๘. เมื่อพี่น้องคู่ซี้กลับกลายเป็นศัตรูคู่แค้น

ทราบมาว่า สุนัขบางแก้วจะมีการผลัดขนเป็นเรื่องปกติอย่างเจ้าขุนแผนของคุณโป๋ตัวนี้ก็ผลัดขนตอนอายุ ๔ เดือนจนหน้าตาน่าเกลียดน่าชัง

 

หลังจากนั้น จะมีขนงอกขึ้นมาใหม่ สวยงามกว่าเดิม เจ้าขุนแผนเป็นสุนัขใจดีขี้เล่น มีเพื่อนซี้เป็นสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลชื่อกะทิ เคยขึ้นปกหน้าหนึ่งของเว็บไซต์สนุกด๊อตคอมมาแล้วภายใต้ชื่อ เพราะเราคู่กัน

 

แต่เจ้าปิงปองยังไม่เคยผลัดขนสักครั้งเลย ขนฟูของมันทำให้ตัวมันใหญ่กว่าความเป็นจริง ยิ่งเวลามันโกรธหรือตื่นเต้น แผงขนรอบคอและกลางหลังจะแผ่ออกและตั้งขึ้นจนดูตัวใหญ่เท่าๆกับเจ้าโบซึ่งมีขนสั้น มันคงจะได้ใจ นึกว่าข้าใหญ่แล้ว จึงชอบมาหาเรื่องชวนทะเลาะกับเจ้าโบ ดังจะได้เล่าต่อไป

ความจริง อยากให้มันเห็นสารรูปตัวเองตอนอาบน้ำ ว่าไม่ต่างอะไรกับเจ้าขุนแผนในรูปข้างบนเลย เวลาขนเปียก ไม่อาจพองขนให้ตั้งขึ้นได้ เจ้าปิงปองก็ตัวเล็กเท่าลูกหมาตัวหนึ่งเท่านั้น

เจ้าปิงปองชอบนอนแช่น้ำในอ่าง แต่ไม่ชอบให้อาบน้ำ ต้องฝืนใจมันบ่อยๆกว่าจะชะโลมแชมพูกำจัดเห็บให้ทั่วร่างได้ มันชอบเอาเห็บไปซ่อนไว้ตามใบหูและอุ้งเท้า สมัยก่อนผมไม่รู้วิธีการฆ่าเห็บ ชอบจับตัวมันมาบี้กับพื้น หารู้ไม่ว่าไข่เห็บในตัวมันแตกกระจายไปเจริญเติบโตอยู่ในพื้นสนามหญ้าเต็มไปหมด จับเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที บางครั้งมันแอบเข้าไปอยู่ลึกในรูหูของเจ้าปิงปอง ต้องใช้ไม้พันสำลีจุ่มยาเหลืองไปแคะออกมา ตอนหลังนี้ เลยใช้วิธีจับเห็บโยนใสกระป๋องที่ใส่น้ำมันเครื่องเตรียมไว้ แล้วดูมันแช่น้ำมันเล่นอย่างสบายใจว่าเราไม่ได้ทำบาปโดยการบี้มันอย่างทารุณเหมือนแต่เดิม

เจ้าโบก็ชอบล่าเห็บเหมือนผม มันชอบเอาปากไซ้ไปตามขนปุกปุยของเจ้าปิงปอง แล้วทำปากหยุกขยิกเหมือนกำลังแทะเห็บอยู่ ไม่รู้จะได้สักกี่ตัว แต่ที่แน่ๆ คือขนเจ้าปิงปองจะดูขาวสะอาดขึ้น เพราะได้เจ้าโบมาช่วยไซ้ขนให้นี่แหละ

มองดูแล้ว พี่น้องคู่นี้ก็รักใคร่กลมเกลียวกันดี ผมเองก็อุ่นใจว่า มันจะไม่ทะเลาะกันให้ลำบากใจ เพราะทุกครั้งที่ผมพามันไปวิ่งเล่นที่สวนนอกบ้าน มันจะวิ่งไล่กวดหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้น เมื่อมันทะเลาะกันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยที่ผมไม่รู้ว่าจะเข้าไปแยกมันได้อย่างไร จึงได้เขียนเป็นกระทู้ไปถามเพื่อนๆบน อินเทอร์เน็ต ซึ่งก็ได้รับข้อแนะนำดีๆ สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาได้หลายครั้ง แต่ปัญหาดูจะไม่ยุติลงได้ง่ายๆ มีผู้มาแสดงความเห็นใจและเสนอแนวทางการแก้ปัญหาที่น่าสนใจไว้ จึงใคร่ขอนำเสนอท่านผู้อ่านผ่านกระดานข่าวดังต่อไปนี้

 

สุนัขกัดกัน จะเข้าไปแยกอย่างไรให้ปลอดภัย

 

เมื่อวาน นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าโบ(โดเบอร์แมน)กับเจ้าปิงปอง(บางแก้ว)กัดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เจ้าปิงปองจะยอมให้ เลยโดนกัดเบาๆพอเป็นพิธี แต่ครั้งนี้ เจ้าโบมาขู่ตะคอกเพื่อแย่งเศษอาหาร เจ้าปิงปองไม่ยอม เลยฟัดกันนัวเนีย รู้สึกว่าเจ้าปิงปองจะเสียท่าโดนเจ้าโบงับไม่ยอมปล่อย ผมจะเข้าไปดึงเจ้าโบออกมา ก็กลัวมันแหว้งมากัดเอา เลยรีบไปตักน้ำราดใส่มันไป 3 ขัน แต่ก็ไม่สามารถแยกมันออกจากันได้ พอดี เจ้าปิงปองดิ้นหลุด เลยงับเข้าที่ขอบตาเจ้าโบเลือดสาดเต็มพื้น เจ้าโบผงะออกมา เลยถือโอกาสนี้เข้าไปแยกเจ้าโบออกไป แต่เจ้าปิงปองยังไม่หายแค้น จะตามมาเอาเรื่องเจ้าโบต่อ เลยต้องบอกให้แฟนลากเจ้าปิงปองออกไป

vichien (203.154.102.*) [ วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2546 เวลา 07:37 น. ]

 

ผลการประลองกำลังครั้งนี้ เจ้าปิงปองโดนงับดั้งจมูกเป็นรูลึก ส่วนเจ้าโบโดนกัดที่ขอบตาเป็นแผลเหวอะน่าหวาดเสียว อีกนิดเดียวคงตาบอดแน่
เลยได้บทเรียนที่ดีว่า เจ้าบางแก้วนี่ใจนักเลงอย่างที่คุณพสุธาว่า ไม่ยอมให้ใครข่มเหงง่ายๆ แต่ก็ไม่ใช่อันธพาลไปเที่ยวกัดใครนะครับ
แต่ที่เสียใจคือ เราแยกสุนัขออกจากกันช้าไปหน่อย

ไม่ทราบใครมีวิธีแยกสุนัขที่กำลังกัดกันโดยปลอดภัยไหมครับ คืออย่าให้โดนลูกหลง

 

โดยคุณ (203.154.102.*) [ วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2546 เวลา 07:48 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1

 

สวัสดีครับ คุณวิเชียร
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับที่ลูกน้องทะเลาะกันมากมายขนาดนี้
วิธีการแยกสุนัขที่กัดกันของผมก็คือ
1.
คน 2 คน แต่ละคนจับขาหลัง(ทั้ง 2 ข้างจะมั่นคงกว่า ปลอดภัยกว่า) ของสุนัขแต่ละตัว แล้วยกตัวสุนัขทั้งคู่ขึ้นพร้อมกัน (ให้ลอยในอากาศได้เลยยิ่งดี) ซักพักเค้าจะคลายปากที่กัดออก ตอนนี้ต้องระวังการแว้งกลับมากัดคนที่จับขาเค้านะครับ อาจต้องเหวี่ยงซักนิดเพื่อความปลอดภัย
2.
จับสุนัขวางลงที่พื้น ถ้าสุนัขยังพยายามจะต่อสู้กันอีก ต้องรีบแยกออกห่างกัน ไม่ควรให้เห็นกันเลยในช่วงเวลานั้นจะดีที่สุด
3.
การจับตัวสุนัขช่วงนี้ ผมเห็นว่าควรจับแบบขยุ้มที่ต้นคอด้านหลัง ซึ่งการจับลักษณะนี้จะคล้ายกับการที่จ่าฝูงคาบคอลูกฝูง ข้อควรระวัง ถ้าสุนัขตัวนั้นไม่ใช่ของท่าน ไม่ควรจับแบบนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะท่านจะกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีของเค้าทันที
ไม่รู้ว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณวิเชียรบ้างหรือไม่
พสุธา พันธุ์สาย

 

โดยคุณ พสุธา พันธุ์สาย ส่งเมล์ถึง พสุธา พันธุ์สาย(202.183.175.*) [ วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2546 เวลา 11:35 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2

 

วันนี้ พี่น้องทั้งสองทะเลาะกันอีกแล้ว
เจ้าปิงปองแรงน้อยกว่าโดนเจ้าโบต้อนจนมุม
ผมเลยรีบใช้วิธีที่คุณพสุธาแนะนำ
คือใช้มือขยุ้มที่ต้นคอด้านหลังของเจ้าโบ แล้วดึงมันออกมา
ตอนแรกก็รู้สึกเสี่ยงหน่อย กลัวมันแว้งกัดเอา แต่ก็ได้ผล มันยอมให้ผมดึงมันออกมาโดยดี
แต่ที่ผิดพลาด คือ ไม่ได้จับเจ้าปิงปองไว้ด้วย เจ้าปิงปองเลยถือโอกาสโต้กลับ ด้วยการไล่กัดเข้าที่ขาเจ้าโบไป 2-3 ที กว่าจะกันเจ้าปิงปองออกไปได้ เจ้าโบก็ได้เลือดอีกแล้ว รู้สึกว่าเขี้ยวบางแก้วจะคมจริงๆ กัดทีไรได้เลือดทุกที
ครั้งต่อไปคงต้องใช้มือขยุ้มที่ต้นคอด้านหลังของคู่กรณีทั้ง 2 ตัว

 

โดยคุณ vichien (203.153.134.*) [ วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2546 เวลา 14:52 น. ] ผู้ตอบคนที่ 4

 

ใช่ครับ วิธีจับที่ต้นคอแล้วยกให้ตัวลอยจากพื้นเป็นวิธีที่สุนัขกลัว เหมือนตอนที่เค้าโดนแม่คาบไงครับ ให้เขย่าแรง ๆ เลยครับ

 

โดยคุณ โป๋ (203.113.80.*) [ วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2546 เวลา 15:36 น. ] ผู้ตอบคนที่ 5

 

วันนี้ ไม่รู้เป็นอะไร
เจ้าปิงปองหงุดหงิดเป็นพิเศษ
เจ้าโบไปเล่นด้วย ก็อารมณ์เสียใส่
เลยทะเลาะกันนัวเนียอีกรอบ
ลองใช้สองมือขยุ้มที่ต้นคอด้านหลังของคู่กรณีทั้ง 2 ตัวออกจากกันตามที่คิดไว้ แต่ไม่สำเร็จ แรงมันเยอะทั้ง 2 ตัว แถมกัดแบบไม่ปล่อย เลยไม่สามารถถ่างมือออกไปให้สุดได้ ต้องเรียกให้ลูกชายมาช่วย ตามสูตรคุณพสุธานั่นแหละครับ คือต่างฝ่ายต่างจับเท้าทั้ง 2 ข้างของคู่กรณีแต่ละตัวยกขึ้น แล้วดึงออกจากกัน แต่ก็ไม่ง่ายนัก เพราะเจ้าปิงปองงับไม่ปล่อยเช่นกัน
รอบนี้ เจ้าโบก็เสียคะแนนอีก โดนกัดที่ขา เดินกระเผรกเข้ากรงไป
สงสัยว่าจะต้องเอาเจ้าปิงปองไปทำหมันดีไหมเอ่ย

 

โดยคุณ (203.153.134.*) [ วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2546 เวลา 19:30 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6

 

เมื่อคืน ปล่อยเจ้าโบออกจากกรงมากินน้ำ
เจ้าปิงปองก็วิ่งรี่เข้ามาคำรามจะหาเรื่อง
เจ้าโบก็คงรำคาญ เคยเปิดศึกฟัดกันนัวเนียอีก
พยายามเข้าไปห้าม แต่ไม่ทราบนิ้วมือเข้าไปอยู่ระหว่างปากมันเมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที ก็มีเลือดไหลเปรอะง่ามนิ้วแล้ว
โชคดีที่นิ้วไม่ขาด
เลยต้องปล่อยให้มันฟัดกันให้รู้แพ้รู้ชนะไปข้างหนึ่ง
ผลปรากฏว่าเจ้าโบสยบมันได้ เจ้าปิงปองหันหลังให้ เจ้าโบจึงยอมเลิกรา เดินแยกตัวออกมาโดยที่เจ้าปิงปองไม่กล้าเดินตามมาตอแยอีก
พอแยกกันแล้ว ต่างฝ่ายก็ไปนอนซมเลียแผล
แฟนเลยเอายาพาราไปให้กินข้างละเม็ด ค่อยรู้สึกกระปี๊กระเป่าขึ้น
ก็เป็นบทเรียนที่ดีว่า บางแก้วนี่ ขี้อิจฉาจริงๆ
ต่อไป จะทำอะไรต่อหน้ามันคงไม่ได้

 

โดยคุณ (203.153.135.*) [ วันจันทร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2546 เวลา 19:12 น. ] ผู้ตอบคนที่ 7

 



จากการทะเลาะกัน ทำให้ 2 ฝ่ายมองหน้ากันไม่ติด
เดินสวนกันก็ไม่ทักทายกัน
เพิ่งรู้ว่าสุนัขก็เป็นเหมือนคนเช่นกัน
อาจเป็นเพราะว่าบางแก้วมีจิตใจอาฆาตแค้นอย่างที่เขาพูดกันหรือเปล่าน่ะ...
ความสัมพันธ์ของพี่น้องคู่นี้จะลงเองกันอย่างไรก็ยังไม่รู้
น่าอิจฉาความสัมพันธ์ของเจ้าขุนแผนกับกะทิของคุณโป๋จัง

 

โดยคุณ (203.153.135.*) [ วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม 2546 เวลา 04:46 น. ] ผู้ตอบคนที่ 8

 

ขออนุญาตเขียนต่อเหมือนไดอารี่ส่วนตัวเลยนะครับ
หวังว่าคงจะมีประโยชน์บ้าง
เช้านี้ ตื่นขึ้นมา เจ้าปิงปองรออยู่นอกประตูหลังบ้าน
เลยออกมาทักทายมันหน่อย
เจ้าโบก็วิ่งรี่มาจากหน้าบ้าน เข้ามางับปิงปอง 1 ที โดยไม่พล่ำทำเพลง เจ้าปิงปองจะหันไปโต้ตอบบ้าง เลยต้องรีบอุ้มปิงปองขึ้นมา เจ้าโบก็ยังกระโดดกัดที่ก้นไปได้อีก 1 ที
สรุป สุนัขขี้อิจฉาและอาฆาต คงไม่ใช่เป็นแต่บางแก้วอย่างเดียว
ใช่ไหมครับ

 

โดยคุณ อิจฉา (203.154.102.*) [ วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม 2546 เวลา 05:45 น. ] ผู้ตอบคนที่ 9

 



เจ้าปิงปองแม้จะได้แผลที่ดั้งจมูกเป็นรูลึก
แต่จิตใจนักสู้ยังเต็มร้อย
ดูท่าจะไม่ยอมรามือง่ายๆ

 

โดยคุณ angry (203.153.135.*) [ วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2546 เวลา 15:30 น. ] ผู้ตอบคนที่ 11

 



ส่วนเจ้าโบ แม้ว่าแผลที่ขอบตาขวาจะแห้งดีแล้ว
แต่แผลในใจคงไม่สามารถลบเลือนไปได้โดยง่าย
แม้ว่ามันจะสยบเจ้าปิงปองได้ในครั้งก่อน
แต่ก็คงแหยงกับฤทธิ์เดชของบางแก้ว
ไม่กล้าสบตากับเจ้าปิงปองที่จ้องจะเอาเรื่อง
ส่วนใหญ่มักจะหลบเข้าไปตั้งหลักอยู่ในกรงของมันมากกว่า

 

โดยคุณ โบ (203.153.134.*) [ วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2546 เวลา 16:54 น. ] ผู้ตอบคนที่ 12

 

ทุกคนในบ้านพากันเสียใจที่ภาพในอดีตคงไม่หวนกลับมา
เสียงส่วนใหญ่เห็นใจเจ้าโบที่ต้องคอยหลบเข้ากรงมากกว่า
ตอนนี้ก็คอยแต่ว่าจะมีเพื่อนฝูงญาตพี่น้องคนไหนรับเจ้าปิงปองไปเลี้ยงต่อ
แต่ก็เป็นห่วงว่ามันจะปรับตัวเข้ากับเจ้านายใหม่ไม่ได้
ไม่ทราบจะทำอย่างไรดี
รบกวนเพื่อนๆช่วยแนะนำด้วยครับ

 

โดยคุณ vichien (203.153.134.*) [ วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม 2546 เวลา 19:02 น. ] ผู้ตอบคนที่ 15

 

1. ก่อนจะยกหนูปิงปองให้ใครไป อย่าลืมทำหมันให้แกเสียก่อนนะคะ
2.
ใครที่สนใจอยากรับหนูปิงปองไปอยู่ด้วย ก็ต้องหมั่นไปมาหาสู่ สร้างความสนิทสนมคุ้นเคยกับแกเอาไว้ล่วงหน้าก่อน เวลามาหาก็ซื้อขนมของโปรดติดไม้ติดมือมาฝากแกด้วย
3.
วิธีการสร้างความสนิทสนมสำหรับหมานักเลงแบบนี้ ก็ไม่ใช่มาถึงก็เอาขนมมาล่อ แกจะนึกว่าเอาส่วยมาส่งยอมรับแกเป็นหัวหน้าแก๊งค์
ต้องมีชั้นเชิง วางฟอร์มให้เหนือกว่าแกเข้าไว้ ไม่ต้องไปสนใจมองแก(แต่แอบเหล่ไว้หน่อยก็ดี เผื่อแกจะเป็นนักเลงประเภทแอบแทงข้างหลังด้วย) ไม่ต้องไปพูดจาทักทายลูบเนื้อลูบตัว โดยเฉพาะหัว...อย่าไปยุ่งเป็นอันขาด ถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ
ยืนอยู่ห่างๆ....คุยกันไปในกลุ่มคน ที่ต้องให้"ยืน"ก็เพื่อทำตัวให้สูงกว่าแกให้มากๆเข้าไว้ เตรียมขนมหรือของกินที่แกชอบไว้ในมือ แต่ไม่ต้องเอามาโชว์ให้เห็น ถ้าหมาเห็นว่าไม่มีใครสนใจ ก็มักจะเข้ามาใกล้ๆเพื่อสังเกตการณ์ และค่อยๆดมสำรวจ ให้คนห้อยมือ(ที่มีอาหาร)ไว้ในระดับที่เขาดมถึง พอเขาดมมาที่มือ ก็เหล่ดูท่าทีว่าเขาทำท่าผ่อนคลาย อารมณ์ดี ดูแววตาก็จะรู้ จึงค่อยเปิดแง้มมือออกให้เขากิน และให้เขากินต่อเนื่องสัก 2-3 ครั้ง ระหว่างให้กิน ก็ไม่ต้องไปเอาอกเอาใจอะไรเขาอีก แค่เปิดแง้มมือออกให้เขากินอาหารได้ ไม่ต้องก้มตัวลงมาหาเขา ไม่ต้องมอง ไม่ต้องลูบ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น (ถ้าเขายังทำตาขวาง เหมือนจะข่มขู่เอาของกินจากคน ก็ไม่ต้องเปิดให้เขาได้กิน ไม่นานเขาจะรู้ว่า "ความสงบ"ให้ประโยชน์มากกว่า"ความก้าวร้าว")
ถ้าเคยดูทีวีช่องดิสคอฟเวอรี่เรื่องชีวิตหมาป่า จะนึกภาพออก ว่าตัวจ่าฝูงจะยืนอย่างมั่นคงยืดหัวขึ้นสูงและไม่หันมามอง เมื่อมีหมาตัวอื่นเข้ามาใกล้แม้จะเข้ามาเลียปากเลียคอเลียหน้าเลียตา จ่าฝูงจะไม่มองเลย อาจแง้มริมฝีปากพอให้เห็นเขี้ยว เป็นการทักทายนิดหน่อยเท่านั้น
ลองทำเองที่บ้านดูก็ได้ สำหรับหมาดุ(ก้าวร้าว) ความสงบและฟอร์มที่เหนือกว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก การพูดเสียงดังเอะอะโวยวาย ทำอะไรช้งเช้งโฉ่งฉ่าง จะยิ่งไปปลุกเร้าสัญชาติญาณเขาให้แรงขึ้น ดังนั้น บ้านที่หนูปิงปองจะไปอยู่ ควรจะเป็นบ้านที่สงบพอสมควร ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน
ผู้ที่จะเป็นเจ้าของ ก็ควรมีบุคคลิก สงบเยือกเย็นและมีจิตใจเข้มแข็งเหนือกว่าหมา หมาจะหยั่งรู้ได้ ถ้าคุณกลัว เพราะการแสดงออกที่เปลี่ยนแปลงไปแม้เพียงเล็กน้อยหมาก็จะสังเกตได้

 

โดยคุณ สัตว์กินเนื้อ (202.183.164.*) [ วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤษภาคม 2546 เวลา 08:14 น. ] ผู้ตอบคนที่ 16

 

แก้ปัญหาโดยการยกให้คนอื่นหรือเอาไปปล่อยนั้นไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเป็นฝรั่งในอเมริกา เขาจะฉีดยาให้มันตายแล้วฝังไว้ในบริเวณบ้านของตัวเอง หมาที่เปลี่ยนเจ้าของจิตใจมันยิ่งผิดปกติมากขึ้น และหมาที่ลองมันแค้นกันแล้วมันจะฝังใจไม่เลิก หรือไม่ก็ปล่อยให้มันกัดกันจนกว่าจะมีผู้ชนะ แล้วมันจะยอมศิโรราบกันเอง แต่นิสัยของบางแก้วแล้วจะกัดจนคู่ต่อสู้ตาย ถึงแม้จะนอนหงายท้องยอมแพ้แล้วก็ตาม ต่างจากหมาโดยทั่วไปที่เห็นคู่ต่อสู้หงายท้องแล้วก็เลิกกัด
นี่คงเป็นอีกหนึ่งรายที่อยากเลี้ยงบางแก้วโดยไม่ได้ศึกษามาก่อนว่าพอเกิดปัญหาก็ผลักภาระให้กับสังคมหรือคนอื่น
หลายรายที่ซื้อบางแก้วมาเลี้ยงเพราะแฟชั่น เลี้ยงได้ไม่กี่เดือนก็กัดคนในบ้าน ก็เลยยกให้คนอื่น มันก็กัดคนในบ้านคนอื่นอีกนั่นแหละ ท้ายสุดก็ถูกปล่อยตามยถากรรม
เชื่อว่าต่อไปคงเห็นบางแก้วถูกปล่อยตามถนนมากขึ้น

 

โดยคุณ บางแก้ว (203.144.217.*) [ วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤษภาคม 2546 เวลา 11:29 น. ] ผู้ตอบคนที่ 17

 

ขออนุญาตมองต่างมุมค่ะ
เรามีความเห็นว่า หมาทุกตัวที่ไม่ใช่หมาบ้า สมควรได้รับโอกาส หากมีผู้เต็มใจรับเลี้ยงดู ที่เป็นผู้มีความรู้หรือมีความตั้งใจที่จะศึกษาวิธีการดูแลและปรับพฤติกรรมของเขาให้เข้ากับสังคมและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมได้
เนื่องจากบางแก้ว มีนิสัยใจคอที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดดเด่น ดังเป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปว่าเป็นอย่างไร ดังนั้น บางแก้วจึงไม่ใช่หมาสำหรับทุกคนในโลก อย่างโกลเด้น หรือลาบราดอร์ แต่เป็นหมาที่ต้องได้รับการเลี้ยงดูอย่างระมัดระวังจากผู้ที่เข้าใจในบางแก้วเป็นอย่างดีเท่านั้น
เช่นเดียวกับที่ในอเมริกา มีกลุ่มผู้ที่รักและนิยมเลี้ยง หมาป่าผสมหมาบ้าน(Wolfdog หรือ Wolf hybrid) เนื่องจากหมาป่า ถือเป็นสัตว์ที่มีจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง มีความฉลาดกว่าหมาบ้านโดยทั่วไป มีวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตที่มีระบบและมีวินัยสูง และจะดุร้ายมาก หากไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมและฝูงที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น หมาป่าพันธุ์ผสมที่ว่านี้ จึงได้รับการควบคุมโดยสมาคมหรือชมรมอย่างเข้มงวดมาก มีการให้ข้อมูลอย่างละเอียดชัดเจนสำหรับผู้ที่ต้องการเลี้ยง ต้องทดสอบความรู้ ความเข้าใจและสภาพความเป็นอยู่เพื่อดูความพร้อมก่อนจะนำไปเลี้ยง เพื่อความปลอดภัยของทั้งหมา,ผู้เลี้ยง ตลอดจนสังคมคนรอบข้างที่เกี่ยวข้อง
เชื่อว่าหลายท่านที่เลี้ยงบางแก้ว คงได้รับบทเรียนกันไปบ้างพอสมควร ในเรื่องนิสัยของเขา ซึ่งคงต้องมีการวิเคราะห์เจาะลึก และเก็บรวบรวมข้อมูลไว้เป็นกรณีศึกษาเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสายพันธู์ และให้ความรู้แก่ผู้นิยมเลี้ยงบางแก้ว เพื่อนำไปพิจารณาและปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสมต่อไป
ไม่เชื่อว่าจะมีคนเอาบางแก้วไปปล่อยทิ้งไว้ตามถนนให้เป็นหมาจรจัดได้สำเร็จ เพราะเขาคงหาทางกลับบ้านเองได้ในทันที เผลอๆ อาจกลับมานั่งรอเจ้าของอยู่หน้าบ้านก่อนแล้วก็ได้
ตอนนี้ไม่ได้เลี้ยงบางแก้ว แต่ติดตามมาตลอด ถ้าหมาที่เลี้ยงอยู่ตอนนี้ หมดรุ่นเมื่อไร รุ่นต่อไป ต้องเป็นบางแก้วแน่นอน(ถ้ายังไม่ตายเสียก่อน) กะว่าจะเลี้ยงแบบทำเป็นโครงงานวิจัยเรื่องพฤติกรรมเลยแหละ สนใจมากๆ ทั้งเรื่องหมาป่า และเรื่องบางแก้ว

 

โดยคุณ สัตว์กินเนื้อ (202.183.164.*) [ วันอาทิตย์ ที่ 25 พฤษภาคม 2546 เวลา 21:49 น. ] ผู้ตอบคนที่ 18

 

ขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำต่างๆอย่างมากครับ
ตอนนี้ยังหาผู้ที่จะรับเจ้าปิงปองไปเลี้ยงไม่ได้ เลยแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากั้นคอกให้มันอยู่ที่หลังบ้าน
แต่กลางคืนก็ปล่อยออกมาทั้ง ๒ ตัว ให้มันได้ทักทายกันบ้าง
ถ้าเราไม่อยู่ให้มันเห็นพร้อมกันทั้ง ๒ ตัว รู้สึกจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเห็นพร้อมกัน จะมีปัญหาทันที
อย่างคืนวันเสาร์กลับมาจากธุระข้างนอก เพื่อนที่แสนดีทั้งสองต่างวิ่งมาแสดงความดีใจ วิ่งได้ครึ่งทางก็กัดกันนัวเนียอีก เลยลองปล่อยให้กัดกันให้รู้แพ้รู้ชนะ สักครู่ เจ้าปิงปองร้องเอ๋งๆเหมือนจะแพ้ เจ้าโบจึงเดินผละออกมา เจ้าปิงปองเดินหัวสั่นตามมาเห่าแบบไม่ยอมแพ้ แต่ก็ไม่กล้าลุยอีก มันได้แผลเพิ่มที่แก้มซ้ายอีก ๒ รู ส่วนเจ้าโบก็เดินกระเผก ๓ ขาเข้ากรงไป
ตอนนี้ เลยต้องเพิ่มความระมัดระวัง ไม่ให้มันเห็นหน้าพร้อมกัน กลัวมันแย่งกันแสดงความรักกับเจ้าของถึงขั้นอิจฉาทะเลาะกันอีก

 

โดยคุณ วิเชียร (203.154.102.*) [ วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม 2546 เวลา 18:02 น. ] ผู้ตอบคนที่ 19

 

ผมได้กล่าวสรุปในกระทู้
จะช่วยกันส่งเสริมสุนัขบางแก้วให้เป็นเอกลักษณ์ของไทยได้อย่างไร
http://www.hightidediving.com/webboard/view.php?No=11
ว่า
ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดอะไรของเจ้าบางแก้วเลย
มันเพียงแต่รักเจ้าของและรักอาณาเขตของมัน
มันเลยไม่อยากให้คนอื่นมาแย่งความรักหรือรุกล้ำอาณาเขตของมัน
เจ้านายมันพามันมาอยู่ผิดที่เท่านั้น
มันไม่ต้องการเพื่อนอย่างเจ้าโดเบอร์แมนเลย
ก็ไม่รู้ว่ามันอยากได้เพื่อนแบบพูเดิ้ลเหมือนเจ้าขุนแผนหรือเปล่า แต่ก็คงสายไปเสียแล้ว
ถ้าเราจะรักษาเอกลักษณ์ในแง่ความรักเจ้าของและรักอาณาเขตของบางแก้วไว้ ผมว่า ก็คงไม่ต้องไปเปลี่ยนให้มันกลายเป็นสุนัขใจดีขี้เล่นหรอกนะครับ เพียงแต่ต้องพัฒนาสายพันธ์ให้มีจิตประสาทที่มั่นคง อย่าดุร้ายเกินไป และพยายามให้ความรู้กับผู้ที่จะเลี้ยงบางแก้วมากๆครับ จะได้ไม่มีปัญหาเหมือนผม และถ้าจะให้ดี อาจจะต้องเตรียมบ้านพักพิงสำหรับบางแก้วผู้ถูกทอดทิ้งไว้ด้วย คล้ายๆ บ้านพักสัตว์เลี้ยงนิรมล (Thai dogs' home)
ผมดีใจมากและเห็นด้วยอย่างยิ่งที่คุณสัตว์กินเนื้อ จะเลี้ยงแบบทำเป็นโครงงานวิจัยเรื่องพฤติกรรม
ถ้าจะวิจัยให้ได้ผลดี ควรจะมีตัวอย่างที่ใช้วิจัยหลายๆตัว และสามารถวิจัยการอยู่ร่วมกับสุนัขพันอื่นๆได้ด้วย ไม่ต้องรอให้หมาที่เลี้ยงอยู่ตอนนี้ หมดรุ่น
อยากให้ลองพิจารณาข้อเสนอของผมดูนะครับที่ว่าน่าจัดทำเป็นบ้านพักพิงสำหรับบางแก้วผู้ถูกทอดทิ้ง คล้ายๆ บ้านพักสัตว์เลี้ยงนิรมล แต่เน้นที่บางแก้วอย่างเดียว จะได้ช่วยแก้ปัญหาของสุนัขและคนเลี้ยงบางแก้ว ผมคิดว่าผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ที่มีปัญหาคงยินดีให้การสนับสนุนครับ และอาจของบวิจัยจากที่ต่างๆเพื่อนำมาวิจัยพฤติกรรมของบางแก้วเพื่อนำเสนอทางออกที่เหมาะสมในการช่วยกันส่งเสริมสุนัขบางแก้วให้เป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างถูกวิธีต่อไป
ผมเองจะลองเขียนหนังสือเกี่ยวกับชีวิตเจ้าปิงปองดู
ไม่รู้จะขายออกหรือเปล่า
จะได้นำรายได้มาช่วยโครงการวิจัยนี้ด้วย ดีไหมครับ

 

โดยคุณ วิเชียร (203.154.102.*) [ วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม 2546 เวลา 18:26 น. ] ผู้ตอบคนที่ 20

 

ดีใจเหมือนกันค่ะ ที่สนใจโครงการนี้ ถึงขั้นคิดหารายได้มาสนับสนุนโครงการ
ถ้าจะทำเป็นโครงงานวิจัย ก็แน่นอนว่าต้องเลี้ยงหลายตัว จากทุกสายที่ใช้เป็นพ่อพันธุ์หลัก และแม่พันธุ์ที่ถ่ายทอดลักษณะนิลัยได้ดี
เรื่องต้องรอให้หมาที่เลี้ยงอยู่หมดรุ่นนั้น เป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะเป็นพวก"ปลอดภัยไว้ก่อน" เสมอในทุกๆเรื่อง เลี้ยงเยอรมันเชพเพอด 20-30 ตัว มานานเกือบ20 ปี ไม่เคยให้มีโอกาสได้กัดกัน ถ้าปล่อยให้เจอกัน ต้องมีคนคุมให้อยู่ ตัวไหนที่ไม่มั่นใจ 100% จะไม่ปล่อยเข้าหากันเลย ไม่เคยสงสัย ว่าถ้าให้มันกัดกัน มันจะสู้กันไปถึงไหน ใครจะแพ้จะชนะ พยายามระวังให้เขาอยู่ร่วมกันโดยสันติที่สุด โดยคน ต้องควบคุมหมา(เป็นจ่าฝูง) ตลอดเวลา
ที่สำคัญ ตัวที่เลี้ยงอยู่ใกล้ชิดติดตัวที่สุดทุกวันนี้ เป็นหมาที่มีความเป็นจ่าฝูง(Dominant)สูงมาก กับเราเอง เขายังท้าทายด้วยวิธีต่างๆอยู่ทุกวัน ต้องใช้พลังงานมากจึงจะข่มเขาอยู่ ตัวเดียวนี่ก็เหนื่อยแย่แล้วค่ะ
อยากลองคุยดูเหมือนกันค่ะ เรื่องบ้านพักสัตว์ เดิมทีตั้งใจว่าจะทำ(สำหรับเยอรมันเชพเพอดที่เจ้าของไม่อยากเลี้ยง ซึ่งตอนนี้ ก็มีคนเอามาให้เลี้ยงหลายตัวแล้ว) แต่ไม่มีทีมงานที่แข็งแกร่ง มีการศึกษาดีและยอมเสียสละเพื่อมาทำงานตรงนี้ ทำคนเดียวไม่ไหวแน่ค่ะ ยังเสียดายที่Dog's Home อยู่เลย
มีที่ว่างอยู่ที่อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ประมาณ 50 ไร่ ถ้ามีทุนและทีมงานก็น่าจะไปทำอะไรกันได้ค่ะ ตอนนี้เป็นป่าอยู่ท่ามกลางไร่อ้อยและไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน เคยเอาหมาไปเลี้ยงที่นั่นมาแล้ว สบายมากเลยค่ะ
เรื่องงบไม่ค่อยห่วงเท่าเรื่องทีมงานค่ะ ทำงานกับสิ่งมีชีวิตต้องมีทีมงานที่ดีจริงๆเท่านั้น จึงจะทำได้...ยังไม่พูดกันเรื่องความสำเร็จนะคะ

 

โดยคุณ สัตว์กินเนื้อ (202.183.164.*) [ วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม 2546 เวลา 19:41 น. ] ผู้ตอบคนที่ 21

 

มีข่าวดีมาบอกเพื่อนๆที่เป็นห่วงครับ
เมื่อคืนหลังจากที่พี่น้องทั้งสองต่างกินข้าวจนอิ่มท้องแล้ว ก็ถึงเวลาเล่นของมัน ปกติมันจะวิ่งไล่จับฟัดเหวี่ยงกันอยู่หน้าบ้าน
แต่ตั้งแต่ที่มันโกรธกันมา ไม่เคยเห็นมันเล่นด้วยกันเลย
แต่เมื่อคืน ไม่ทราบว่าเจ้าปิงปองอารมณ์ดีเพราะอะไร ไปกระดิกหางตั้งท่าชักชวนเจ้าโบขอเล่นด้วย
เจ้าโบตอนแรกก็ทำหน้าไม่ไว้ใจ แต่ตอนหลังก็ตอบสนองด้วยดี วิ่งเล่นไล่จับกันอย่างสนุกสนาน แต่ก็ไม่ได้เล่นกันรุนแรงจนอีกฝ่ายโมโห
หลังจากเล่นกันพอหอมปากหอมคอ ต่างฝ่ายก็แยกย้ายไปหลับนอนในที่ประจำของตน
เลยไม่เข้าใจสุนัขเพิ่มมากขึ้น
ตอนแรกคิดว่ามันจะมีจิตใจอาฆาตมาดร้าย ไม่ทักทายกันเหมือนคน
ไม่นึกว่ามันจะโกรธง่ายหายเร็วอย่างนี้ ทั้งๆที่ดูยังตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะเป็นจ่าฝูง
แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าปิงปองมันเสแสร้ง(เหมือนคน)หรือเปล่า
ตอนนี้ยังไม่กล้าออกไปให้มันเห็นพร้อมกัน ๒ ตัว
ไว้หาซื้อตะกร้อได้ก่อน จะเอามาครอบปากมันทั้ง ๒ ไว้ชั่วคราวตอนออกไปทักทายมันตามที่คุณโป๋แนะนำ เป็นการปลอดภัยไว้ก่อน แต่คงครอบตลอดเวลาไม่ได้ เจ้าปิงปองไม่คุ้น เจ้าโบจะคุ้นกว่า เพราะรู้ว่าเมื่อไหร่ถูกครอบปาก หมายความว่าจะได้ไปเที่ยวนอกบ้าน
ก็หวังแต่ว่ามันจะคืนดีกันได้
ท่านใดเคยพบพฤติกรรมสุนัขบางแก้วแบบนี้ ช่วยแนะนำด้วยครับ
ไม่ทราบเกี่ยวกับรอบเดือนหรือไม่ ว่าจะพาไปทำหมันอาทิตย์หน้าครับ

 

โดยคุณ (203.154.102.*) [ วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม 2546 เวลา 14:11 น. ] ผู้ตอบคนที่ 27

 

...................................................................
.........................
สุนัขกัดสุนัข
ถือเป็นพฤติกรรมก้าวร้าวที่ค่อนข้างดุเดือด หรือบางครั้งจบลงด้วยชีวิตของสุนัขตัวที่อ่อนแอกว่า แต่ใจสู้จนตัวตาย ทำไมสุนัขตั้งแต่สองตัวขึ้นไปจึงอยู่รร่วมโลกสุนัขอย่างสันติไม่ได้หรือถึงได้กัดกันเอง เหล่านี้เป็นไปด้วยสาเหตุ กล่าวคือ

-
แข่งกันทำตัวให้เด่นเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าของ เป็นในลักษณะที่อิจฉาริษยานั่นเอง ซึ่งเราจะพบลักษณะนี้บ่อยในสุนนัขที่อยู่บ้านเดียวกันหรือครอกเดียวกัน
-
ในช่วงที่สุนัขจะเริ่มเข้าสังคม เริ่มที่จะโตเป็นหนุ่มสาวนั้น เขาก็ถูกแยกจากพวกสุนัขด้วยกัน โดยไม่มีการติดต่อกับพวกเดียวกันเลย อาจทำให้เวลามาเจอกันตอนหลังจากช่วงนี้แล้วเกิดการต่อสู้กันได้
-
การต่อสู้เพื่อแย่งตัวเมีย สาเหตุนี้มักจะพบบ่อยๆ ให้เห็นได้ทั่วไปเวลาสุนัข ติดสัด
-
อาจเกิดจากภาวะเครียดทางจิตใจ และทำให้เกิดการตื่นตระหนกจนอาจเกิดการกัดกันได้ เช่น ภาวะของสุนัขที่ถูกนำมาจากหลาย ๆ แห่งแล้วมาอยู่ร่วมกันในกรงเดียวกัน
-
เกิดจากโรคหรือความเจ็บปวดทางบาดแผล
สรุป พฤติกรรมของสุนัขที่กล่าวนี้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ธรรมชาติได้ฝากไว้ให้กับมันมาแต่รุ่นบรรพบุรุษคือสุนัขป่าและสุนัขจิ้งจอก แม้ปัจจุบันจะเป็นสุนัขที่อยู่บ้านแล้ว เชื้อสายเดิมก็ยังคงปรากฎให้เห็นอยู่เสมอ พฤติกรรมบางอย่างเราเรียนรู้แล้วอาจปรับปรุงแก้ไขหรือฝึกหัดมันได้ ส่วนที่ฝืนธรรมชาติมากเกินไปก็อย่าไปฝึกหัดมันเลย ปล่อยให้เป็นคุณสมบัติประจำเผ่าพันธุ์สุนัขมันบ้าง
จาก พฤติกรรมเฉพาะตัวของสุนัข
http://www.geocities.com/chaynatbangkaew/

 

โดยคุณ ข้าวตัง (203.154.102.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤษภาคม 2546 เวลา 18:22 น. ] ผู้ตอบคนที่ 28

 




สวัสดีครับทุกๆคนที่รักบางแล้วครับ
พอดีผมไม่ได้เปิดเมลล์ตั้งนานครับ ไปประจำการอยู่ที่อื่น ไม่ได้เปิดเน็ตเลยครับ พูดถึงเรื่องหมากัดกันมันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วสำหรับการเลี้ยงหมาหลายตัวรวมกัน เพราะหมาต้องมีจ่าฝูง ตรงนี้แหละครับ มันถึงกัดกัน หรืออีกอย่างที่กัดก็อาจจะเพราะหิว ก้อแค่นั้นเอง เดียวก็เลิกลากันไปเองแหละครับ หมาผมก็ทะเลาะกันครับ (ข้าวตัง-ข้าวสวย) แต่โชคดีที่ตัวผู้จะไม่ค่อยทำอะไรตัวเมียไหร่ ค่อนข้างจะรักกันมากเลย มีอยู่วัน ผมพาทั้งสองตัวไปเดินเล่น ประมาณ3ทุ่มแล้วล่ะ(ผมว่ามันเงียบดีนะครับ) แต่ที่ไหนได้ เจ้าล็อตไวเลอร์ดันวิ่งมาจาอีกบ้านหนึ่ง วิ่งเข้าใส่เจ้าข้าวตังผมเต็มๆเลย เจ้าข้าวตังก็ไม่ยอม ใส่เจ้าล็อตฯเต็มๆเหมือนกัน (ตั้งแต่เลี้ยงยังไม่เคยเห็นมันกัดหมาตัวอื่นเลยพึ่งเห็นนี่แหละครับ)
เจ้าของเจ้าล็อตก้อไม่กล้าห้าม ผมก็พยายามห้ามสุดฤทธิ์โดยพยายามอุ้มข้าวตังออกมา แต่เข้าไม่ติด ส่วนหมาตัวเมีย (ข้าวสวย) ก็สุดยอด ตัวนิดเดียวกระโดดกัดใต้ตาเจ้าล็อตฯ สู้กันอยู่พักใหญ่กว่าจะห้ามได้ เล่นเอาผมได้เลือดซิบๆเลยครับ สองตัวของผมเค้ารักกันดีออก ไม่เคยกัดกันเองรุนแรง จะทะเลาะกันก็ตอนผมกลับจากทำงานแล้วเค้าดีใจแย่งกันเข้ามาหาผมเท่านั้นแหละ แต่ห้ามแล้วก็เชื่อก็หยุดไปเองแหละครับ

 

โดยคุณ Chaynatbangkaew ส่งเมล์ถึง Chaynatbangkaew(203.148.237.*) [ วันอังคาร ที่ 3 มิถุนายน 2546 เวลา 12:22 น. ] ผู้ตอบคนที่ 35

 

เห็นด้วยคะ กับที่บอกว่าบางแก้วรักเจ้าของคนเดียว
หมายถึง ทุกคนในบ้านที่เลี้ยงเค้าคะ
เพราะที่บ้านมีด้วยกัน 3 คน พ่อ แม่ ลูก เค้าไม่เคยทำร้าย ลูกของเราเลยคะ ลูกเราจะเล่นกับเค้าแรงๆ ยังงัยก็ได้
ที่บ้านก็เลี้ยงไว้เป็นคู่ ดูเข้ากันได้ดี(นำโชค กับ กำไร)
มีบ้างครั้งเหมือนกันที่ทะเลาะกันจนเสียเลือดเสียเนื้อไปบ้าง (เคยทะเลาะกันจนอีกฝ่าย ต้องพาไปให้หมอเย็บ 3 เข็ม ที่เท้ามาแล้ว)
แต่สุดท้ายเค้าก็ยังคงเล่นกันได้เหมือนเดิม แต่อาจเพราะว่าเค้าเป็นตัวผู้ กับ ตัวเมียก็ได้มังคะ
เคยได้ยินมาว่าบ้างแก้วบางตัวกัดเจ้าของ
แต่ของเรายังไม่เคยเลยทั้งคู่
ซึ่งถือว่าอาจจะโชคดี หรือโชคช่วยก็ได้
ตอนที่เราเลือกเค้ามาจากคอก
ตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้เรื่อง เรื่องบางแก้วเท่าไรนัก
ว่าสามารถบอกทางคอกเค้าได้ว่า
อยากได้อย่างใจดีเหมือนเจ้าขุนแผน ยังเงีย
เราเพาะพันธ์เค้าได้ 2 คอกแล้ว แต่ก็ยกให้เพื่อนๆ ที่เค้าอยากได้บางแก้วไปเลี้ยงบ้าง มีคนมาขอซื้อไปบ้าง
ในส่วนที่ติดตามผลงานได้ เค้าก็จะมีนิสัยคล้ายไปทางแม่เค้ามากกว่าพ่อ แต่ลักษณะสีสัน จะเหมือนไปทางพ่อมากกว่า
เราไม่เคยเอาเจ้า 2 ตัวที่บ้านออกไปเที่ยวนอกบ้านเลย
นอกจากพาไปหาหมอ ก็เลยไม่รู้ว่าถ้าเจอหมาตัวอื่น มันจะกัดรึเปล่า
และพอดีที่บ้านมีบริเวณให้เค้าวิ่งเล่นได้พอสมควร
ไม่รู้ว่าทำแบบนี้ จะทำให้เค้าดุขึ้นได้มั๊ยคะ

เคยมีเพื่อนเคยพาตัวเมียของเค้ามา เพื่อให้ นำโชค เป็นพ่อพันธุ์ให้
แต่ไม่สำเร็จคะ นำโชคเค้าไม่สนใจ แถมจะกัด ตัวเมียซะอีก
พอมีวิธีไหนมั๊ยคะ ที่พอจะช่วยเรื่องนี้ได้บ้าง สงสารเพื่อนนะคะ เค้ามานั่งเฝ้าตั้งแต่เช้า-เย็นเลย
แล้วก็หมดกำลังใจไปทั้งคน ทั้งสุนัข คะ
ทีกับกำไร เค้าก็ไม่เคยบิดพลิ้วนะคะ มีคนเคยบอกว่า
บางแก้วบางตัวเค้าจะมีกลิ่นของตัวเมียที่เค้าถูกใจ ถ้าไม่ถูกใจ เค้าก็จะไม่ผสม เป็นอย่างงั้นจริงๆรึเปล่าคะ
แล้วใครพอทราบวิธีช่วยหน่อยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าคะ

 

โดยคุณ ที (203.151.63.*) [ วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน 2546 เวลา 14:19 น. ] ผู้ตอบคนที่ 34

 

ผมชอบมองวิกฤตให้เป็นโอกาส การที่พี่น้องสองตัวทะเลาะกัน แม้ว่าจะทำให้ทุกคนในบ้านพากันเครียดไปหมด แต่มันก็ช่วยทำให้ผมได้รู้จักนิสัยของสุนัขบางแก้วมากขึ้น และทำให้ได้มารู้จักกับเพื่อนๆผู้รักและเป็นห่วงอนาคตของสุนัขบางแก้ว ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ อยากจะทำอะไรบางอย่างให้กับเพื่อนสี่ขาผู้ซื่อสัตย์ภักดี แต่มีปัญหาตัวนี้

 

Next