิดปกติทางสมองอะไร

การอยู่ร่วมกับหมา แน่นอนว่าต้องปรับกันทั้งสองฝ่าย ทั้งหมาและเจ้าของ และถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องดูว่าเป็นปัญหาจากการที่หมาไม่ได้รับการฝึก หรือเป็นปัญหาจากตัวหมา หรือเป็นปัญหาจากตัวเจ้าของ บางปัญหาที่เจอก็เป็นปัญหาจากเจ้าของไม่เข้าใจหมาคิดว่าหมาตัวเองมีปัญหาพฤติกรรม  เช่น หมาฉี่ไม่เป็นที่ เพราะเจ้าของไม่ยอมปล่อยออกไปฉี่ หมาทนไม่ไหวก็ฉี่ในบ้าน เจ้าของกลับมาก็โกรธ เป็นต้น บางทีก็เป็นปัญหาที่หมามีความผิดปกติทางพฤติกรรมแต่เจ้าของไม่ยอมรับก็มี

ขอยกตัวอย่างของหมาที่มีปัญหาที่สมองจริงแต่ได้รับการแก้ไขนะคะ เคสที่มารักษาปัญหาพฤติกรรม พบว่าส่วนใหญ่ทั้งที่เจ้าของเลี้ยงดีมาก รักหมามาก พาไปฝึกต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรม พยายามหาตำราต่างๆ มาแก้ไขหมาตัวเอง แต่การฝึกก็แก้ไขไม่ได้ อย่างไรก็ตามเจ้าของก็ไม่ได้ทิ้งหมา และยังรับผิดชอบโดยการพาหมามาพบหมอเพื่อแก้ไขปัญหานี้ด้วย ซึ่งการรักษาก็ทำโดยอธิบายให้เจ้าของฟังว่าทำไมหมาของเขามีปัญหาแบบนี้ เจ้าของต้องปรับตัวเองและเข้าใจหมาของตัวเอง อาจจะต้องมีการฝึกเพื่อปรับนิสัยของหมา และบางตัวก็ต้องได้รับยารักษา หลังจากรักษาไปแล้วได้คุยกับเจ้าของ พบว่าเค้าอยู่ร่วมกับหมาแล้วมีความสุขมากขึ้น เข้าใจหมามากขึ้น จะกอดหมาก็กอดได้ หมาเองก็มีความสุขมากขึ้น ต่างคนต่างก็ไม่ต้องระแวงกัน

สำหรับตัวที่การเปลี่ยนผู้เลี้ยงหรือการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมช่วยให้ปัญหาพฤติกรรมหายไปนั้น อันนี้คิดว่าไม่น่าจะเกิดจากความผิดปกติที่ร่างกายหรือสมองโดยแท้จริง แต่เป็นปัญหาที่เกิดจากการเลี้ยงดูก่อนหน้านั้นมากกว่าค่ะ ถ้าโชคดีได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีรวมทั้งให้ความรักอย่างเต็มที่ ส่วนใหญ่แล้วปัญหาพฤติกรรมก็จะสงบไป กรณีบางแก้วของป้าวิก็ต้องบอกว่าป้าวิเป็น very very good owner มากๆ ค่ะ  ยิ้ม

ตอบ: ใจเย็นๆ จิบเบียร์เย็นๆสักแก้ว ก่อนไปแยกหมากัดกัน
โดย carnivore ...The Alpha Wolf - Tuesday, 29 November 2005, 08:55PM
 

เรียนคุณหมอ ที่เคารพค่ะ...

ขอบคุณคุณหมอมากๆค่ะ สำหรับคำชม   ป้าวิเชื่อว่า เป็นหน้าที่ของเจ้าของหมาทุกคนอยู่แล้ว  ที่จะต้อง  เอาใจใส่ดูแล รับผิดชอบชีวิตของหมาของตัวเอง  อบรมสั่งสอนให้เขาเป็นหมาดีในสังคม  เท่าที่เขาจะรับได้    และเท่าที่เราจะทำได้อย่างดีที่สุด  

มุมมองของคุณหมอ  ในเรื่องของหมาที่มีปัญหา    ป้าวิเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีข้อขัดแย้งค่ะ   ซึ่งในกลุ่มของคนฝึกหมาอย่างป้าวิ   เราก็เข้าใจในเรื่องเหล่านี้กันเป็นอย่างดีค่ะ   

ในสถานการณ์ปกติ หมาแต่ละตัว ก็มีบุคคลิก ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่แตกต่าง  บางตัวสุดขั้วกันไปเลยก็มี เหมือนกับคน     ซึ่งคนเลี้ยงหมา/คนฝึกหมา จำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจตรงนี้   เพื่อปรับใช้วิธีการเลี้ยงการฝึกให้เหมาะสมกับหมาแต่ละตัวด้วยค่ะ   ขอยืนยันว่า  ว่าประเด็นที่ต้องการสื่อ  คือ....ระหว่างหมากับเจ้าของนั้น  ผู้ที่จำเป็นต้องลงมือเพื่อแก้ปัญหา...คือเจ้าของ ค่ะ

เนื่องจากไม่ได้ร่ำเรียนมาเฉพาะทาง  แต่มีชีวิตอยู่กับหมามาตลอด  จึงมองเห็นภาพชัดเจนจากประโยคเจ้าปัญหานี้ค่ะ  ว่า   พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของหมาปกติ(ไม่มีอาการป่วยทางสมอง)   สามารถแก้ไขได้เกือบ 100% ที่ตัวเจ้าของจริงๆ

อย่างที่ได้เรียนคุณหมอไปแล้ว  ว่า   ประโยคที่ยกมาเป็นแค่ประโยคเปรียบเปรย  ให้เจ้าของหมาตระหนักว่า  จำเป็นต้องพิจารณาตัวเองด้วย  ในการแก้ปัญหาที่(มักคิดกันแต่ว่า)เกิดจากหมา  เท่านั้นเอง  ไม่มีเจตนาอื่นใดมากไปกว่านี้ค่ะ     น่าจะเป็นการมองเน้นไปคนละประเด็นมากกว่า   ถ้าทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริง  ก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ

ด้วยความเคารพค่ะ


ตอบ: ใจเย็นๆ จิบเบียร์เย็นๆสักแก้ว ก่อนไปแยกหมากัดกัน
โดย เพื่อน . - Tuesday, 29 November 2005, 10:12PM
 

ขอฝากข้อความนี้ถึงพี่วิเชียร ในกระทู้นี้สักนิดก็แล้วกันนะครับ ข้อความที่พี่วิเชียรเขียนว่าสุนัขบางแก้วจะดุหรือไม่อยู่ที่ ตัวสุนัข30%และอยู่ที่ผู้เลี้ยง 70% ผมว่า พี่วิเชียร ตีความหมายผิดนะครับ เพราะ การเลี้ยงนั้นต้องเริ่มก่อนที่ลูกสุนัขจะเริ่มจดจำสิ่งต่างๆนะครับ ลองอ่านดูใหม่อีกทีนะครับ

มักมีคำถามจากเพื่อนๆสมาชิกถึง วิธีการแก้ปัญหาเรื่องสุนัขบางแก้วดุ สุนัขบางแก้วจะดุหรือไม่นั้นเป็นเพราะตัวสุนัข 30% และวิธีการเลี้ยง 70% ฉะนั้นวิธีการเลี้ยงสุนัขบางแก้วมีความสำคัญมากกว่า เพื่อลดความก้าวร้าวของสุนัข

เลี้ยงสุนัขบางแก้วอย่างไรเพื่อไม่ให้ดุ

ช่วงที่คัญที่สุดก็คือช่วงที่เขาเริ่มที่จะจดจำ คืออายุประมาณ 30-35 วัน ถ้าแม่สุนัข ดุ ลูกๆก็จะเรียนแบบพฤติกรรมที่ แม่สุนัข สอนให้กับเขา ลูกสุนัขจะเริ่มจดจำ เลียนแบบ และทำตามแม่สุนัข เมื่อมีคนแปลกหน้ามา เมื่อแม่สุนัขเริ่มเห่า เขาก็จะเห่าตาม เมื่อแม่สุนัขขู่ เขาก็จะขู่ตาม แสดงอาการหวาดระแวงตามแม่ เมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อย หากเรายังปล่อยให้ลูกสุนัขอยู่กับแม่สุนัข แม่สุนัขก็จะสอนวิธีการต่อสู้ สอนวิธีการดำรงชีวิต ให้กับลูกสุนัข นี่ก็คือการเริ่มต้นของปัญหาที่ว่าทำไม หมาบางแก้วถึงดุ เขาเรียกว่าพฤติกรรมเลียนแบบแม่

การตัดพฤติกรรมของสุนัขบางแก้ว

ลูกสุนัขเมื่อคลอดออกมาแล้ว ทุกวันของเขามีค่ามากต่อการเจริญเติบโต เราต้องหมั่นสำรวจลูกสุนัข จับลูกสุนัขกินนมแม่ให้ได้รับปริมาณเท่าๆกันทุกตัว หากลูกสุนัขมีจำนวนมากเราต้องแบ่งลูกสุนัขออกเป็นสองส่วน แล้วจัดให้กินนมของแม่สุนัข เพื่อให้ได้รับปริมาณน้ำนมใกล้เคียงกันทุกตัว ต้องเช็ดตัวทำความสะอาดลูกสุนัขทุกวันเพื่อให้ได้รับการสัมผัสจากคนเลี้ยง

เมื่อเขามีอายุประมาณ 14-15 วัน ลูกสุนัขจะเริ่มลืมตา ในช่วงเวลานั้นเขาจะยังมองไม่เห็น ดางตายังดูขุ่นๆอยู่ เราจะเริ่มให้อาหารปั่น แล้วนำลูกสุนัขมาป้อนทีละตัวเหมือนกับเราป้อนอาหารเด็ก เมื่อป้อนเสร็จก็เช็ดตัวทำความสะอาด เมื่อเราทำเช่นนี้ซักสองสามวันเราจะเห็นได้ว่าลูกสุนัขมีการตอบสนองต่อกลิ่น และเสียงของคนเลี้ยง เมื่อเขาได้กลิ่นหรือได้ยินเสียง ลูกสุนัขจะร้องเรียกหรือพยายามที่จะคลานเข้าหา เขาจะรับรู้จากการสัมผัส กลิ่น เสียง และเขาจะไม่หวาดระแวงกับคน

เมื่อเขามีอายุ 28-30 วัน ก็จะเริ่มแยกลูกสุนัขออกจากแม่ โดยนำลูกสุนัขใส่กรงแยกต่างหากแต่ตั้งไว้หน้ากรงแม่ เมื่อถึงเวลาอาหารก็ให้ทานอาหารก่อน แล้วนำไปทานนมแม่แล้วก็นำมาใส่กรงแยกไว้ตามเดิม หลังจากนั้นอีก 7 วัน เราก็แยกขาดเลย เมื่อลูกสุนัขโตขึ้นอายุ 40-60 วันห้ามไม่ให้ลูกสุนัขเล่นกับแม่สุนัขเด็ดขาดเพื่อเป็นการตัดพฤติกรรมที่แม่สุนัขจะสอนให้กับลูกสุนัข

รับรองได้ว่าลูกสุนัขชุดนี้จะไม่มีพฤติกรรมความดุก้าวร้าว หรือมีอยู่ก็จะลดน้อยไปมาก เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ผู้ที่นำสุนัขชุดนี้ไปเลี้ยงก็ต้องปรับปรุงพฤติกรรมเอาเอง เพื่อให้เขาเป็นสุนัขบางแก้วที่มีพฤติกรรมที่ดีต่อไป 

ตอบ: ใจเย็นๆ จิบเบียร์เย็นๆสักแก้ว ก่อนไปแยกหมากัดกัน
โดย ไตรสิทธิ์ . - Wednesday, 30 November 2005, 05:36AM
 

ขอบคุณคุณเพื่อนบางแก้วที่มาแลกเปลี่ยนความรู้กันนะครับ

ด็อตคอมอายุครบ 2 เดือนวันนี้เอง    ตอนแรกก็ห่วงอยู่ว่าจะทำผิดจรรยาบรรณหรือเปล่าที่ไปพรากจากอกแม่เขามาก่อน 2 เดือนตามที่ Jill and Amanda ได้แนะนำไว้

ก็พยายามให้โบช่วยเป็นแม่นมคอยสั่งสอน    แต่รู้สึกว่าโบจะไม่ค่อยอยากเล่นกับน้องเท่าไหร่   กลายเป็นปิงปองที่มาวิ่งเล่นไล่งับกับด็อตคอมทุกเช้าทุกเย็น    ก็พยายามให้อยู่ในสายตา  ไม่ให้มันปลูกฝังนิสัยที่ไม่ดีลงไปในตัวน้อง    แต่ศิลปะการต่อสู้ที่ไม่ก้าวร้าว  คงไม่เป็นไรนะ

ตอนนี้ได้กรงมุ้งลวดมาแล้ว   มันนอนนอกบ้านโดยสงบถึงเช้าทุกคืน    กลางวันก็ให้มันนอนในกรงเหมือนกันตามที่คุณเพื่อนแนะนำ    เพราะไม่ต้องการให้มันไปไล่เห่าใครที่เดินผ่านหน้าบ้านตามพี่ๆ   เวลาแขกมา  ก็เก็บพี่ๆใส่กรง  แล้วให้มันมารับแขก     เมื่อวานพาอุ้มไปเดินเล่นพร้อมจูงปิงปอง   มีเด็กขี่จักรยานมาลูบหัวทักทาย    ดูปิงปองก็มีอาการสงบขึ้นกว่าแต่ก่อน   ไม่กระโจนใส่เด็ก    อาจได้เรียนรู้สิ่งดีๆจากน้องบ้าง