ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย เพื่อนบางแก้ว 01-6667151 - Friday, 23 July 2004, 11:20PM
 

ปัญหาของผู้ต้องการเลี้ยงบางแก้ว

1.ท่านรู้จักนิสัยประจำพันธุ์ของเขามากแค่ไหน

2.ท่านรู้จักวิธีการเลี้ยงดูเขาหรือไม่

3.ท่านมีความพร้อมมากแค่ไหนที่จะดูแลเขา

หากท่านสามารถตอบปัญหา 3 ข้อนี้ได้ ท่านก็สามารถเป็นผู้เลี้ยงบางแก้วที่ดีได้

 แต่ผมจะอธิบายทีละหัวข้อเพื่อเป็นความรู้สำหรับผู้ที่จะเริ่มเลี้ยงสุนัขบางแก้ว เนื่องจากใกล้เวลาที่ลูกสุนัขบางแก้วเราจะลืมตาดูโลกในปลายปีนี้อีกมากมาย เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการตัดสินใจที่จะลี้ยงเขาหร์อไม่ จะได้ไม่มีปัญหาในการเลี้ยงดูเขา และไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาที่จะอยู่กับคุณ

ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย เพื่อนบางแก้ว 01-6667151 - Saturday, 24 July 2004, 12:10AM
 

นิสัยประจำตัวของสุนัขบางแก้ว ซน ดื้อ หวาดระแวง ดุ เจ้าเล่ห์ หวงของกิน หวงที่อยู่อาศัย หวงเจ้าของ ขี้อิจฉา ประจบเก่ง ชอบโชว์เจ้านาย อวดเก่ง ชอบขุดคุ้ย ชอบเล่นน้ำ ชอบของสกปรก ชอบกัดแทะทุกสิ่งที่ขวางหน้า ฟังดูเหมือนกับว่าเขามีทั้งสิ่งที่ดีสุดๆและแย่สุดๆอยู่ในสุนัขตัวเดียวกัน ฉะนั้นก่อนการที่จะเลือกลูกสุนัขเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนกับเรา เราต้องรู้จักนิสัยของเขาก่อน และสุนัขบางแก้วเรานั้นสายเลือดของเขายังไม่นิ่งมากนัก เรายิ่งต้องทำความเข้าใจสายเลือดของเขาให้ดีว่าบรรพบุรุษของเขาเป็นอย่างไร ลักษณะนิสัยที่ตกทอดสู่ลูกหลานเป็นอย่างไร อะไรเป็นสิ่งที่คุณต้องการ อะไรเป็นสิ่งที่คุณไม่ต้องการ ต้องศึกษาและสอบถามจากผู้ที่มีประสบการณ์การเลี้ยงจริงๆ สุนัขบางแก้วที่ดีนั้นจะต้องประกอปด้วย สายพันธุ์ที่ดีและการเลี้ยงดูที่ดีด้วยครับ คุณก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สุนัขบางแก้วเราจะดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณและสายพันธุ์ของเขา จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้เลย

ในช่วงอายุ 1-6 เดือนนั้นสุนัขบางแก้วจะซนมากๆ กัดแทะทุกอย่างที่ขวางหน้า ชอบเล่นน้ำเป็นที่สุด ชอบทำตัวมอมแมมบางตัวอาจจะยังไม่แสดงอาการดุหรือก้าวร้าว แต่บางตัวก็เริ่มส่อแววให้เห็น เริ่มมีอาการหวงของกิน หวงของเล่น แสดงอาการขู่

ในช่วงอายุ 6-12 เดือน บางตัวก็อาจจะยังซุกซนอยู่ แต่บางตัวก็เริ่มนิ่งขึ้น ชอบอยู่ตัวเดียว เล่นกับคนที่เขาไว้ใจเท่านั้น ไม่ยุ่งกับคนแปลกหน้า เริ่มหวาดระแวงไม่ใว้ใจคนแปลกหน้า เริ่มหวงที่อยู่อาศัย หวงนาย ขี้อิจฉา เริ่มแสดงอาการเจ้าเล่ห์ เริ่มดุมากขึ้นอีก

ในช่วง 12 ปีขึ้นไปอาการต่างๆจะชัดเจนมากๆยกเว้นอาการซุกซนจะค่อยๆหายไป แต่อาการต่างๆที่กล่าวมาจะแสดงให้เห็นอย่างเต็มที่ ฉะนั้นหากคุณไม่รู้วิธีการเลี้ยงดูเขาละก็อย่าให้บอกเลยว่า เจ้าบางแก้วน้อยขนปุกปุยน่ารัก ขี้เล่น เจ้าเล่ห์ ช่างประจบเอาใจ มันหายไปไหนหว่า ไอ้ที่เราเลี้ยงนี่มันตัวอะไร มันไม่มีความน่ารักหลงเหลือพอที่เราจะรักมันได้เลย นอกจากบางเวลาหรือบางคนเท่านั้นที่มันจะเกรงใจหรือมันจะเล่นด้วย สรุปแล้วผู้เลี้ยงก็เศร้า เจ้าหมาบางแก้วก็เศร้า ต่างคนต่างจากกันไปคนละทาง "มันเป็นความผิดที่เราหรือมันกันแน่" แต่ผมว่าเป็นเพราะเรามากกว่าที่ไม่รู้จักวิธีการเลี้ยงดู ไม่รู้จักสอนเขา เห็นตอนเล็กๆทำอะไรก็น่ารักน่าชัง ขำ หัวเราะ ทั้งๆที่นั่นคือสิ่งที่ไม่ดี พอโตขึ้นเขาก็ทำเหมือนอย่างเดิมแล้วคุณจะมาโทษมันได้อย่างไร ในเมื่อคุณเป็นคนสอนเขาเองเขาก็จดจำอย่างนั้น หากจะโทษก็จงโทษตัวคุณที่ไม่สอนเขา

เรื่องของสุนัขบางแก้วที่ผมเขียนนั้นเป็นสุนัขบางตัวนะครับ ไม่ใช่ทุกๆตัว เพราะ"สุนัขบางแก้วที่ดีย่อมมาจากสายพันธุ์ที่ดีและวิธีการเลี้ยงที่ดีครับ"

เรื่องวิธีการเลี้ยงดูเบื้องต้น จะมาเขียนอีกครั้งหนึ่งครับเพื่อใช้เป็นแนวทางในการเลี้ยง คุณต้องนำเอาไปประยุกษ์ใช้เอาเองครับ ที่เขียนขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้เลี้ยงใหม่หรือผู้ที่คิดจะเลี้ยงครับ หากมีข้อผิดพลาดอันใดต้องขออภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วยครับ

ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย เพื่อนบางแก้ว 01-6667151 - Saturday, 24 July 2004, 02:22AM
  เมื่อเรารู้จักนิสัยของบางแก้วกันบ้างแล้ว ถ้าเราคิดว่าเราจะเลี้ยงเขาจริงๆละก็เราก็ต้องศึกษาวิธีการคัดเลือกลูกสุนัข และวิธีการเลี้ยงกันหน่อย เพราะทั้งสองสิ่งนี้ผมกล่าวตั้งแต่ต้นแล้วว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งย่อนไปกว่ากันครับ การคัดเลือกลูกสุนัข ลูกสุนัขนั้นคุณต้องถามตัวคุณเองก่อนว่าต้องการแบบไหน ต้องการดุๆเพื่อเอาไปใช้งาน หรือว่าเลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนและใช้งานได้บ้าง ถ้าคุณต้องการเลี้ยงเป็นเพื่อนคู่กายละก็ต้องดูจากสายพันธุ์เป็นหลักครับ อย่าดูเรื่องราคาแต่เพียงอย่างเดียวครับ เน้นถูกจนไม่ได้คำนึงถึงว่าปัญหารออยู่ข้างหน้า ถ้าจะให้ผมแนะนำก็ให้ดูจากพ่อพันธุ์ที่เดินประกวดอยู่ตามงานประกวดต่างๆเป็นหลัก เพราะว่าสุนัขที่เดินประกวดอยู่นั้นต้องมีการคัดเลือกทั้งจิตประสาท โครงสร้าง และเอกลักษณ์ มาแล้วจึงสามารถนำมาเดินประกวดได้ ถ้าเราไปที่งานประกวดแล้วเกิดชอบสุนัขที่ลงประกวดตัวไหน เราก็ไปถามเขาเลยครับว่า สุนัขตัวนี้ดุไหม เล่นได้ไหม เป็นลูกของใคร บอกเขาว่า"เราอยากเลี้ยงครับช่วยแนะนำหน่อย" เราอยากได้ลูกของตัวที่เราชอบ แต่ไม่ต้องการโครงสร้างสวยถึงกับประกวดได้ แต่ต้องการนิสัยไม่ดุมากเหมือนตัวนี้ มีบ้างไหม ราคาเท่าไหร่ เอาตัวที่เกรดรองๆหน่อยราคาเท่าไหร่ รับรองได้ว่า ไม่แพงอย่างที่คุณคิดหรอกครับ แต่คงไม่ถูกขนาดเกินความจริงหรอกครับ บางแก้วถ้าสวยๆประกวดได้แพงครับ แต่ถ้าเป็นตัวรองๆไม่แพงมากหรอกครับแล้วคุณจะได้สุนัขที่มีพ่อหรือแม่เป็นสุนัขที่เดินอยู่ในสนามประกวด และไม่แพงมากนัก แล้วมีคุณภาพมากๆ กรณีนี้ใช้สำหรับ ผู้ที่อยากเลี้ยงแต่ไม่มีประสบการณ์ครับ แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีความรู้ละก็ คุณก็สามารถเลือกได้อย่างใจคิดครับ
ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย เพื่อนบางแก้ว 01-6667151 - Saturday, 24 July 2004, 03:19AM
 

วิธีการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว เมื่อเราได้ลูกสุนัขบางแก้วมาแล้วและเราก็รู้ถึงอุปนิสัยเบื้องต้นของเขาแล้ว เราก็ต้องมาวางแผนการเลี้ยงเขาหน่อย

ผมบอกแล้วว่าสุนัขบางแก้วเป็นสุนัขที่เจ้าเล่ห์ ขี้อ้อน ฉะนั้นเราต้องรู้ทันเขาก่อนที่เราจะเสียท่ามัน รักเขามากเกินไปจนทำให้เขาเสียนิสัย เราต้องเลี้ยงเขาแบบเข้าใจเขาไม่ใช่ตามใจเขา เราต้องใจแข็งบ้าง ดุบ้าง ตีบ้างแต่ไม่ใช่ทำด้วยอารมณ์โมโห ตีเพียงครั้งเดียวให้พอเจ็บและไม่ต้องโอ๋เขา ไม่เล่นกับเขาถือว่าเป็นการทำโทษ ถ้าเขาทำในสิ่งที่คุณไม่ต้องการให้เขาทำ

การจัดพื้นที่สำหรับการเลี้ยง ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าบางแก้วต้องเลี้ยงในกรง แต่ไม่ใช่การขังลืม ต้องปล่อยเขาให้เป็นเวลาฝึกเขาตั้งแต่ยังเล็กๆ ว่ากรงนี่แหละคือบ้านที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขา เวลาที่คุณจะนอนต้องนอนในกรง กินอาหารในกรง เดี๋ยวพอถึงเวลาคุณก็จะได้ออกไปเล่น เล่นเสร็จคุณก็จะต้องกลับมาพักผ่อนในกรง ถ้าเป็นลูกสุนัขเล็กๆเราก็ปล่อยเขาบ่อยๆหน่อยเพราะเขายังไม่สามารถอั้นฉี่ หรืออุจระได้ ต้องหมั่นดูว่าเขาทำธุระในกรงหรือไม่ ถ้าเขาทำธุระในกรงก็ให้รีบทำความสะอาดเสีย อย่าปล่อยให้ลูกสุนัขนอนอยู่กับอุจระในกรงเด็ดขาด เพราะเมื่อสุนัขบางแก้วเราโตขึ้นแล้วเราปล่อยให้เขาอยู่กับสิ่งสกปรกมากๆละก็เขาจะเครียดและเป็นการเพาะนิสัยที่ไม่ดีของเขา การปล่อยสุนัขใหญ่ๆไม่ควรปล่อยเขาเกินวันละ 3 ครั้ง แล้วให้เขาเล่นซักครึ่งชั่วโมงแล้วเก็บ สุนัขเล็กๆก็ปล่อยบ่อยหน่อยซัก 4-5 ครั้ง แล้วให้เล่นซักครู่แล้วเก็บ พอโตหน่อยก็ให้เหลือไม่เกิน 3 ครั้งเต็มที่ แต่เราต้องเป็นคนช่างสังเกตุหน่อยนะครับสำหรับการเลี้ยงในกรงว่าเขาส่งเสียงเรียกเราทำไม บางครั้งเขาอยากให้เราไปเล่นด้วย แต่บางครั้งเขาปวดท้องอยากออกมาทำธุระเราต้องลัดคิวรีบปล่อยเขาออกมาไม่อย่างนั้นเขาจะเครียด การจัดสถานที่ตั้งของกรง อย่าให้อยูในมุมอับ อากาศต้องถ่ายเทดีๆ ไม่ร้อนมากเกินไป ต้องสามารถมองเห็นภายนอกได้ ต้องเห็นคน และเราก็ต้องเล่นกับเขาเมื่อเขาเรียกไม่จำเป็นต้องปล่อยเขาออกมาหรอกครับถ้ายังไม่ถึงเวลาที่จะปล่อย ถ้าที่ตั้งของกรงร้อนมากเกินไปต้องหาวิธีที่จะช่วยเขา เช่นใช้พัดลมช่วยเขา ติดสปิงเกอร์บนหลังคา ถ้าคุณเลี้ยงเขาในกรงที่ร้อนจัดๆเขาจะเครียด และขนเขาก็จะผลัดทั้งปี ไม่มีคำว่าขนยาวแน่นอน

เราต้องหาสังคมให้เขา ต้องพาไปเดินเล่นนอกบ้านบ่อยๆ หรือถ้ามีใครมาบ้านก็นำเขาออกมาเพื่อให้แขกที่มาบ้านช่วยเล่นกับเขาหน่อย เขาจะได้รู้ว่าคนไม่เป็นอันตรายกับเขา และเขาจะได้ไม่กลัวคน อย่าใช้คำว่า "มันดุน๊ะ อย่าไปเล่นกับมัน" ปล่อยให้แขกที่มาบ้านเล่นกับเขา หรือเวลาพาออกไปนอกบ้านก็ให้คนนอกบ้านเล่นกับเขาหน่อย บอกคนนอกบ้านว่าช่วยเล่นกับเขาหน่อย จับตัวเขาหน่อย เขาไม่ดุหรอก และดูว่าเขาแสดงอาการอย่างไร ถ้าเขาทำท่าดุหรือขู่ต้องดุเขาหรือทำโทษเขาให้เขารู้ว่าอย่าแสดงกริยาอย่านั้นเด็ดขาด เราไม่ชอบ

คุณอย่ากังวลว่า กลัวสุนัขไม่ดุ บางแก้วเราไม่เคยทำให้เราผิดหวังหรอกครับ ไม่ดุแต่ก็เห่าบ้านแตกอยู่แล้ว คนไม่รู้จักสุนัขบางแก้วเห็นท่าทางมันก็กลัวแล้วไม่ต้องให้เขาดุหรอก สุนัขบางแก้วพอพระอาทิตย์ตกดินก็เริ่มที่จะดุขึ้นแล้วครับ รับรองได้ว่าดุกว่าเวลากลางวันแน่นอน

เราต้องเลี้ยงบางแก้วอย่างมีเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นเวลากิน เราก็ต้องตั้งเงื่อนไข ให้นั่ง ให้คอย แล้วจึงจะให้อาหาร จะออกไปเที่ยวนอกบ้านซึ่งเขาจะชอบมากเราก็ตั้งเงื่อนไขให้ยอมให้เราใส่สายจูงก่อนจึงจะพาไป อย่าตามใจเขามากเกินไป

เราต้องเลี้ยงบางแก้วด้วยความรัก เราต้องกอดเขาบ้าง เล่นกับเขาบ้าง แล้วเขาจะให้ความรักคุณกลับมาสิบเท่าครับ

อย่าตามใจเขามากแม้จะรักเขาเท่าไหร่ เดี๋ยวเขาจะได้ใจ เขาเป็นสุนัขที่จดจำแม่นมากๆ เช่นใครรังแกเขา แกล้งเขา เขาจะเกลียดจนวันตาย ใครใจดีเขาก้จะรู้ ฉะนั้นจงให้เขารู้ว่าเราเป็นคนใจดี แต่อย่าทำอะไรที่เราไม่ชอบมิฉะนั้นจะโดนลงโทษ การลงโทษง่ายๆ ก็คือ ดุเสียงดังๆ เก็บใส่กรงทันทีแล้วไม่เล่นกับเขาเมื่อเขาทำไม่ดี ตีคือมาตราการสุดท้าย ถ้าคุณตีเขาเสร็จคุณอย่าโอ๋เขาเด็ดขาดเดี๋ยวเขาก็จะเข้ามาหาคุณเองพร้อมส่งสายตาอ้อนวอน ขอโทษ เขาจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ

คำแนะนำนี้เกิดจากประสบการณ์การเลี้ยงสุนัขบางแก้ว ถ้ามีอะไรที่บกพร่องก็โปรดแนะนำด้วยครับ

ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย เพื่อนบางแก้ว 01-6667151 - Saturday, 24 July 2004, 12:25PM
 

ทีนี้เราก็มาถึงหัวข้อสุดท้ายแล้วครับคือเรื่อง ความพร้อม ความพร้อมนั้นแบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ ความพร้อมของสถานที่และความพร้อมของตัวคุณ

ความพร้อมของสถานที่นั้นเป็นเพียงป็นปัจจัยเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ไม่สำคัญเท่ากับความพร้อมของตัวคุณหรอกครับ แต่ต้องมีความเหมาะสมบ้าง คือมีพื้นที่ให้เขาได้วิ่งเล่นบ้างนิดหน่อยไม่ใช่ให้เขาอยู่ในกรงตลอดเวลา ถ้าไม่มีพื้นที่เหมาะสมคุณก็ต้องมีเวลาที่จะพาเขาออกไปนอกกรงเพื่อทำธุระ ได้พบปะผู้คน แต่เรื่องพื้นที่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด ถ้าพื้นที่ของคุณเล็กมาก แออัด ก็อย่าไปเลี้ยงเลยครับ ปัญหาจะตามมาภายหลังเครียดทั้งคนและสุนัข

ความพร้อมของตัวคุณ คุณต้องสำรวจตัวคุณว่าพร้อมหรือไม่ ที่จะรับเจ้าตัวยุ่งเข้าบ้าน พร้อมที่จะทุ่มเวลาสั่งสอนเขา พร้อมที่จะให้ความรักและให้อภัยเขาเมื่อยามเขาทำลายทรัพย์สินของคุณ พร้อมที่จะนำพาเขาออกสังคม และประการสำคัญคุณต้องพร้อมที่จะรับความวุ่นวายเข้าสู่ครอบครัวของคุณ ถ้าคุณพร้อมทุกอย่างนิยายรักน้ำเน่ากำลังจะเกิดขึ้นในชีวิตของคุณแล้ว ขอให้คุณสนุกกับการเลี้ยงสุนัขบางแก้ว ให้อภัยเขา รักเขา สอนเขา แล้วคุณก็จะได้ในสิ่งที่คุณต้องการ

ข้อเตือนใจ

"สุนัขบางแก้วที่ดีย่อมมาจากสายเลือดของบรรพบุรุษที่ดีและการเลี้ยงดูที่ดี"

หากข้อความของผมผิดหรือถูกประการใดขอให้ท่านโปรดแนะนำด้วยครับ

นับถือ

เพื่อนบางแก้ว 01-6667151

ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย หมาบางแก้ว return - Thursday, 29 July 2004, 02:26PM
 

ขออภัยอย่างสูงสุดและด้วยความจริงใจกับคุณเพื่อนบางแก้วครับ

"ต้องเลี้ยงในกรง" 

น่าจะลองพิจารณาคำนี้อีกทีนะครับ 

ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย เพื่อน . - Thursday, 29 July 2004, 10:24PM
 

หวัดดีครับ คุณหมาบางแก้วหายไปไหนมาครับ เพื่อนเราตามหากันให้วุ่นวายไปหมด ว่าจะไปแจ้งที่ร่วมด้วยช่วยกันซะหน่อยให้ตามหาเพื่อนสมาชิกเราที่หายหน้าหายตาไป

ผมขอแก้ไขว่า "ควรจะเลี้ยงในกรง"นะครับ ที่ผมแนะนำเช่นนั้นก็เพราะว่า ผู้เลี้ยงบางคนไม่เข้าใจพฤติกรรมของสุนัขมากเท่าที่ควร พอมีปัญหาก็ไม่สามารถควบคุมสุนัขของเราได้ เช่น เวลาที่มีแขกมาเยี่ยมเยียน หรือมีเพื่อนมาเที่ยวบ้าน หรือเวลาที่สุนัขเป็นสัดแล้วเราไม่ต้องการให้ผสม ซึ่งก็เป็นผลดีครับหากทำได้ แต่ถ้าผู้เลี้ยงเห็นว่าไม่อยากเลี้ยงในกรงก็ทำได้ครับ ซึ่งเป็นแนวคิดเห็นส่วนตัวครับ ขอให้นำไปปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของแต่ละสถานที่ครับ

ต้องขอบคุณคุณหมาบางแก้วที่ช่วยแนะนำครับ

เพื่อนบางแก้ว

ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย หมาบางแก้ว return - Friday, 30 July 2004, 08:13AM
 

ขอบพระคุณอย่างสูงครับคุณเพื่อนบางแก้ว

"ควรจะ"  โดนใจเลยครับ เห็นด้วย เพราะถ้าเป็นคำเดิม  ถ้าจะเข้ามาออกความเห็น  เดี๋ยวข้อมูลจะไม่สอดคล้องกันครับ

คราวนี้สบายมาก  มีทางเลือกให้ผู้สนใจที่จะเลี้ยงบางแก้วได้หลายทางตามแต่ละความคิดเห็นช่างคิด  ออกความเห็นกันอย่างไร  ก็เป็นข้อมูลที่สอดคล้องกันครับ

เคารพ

ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย อรดา ปรัสพันธ์ - Sunday, 12 December 2004, 10:36PM
 

แล้วจะแก้ไขปัญหาเรื่องขี้ระแวง ของน้องหนูบางแก้วได้อย่างไรคะ? (เวลามีแขกมาที่บ้านมันชอบแอบย่องมากัดน่ะค่ะ)

ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย ป้าชัช swine - Monday, 13 December 2004, 05:38AM
 

คุณเพื่อนบางแก้วเขียนไว้ได้ดีมากเลย แต่กระทู้มันตกหายไปเสียนาน คุณอรดาก็เก่งเหลือเกินไปขุดเจอจนได้ ป้าชัชว่าความรู้อย่างนี้แหละที่จะช่วยให้บางแก้วไม่ถูกทอดทิ้ง ป้าชัชขอความเห็นจากทุกคนในเว็บและนอกเว็บว่า เรามาเปิดประเด็นคุยกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวดีไหม โดยการจัดประชุมสัมมนาระดมความคิดเรื่องบางแก้วสักวัน เชิญทั้งคนเพาะพันธุ์บางแก้ว คนเลี้ยงบางแก้ว คนที่รู้จักพฤติกรรมของบางแก้ว (หรือเคยปราบบางแก้วดุ ๆ มาได้) มาคุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน เพื่อพัฒนาบางแก้วให้ไปสู่สากลอย่างยั่งยืนและโดยคนไทย ใครเห็นด้วย ยกมือเชียร์กันหน่อย ทางสมาคมฯจะจัดเอง หรือให้ป้าชัชช่วยก็ยินดีจะจัดเวทีกลางให้ ที่บางเขนหรือกำแพงแสนก็ได้

ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย วิรัตน์ วาณิชย์ศรีรัตนา - Monday, 13 December 2004, 08:04AM
 

สนับสนุนครับ ช่วยกันคิด จะได้ร่วมกันรู้ และร่วมกันทำ

ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย carnivore ...The Alpha Wolf - Monday, 13 December 2004, 10:33AM
 

"ในช่วง 12 ปีขึ้นไปอาการต่างๆจะชัดเจนมากๆยกเว้นอาการซุกซนจะค่อยๆหายไป แต่อาการต่างๆที่กล่าวมาจะแสดงให้เห็นอย่างเต็มที่ ฉะนั้นหากคุณไม่รู้วิธีการเลี้ยงดูเขาละก็อย่าให้บอกเลยว่า เจ้าบางแก้วน้อยขนปุกปุยน่ารัก ขี้เล่น เจ้าเล่ห์ ช่างประจบเอาใจ มันหายไปไหนหว่า ไอ้ที่เราเลี้ยงนี่มันตัวอะไร มันไม่มีความน่ารักหลงเหลือพอที่เราจะรักมันได้เลย นอกจากบางเวลาหรือบางคนเท่านั้นที่มันจะเกรงใจหรือมันจะเล่นด้วย สรุปแล้วผู้เลี้ยงก็เศร้า เจ้าหมาบางแก้วก็เศร้า ต่างคนต่างจากกันไปคนละทาง "มันเป็นความผิดที่เราหรือมันกันแน่" แต่ผมว่าเป็นเพราะเรามากกว่าที่ไม่รู้จักวิธีการเลี้ยงดู ไม่รู้จักสอนเขา เห็นตอนเล็กๆทำอะไรก็น่ารักน่าชัง ขำ หัวเราะ ทั้งๆที่นั่นคือสิ่งที่ไม่ดี พอโตขึ้นเขาก็ทำเหมือนอย่างเดิมแล้วคุณจะมาโทษมันได้อย่างไร ในเมื่อคุณเป็นคนสอนเขาเองเขาก็จดจำอย่างนั้น หากจะโทษก็จงโทษตัวคุณที่ไม่สอนเขา"

ข้อความข้างบน ของคุณเพื่อนบางแก้ว   เป็นความจริง (สำหรับคนเลี้ยงหมาทุกคน และหมาทุกพันธุ์ )ที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลย (คำว่า 12ปี  น่าจะหมายถึง 12 เดือน..รึเปล่าคะ) 

จึงอยากเรียนถาม ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง  ทั้งที่เป็นองค์กร , เป็นบรีดเดอร์ , เป็นผู้ซื้อ หามาเลี้ยง  ว่า ในเมื่อ   ปัญหาอยู่ที่การ ขาดความรู้ความเข้าใจของผู้เลี้ยง(และอาจจะรวมไปถึงผู้เพาะขาย หลายๆคนด้วยซ้ำไป)  เราจะแก้ปัญหานี้ให้ตรงจุดกันได้อย่างไร  คำตอบที่ตรงเป้าที่สุด  ก็คือ  ต้องให้ความรู้แก่ผู้เลี้ยง

ในท้องตลาด ก็มีหนังสือแนะนำวิธีการเลี้ยง ทั้งแบบเป็นเล่มเฉพาะพันธุ์  แบบเป็นบทความในนิตยสารรายเดือนหลายต่อหลายเล่ม  หรือตามเวบไซท์ต่างๆในอินเตอร์เนต  ก็มีข้อมูลให้เข้าไปศึกษาหาความรู้กัน  มานานมากแล้ว ........ แต่ทำไมปัญหา ของผู้ "ไม่รู้ แต่อยากเลี้ยง"  จึงยังมีอยู่ตลอดมา  และส่งผลกระทบออกไปสู่สังคม   เมื่อเจ้าของไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ควรหรือไม่  ที่จะมีการออก ข้อกำหนด ให้เป็นระเบียบปฏิบัติ ในการขาย(หรือยกให้)หมาบางแก้ว   เพื่อแก้ปัญหาให้ใกล้เคียงสาเหตุให้มากที่สุด   ตัวอย่าง เช่น

**ผู้เพาะพันธุ์ พึงพิถีพิถันเลือกเฟ้น ผู้ที่สุนัขไทยบางแก้วของเขาจะต้องไปอยู่ด้วย หรือผู้ซื้อ   อย่างระมัดระวังที่สุด

**ผู้เพาะพันธุ์  ต้องช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ แก่ผู้ซื้อในทุกเรื่องที่ผู้ซื้อร้องขอ เพื่อสวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของสุนัข   

**ผู้เพาะพันธุ์ที่ขาย หรือส่งมอบสุนัขไปแล้ว  มีหน้าที่ต้องช่วยเหลือผู้ซื้อ  ในการหาบ้านใหม่ที่เหมาะสมให้สุนัข  ทันทีเมื่อผู้ซื้อต้องการ   หากเจ้าของสุนัข  ไม่สามารถ  (หรือไม่ประสงค์) จะหาบ้านใหม่ให้สุนัข   ผู้เพาะพันธุ์ผู้นั้น  ต้องเป็นผู้รับภาระในการดูแลสุนัขนั้นทั้งด้านการเลี้ยงดูและด้านค่าใช้จ่าย   ภาระรับผิดชอบโดยนัยเดียวกันนี้  รวมไปถึงสุนัขที่ขายหรือส่งมอบไปแล้ว   แต่ถูกจับหรือยึดมาอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์สัตว์  

**ผู้เพาะพันธุ์ต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีเลี้ยงดูสุนัข เป็นลายลักษณ์อักษร เตรียมไว้มอบให้ผู้ซื้อ

...ฯลฯ.....

ถ้าองค์กรใหญ่ที่ควบคุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับไทยบางแก้ว  มีข้อกำหนดสำหรับผู้เพาะพันธุ์ ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด   น่าจะเป็นทางออกที่จะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ได้แน่นอนในระดับหนึ่ง    ส่วนผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด  ก็เท่ากับเป็นผู้เพาะพันธุ์นอกระบบ  ซึ่งน่าจะค่อยๆลดบทบาทตัวเองลงไปเรื่อยๆ

ตอบ: เลี้ยงบางแก้วอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา ในอนาคต
โดย เพื่อน . - Monday, 13 December 2004, 11:02PM
  ถูกต้องครับ 12 เดือนครับ บอกพี่วิเชียร ช่วยแก้ไขให้ด้วยครับ