๑๐. อนาคตของบางแก้ว ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

ผมเคยฝันว่าจะพาเจ้าปิงปองเข้าร่วมประกวดสุนัขบางแก้ว เผื่อว่ามันได้ที่หนึ่ง จะได้ช่วยกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาให้กับเจ้านายมันบ้าง( ที่ถูกบางคนหัวเราะเยาะว่าโดนหลอกขายสุนัขกลายพันธุ์ ) แต่ติดขัดอยู่ว่าสุนัขที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนจะไม่สามารถเข้าประกวดได้ แต่โชคก็เข้าข้างผมที่สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข ( ประเทศไทย ) ยังเปิดโอกาสให้สุนัขบางแก้วแท้จดทะเบียนกับสมาคมได้ และเมื่อลองส่งรูปเจ้าปิงปองไปให้ผู้เชี่ยวชาญของสมาคมฯพิจารณาก็ปรากฏว่าเจ้าปิงปองสอบผ่าน สร้างความยินดีให้กับผมเป็นอย่างยิ่งเมื่อฝันเริ่มมีโอกาสจะเป็นจริง

ผมได้ลองส่งรูปเจ้าปิงปองไปร่วมรายการสัตว์เลี้ยงแสนรักในสนุกด็อตคอม เพื่อให้คนโหวตเผื่อว่าจะได้ขึ้นปกหน้าหนึ่งของเว็บไซต์สนุกด็อตคอมกับเขาบ้าง โดยใช้ชื่อว่า ฝันให้ไกล ไปให้ถึง แต่ปรากฏว่าไม่มีใครโหวตให้เจ้าปิงปองเลยนอกจากผม เจ้าขุนแผนของคุณโป๋มาทีหลังแต่ดังกว่า มีคนโหวตให้ร่วม 300 คะแนน เลยได้ขึ้นปกหน้าหนึ่งไป ท่านที่สนใจลองเข้าไปแวะชมได้นะครับที่ http://club.sanook.com/pet/index.shtml มีรูปสุนัขน่ารักให้ดูหลายพันรูป

ผมเคยไปร่วมชมการประกวดสุนัขมาบ้าง รู้สึกว่าจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะสุนัขที่เข้าประกวดจะต้องเชื่อฟังคำสั่งเจ้านายและต้องสามารถโชว์ลีลาต่างๆได้ตามที่กำหนดไว้ เห็นแล้วก็ได้แต่ถอนใจ ฝันที่ค่อยๆจะเป็นจริงขึ้นมาบ้าง กลับสลายลงไปพลัน ผมเป็นคนเลี้ยงสุนัขที่ไม่เอาไหนเลย เจ้าปิงปองมันรู้จักยื่นมือมา ตอนที่ผมบอกว่า "ขอมือ"อย่างเดียว นอกนั้นมันไม่เคยเชื่อฟังเลย บอกให้มาก็ไม่มา(ถ้าไม่มีอาหารล่อ) บอกให้หยุด(กัดกับเจ้าโบ)ก็ไม่หยุด กำลังคิดว่าอาจจะต้องส่งไปรับการฝึกอบรมตามศุนย์ฝึกสุนัขที่เขามีความเชี่ยวชาญมากกว่า

แต่แล้ว ก็มีเหตูการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนความตั้งใจไป

จากการที่ผมได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆผู้รักสุนัขทั้งในชุมชนคนรักสุนัขบางแก้วและโต็ะจตุจักร ทำให้ผมได้ตระหนักว่า " ปัญหาอนาคตของสุนัขบางแก้วในบ้านเรามีความสำคัญยิ่งใหญ่เพียงใด " ปัญหาการเข้าประกวดสุนัขของเจ้าปิงปองดูจะเป็นปัญหาจิ๊บจ๊อยไปเลยเมื่อเทียบกับปัญหาอนาคตของบางแก้วโดยรวม และถึงแม้ว่าเจ้าปิงปองประกวดได้ที่หนึ่งก็ตาม จะมีความหมายอะไร ถ้าอนาคตของบางแก้วยังมืดมนไร้ทิศทาง

ปัญหาหลักอย่างหนึ่งของสุนัขบางแก้ว เท่าที่ผมได้แลกเปลี่ยความคิดเห็นกับเพื่อนๆคือ ปัญหาเรื่องจิตประสาทของสุนัขที่ยังไม่มั่นคง เนื่องจากเพิ่งมีการพัฒนาสุนัขบางแก้วมาได้ไม่นาน และผู้เพาะพันธุ์สุนัขบางแก้วส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการเพาะพันธุ์ที่ถูกต้อง และผู้เพาะพันธุ์บางรายคิดถึงแต่ผลประโยชน์ทางธุรกิจเฉพาะหน้าจนขาดความรับผิดชอบในการพัฒนาพันธุ์สุนัขให้มีจิตประสาทที่ดี ทำให้สุนัขบางแก้วออกมามีลักษณะนิสัยต่างๆกัน บางตัวนิสัยดี เรียบร้อย เชื่อฟังเจ้าของ บางตัวก็นิสัยดุ ขี้ระแวง และก้าวร้าว สร้างปัญหาให้กับผู้เลี้ยงและทำให้ภาพพจน์ของสุนัขบางแก้วที่น่าจะได้รับการส่งเสริมให้เป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่งต้องเสียไป

แต่ก็เป็นที่น่ายินดีว่า สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) มีแนวทางที่จะส่งเสริมให้สุนัขบางแก้วได้รับการรับรองจากสมาพันธุ์สุนัขโลก ( FCI ) ดังรายะเอียดในความเห็นของกรรมการสมาคมฯที่มาร่วมให้ความเห็นในกระทู้ของชุมชนคนรักสุนัขบางแก้วที่ผมนำเสนอไปแล้ว แต่กว่าจะถึงวันนั้น เราคงจะต้องทำการบ้านกันมากพอสมควรเพื่อให้สุนัขบางแก้วของไทยเราได้รับการพัฒนาสายพันธุ์อย่างถูกทิศทางและสอดคล้องกับข้อกำหนดของสมาพันธุ์สุนัขโลก ( FCI )

ในประเด็นนี้ ได้มีท่านผู้รู้หลายท่านได้ช่วยให้ความเห็นและทัศนะไว้ที่กระดานข่าวของชุมชนคนรักสุนัขบางแก้ว ซึ่งผมขออนุญาตนำมาเสนอต่อท่านผู้อ่านดังนี้

ทัศนะการพัฒนาบางแก้วไปสู่สากล

 

ในช่วงหลังนี้เราจะได้ยินคำว่า สากลกันมากขึ้น เพราะปัจจุบันโลกเป็นโลกาภิวัฒน์ เนื่องจากเทคโนโลยีในด้านข้อมูล ข่าวสาร ระบบสื่อสาร และระบบคอมพิวเตอร์ มีการเชื่อมโยงกันทั่วโลก ทำให้โลกแคบเข้า การรับรู้เรื่องราวต่างๆ ของทั่วโลกเป็นไปอย่างรวดเร็ว และในสหัสวรรษนี้ประเทศต่างๆ คงจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยไม่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นๆไม่ได้แล้ว ด้วยเหตุนี้คำว่า สากล จึงมีบทบาทมากขึ้นในทุกเรื่องราว
เรื่องของสุนัขบางแก้วก็เช่นกัน หลายฝ่ายหลายคนก็พยายามจะผลักดันให้ต่างประเทศยอมรับและให้สหพันธุ์สุนัขโลกหรือที่เราได้ยินกันว่า เอฟ. ซี. ไอ (FCI) หันมาให้การรับรองสุนัขบางแก้วให้เป็นสุนัขพันธุ์แท้อีกสายพันธุ์หนึ่งในทำเนียบสุนัขโลกซึ่งปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนและได้รับการยอมรับจากสหพันธ์สุนัขโลกหรือ FCI แล้วกว่าสามร้อยสายพันธุ์ (ทั้งที่เป็นทางการและยังไม่เป็นทางการ)
เราก็ต้องมาดูสุนัขบางแก้วของไทยก่อนว่าเป็นอย่างไรและจะทำอย่างไรเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นสากล หรือ Go into International . ความเห็นของผู้เขียนแล้วสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ต้องทำการศึกษาหลักเกณฑ์ จากผู้รู้หรือผู้เกี่ยวข้องว่า กฎเกณฑ์ที่ FCI จะรับจดทะเบียนสำหรับพันธุ์สุนัขแต่ละสายพันธุ์ มีกฎเกณฑ์อะไรบ้าง
และในส่วนของสุนัขบางแก้วนั้นยังขาดในส่วนใด เราก็มาช่วยกันเพื่อพัฒนาสุนัขบางแก้วให้ FCI ยอมรับที่สำคัญที่สุดต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไปเพื่ออะไร ซึ่งอันนี้คิดว่ามีคำตอบที่ค่อนข้างชัดเจนแล้วก็คือว่า เพื่อให้นานาชาติยอมรับสุนัขบางแก้วของไทย และมากยิ่งกว่านั้นก็คือ ศักดิ์ศรี และความภูมิใจ
ก่อนเราจะก้าวไปสู่ความเป็นสากล เราต้องมาดูข้อเท็จจริงในวงการสุนัขบางแก้วไทยก่อนว่าเป็นอย่างไร ตอนนี้เป็นที่น่ายินดี คือ ชมรมต่างๆของสุนัขบางแก้ว ต่างก็มีความเห็นพร้องต้องกันในเรื่องของมาตรฐานสายพันธุ์ ที่มีการลงนามกันเมื่อต้นปี 2544 สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปก็คือ การยึดถือมาตรฐานสายพันธุ์เป็นหลักในการพัฒนาสุนัขบางแก้วต่อไป ซึ่งขอเน้นย้ำว่ามาตรฐานพันธุ์นั้นมีความสำคัญมาก เพราะมันคือ ตัวชี้วัดคุณภาพ และเป็นตัวกำหนดทิศทางของสายพันธุ์สุนัขบางแก้วต่อไป ก่อนจะนำไปจดทะเบียนกับสหพันธ์สุนัขโลก
ลำดับต่อไปที่จะต้องทำก็คือ การเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับสาธารณชนหรือผู้สนใจทั้งหลาย เพื่อให้เกิดความสนใจ และการยอมรับในทิศทางเดียวกัน และต้องช่วยกันจำกัดลักษณะต่างๆที่ไม่ถูกต้องตามมาตรฐานพันธ์ให้หมดไป
ปัจจุบันต้องยอมรับว่า สุนัขบางแก้วได้รับการพัฒนามาในทิศทางที่ถูกต้องและดีขึ้นมาก ข้อนี้ต้องขอยกความดีความชอบทั้งหลายให้กับผู้ที่มีความรักและตั้งใจ ในการพัฒนาสุนัขบางแก้วทุกท่านทั้งอดีตและปัจจุบัน และผู้ที่ผู้เขียนต้องขอเอ่ยนามและขอชื่นชมในการวางแนวทางในการพัฒนาที่ถูกต้อง ก็คือ นสพ.นิสิต ตั้งตระการพงษ์ (ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการวางแนวทางในการพัฒนาสุนัขบางแก้ว
สิ่งที่ต้องการฝากถึงชมรมบางแก้วก็คือ ท่านควรมีกิจกรรมในการเผยแพร่ความรู้ในเรื่อง
1.
มาตรฐานสายพันธุ์
เรื่องมาตรฐานสายพันธุ์นั้น การเผยแพร่เป็นตัวหนังสืออย่างเดียวดูจะเข้าใจยาก ควรมีรูปภาพประกอบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องแท้จริง
2.
การเลี้ยงดูที่ถูกต้อง
3.
การพัฒนาสายพันธุ์
4.
การจัดกิจกรรมการประกวด
เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสายพันธุ์และจะเกิดการพัฒนาในที่สุด และขอฝากไว้ตรงนี้ถ้าการจัดประกวดหากเป็นไปได้ควรมีใบให้คะแนนสุนัขที่เข้าประกวดทุกตัวตามลักษณะสายพันธุ์ แจ้งให้เจ้าของทราบถึงจุดเด่น จุดด้อย ของสุนัขตนเอง
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาต่อไป หากวงการสุนัขบางแก้วของไทยมีความเข้มแข็งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีทิศทางที่ชัดเจนในที่สุด จะนำไปสู่การยอมรับในระดับสากล เนื่องจากประเทศไทย คือ ต้นแบบในการกำหนดมาตรฐานสำหรับสุนัขบางแก้วของโลก
เพราะสุนัขบางแก้วปัจจุบันไทยเป็นต้นแบบของโลก เราจึงต้องช่วยกันสร้างมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับของวงการสุนัขของไทยก่อน แล้วเราก็จะเป็นมาตรฐานของสากลต่อไปครับ โปรดอย่าให้ผลประโยชน์ และธุรกิจเข้ามาทำลายมาตรฐานและคุณค่าของสุนัขบางแก้วของไทยเลยครับ น่าเสียดาย !
ข้อมูลจาก http://www.thaibangkaewbreederclub.org/
โดย ชมรมผู้เพาะพันธุ์สุนัขบางแก้วประเทศไทย

webmaster ส่งเมล์ถึง webmaster(202.129.47.*) [ วันพุธ ที่ 14 พฤษภาคม 2546 เวลา 14:47 น. ]

 

ขอแสดงความคิดเห็นในการพัฒนาสุนัขไทยบางแก้วให้สู่สากลด้วยสักคนนะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับ ผมเป็นนายทะเบียนของสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) มีหน้าที่พิจารณาการรับจดทะเบียนสุนัขพันธุ์แท้ทุกสายพันธุที่ขอจดทะเบียนต่อสมาคมฯ ผมเป็นคนจังหวัดพิษณุโลก ได้คลุกคลีกับบางแก้วมาบ้างพอสมควร และที่บ้านในตอนนี้ก็เลี้ยงสุนัขบางแก้วไว้ แต่ไม่รู้ว่าจะทะให้บางแก้วเสียชื่อเสียงหรือเปล่าไม่รู้นะครับ เพราะนิสัยเหมือนสุนับโกลเด้นท์เลย (ชอบต้อนรับแขก)
ขณะนี้ทางสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข(ประเทศไทย) ยังรับจดทะเบียนสุนัขไทยบางแก้ว แบบ No reccord เพียงสายพันธุ์เดียว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้รักสุนัขไทยบางแก้วให้พัฒนาไปสู่สากล โดยตั้งความหวังไว้ว่าประมาณปลายปี พ.ศ.2546 จะขอยื่ยจดทะเบียนสายพันธุ์ต่อสมาพันธ์สุนัขเอเชี่ยน [ AKU.] ในปลายปี 2547 จะขอยื่นจดทะเบียนชั่วคราวต่อสมาพันธ์สุนัขโลก [ FCI.} แต่ทั้งนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้รักบางแก้วทั้งหลายด้วย คือการนำสุนัขไทยบางแก้วไปจดทะเบียนต่อสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) ให้มากที่สุด ที่เป็นหลักฐานยืนยันว่าคนไทยให้ความนิยมในสุนัขไทยบางแก้ว
สำหรับการพัฒนาสายพันธุ์นั้น ผมขอออกความเห็นในภูมิปัญญาที่มีเพียงน้อยนิดเพื่อเป็นส่วนร่วมในการผลักดัน
ประการแรก คือ ให้ลบคำว่าสุนัขไทยบางแก้วดุให้ได้
ประการที่ 2 เน้นเอกลักษณ์เฉพาะของสุนัขบางแก้วให้เหก็นเด่นชัดมากขึ้น คือ ขนยาวที่กกหู , ขนยาวที่แผงหลัง , ขนแข็งสิงห์ หากเอกลักษณ์เหล่านี้ไม่เด่นก็จะทำให้สุนัขไทยบางแก้วไม่แตกต่างกับสุนัขในกลุ่มสปิทซ์ในต่างประเทศที่ได้ได้รับการจดทะเบียนแล้ว ยกตัวอย่าง ที่สุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน ได้รับการจดทะเบียนก็เพราะความเด่นที่อานกลางแผ่นหลัง ดังนั้น ผุ้รักบางแก้วทั้งหลายต้องพยายามพัฒนาเอกลักษณ์ 3 อย่างของสุนัขไทยบางแก้วให้เด่นชัดมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ประการที่ 3 มาตรฐานพันธุ์ต้องเป้นไปตามหลักสากล ต้องกำหนดอัตราส่วนที่สำคัญไว้ เข่น ความยาวของลำตัว : ความสูง = 10 : 10 , ความลึกของอก : ความสูงจากข้อศอกถึงพื้น = 5 : 5 , ความยาวของช่วงปาก : ความยาวของหัวกะโหลก = 3 : 3 เป็นต้น
ประการที่ 3 คือการพัฒนาโครงสร้าง สิ่งที่ต้องการให้พัฒนาเร็วที่สุดคือมุมขาหลัง คือ ตรงช่วงหัวเข่าขาหลังจะต้องให้มีความโค้งเล็กน้อยสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน หากเปรียบเทียบแล้วควรไปพิจารณาขางหลังของปอมเมอเรเนี่ยน ซึ่งเป็นสุนัขในกลุ่มสปิทซ์เช่นกัน
ขอแสดงความเห็นเพียงนี้ก่อนนะครับ

 

โดยคุณ ธนกฤต ปฏิญญาวัฒน์ (202.133.169.*) [ วันศุกร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2546 เวลา 17:39 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1

 

เรียน คุณธนกฤต หรือผู้รู้
เห็นด้วยที่เราต้องหาลักษณะเด่นของบางแก้ว มาเป็นหลัก และควรสร้างบางแก้วสายพันธุ์ที่ไม่ดุมากจนเกินเหตุ ว่าที่จริงบางแก้วก็ดุเหมือนสุนัขพันธุ์อื่น ๆ ทั่วไปนั่นแหละ แต่เขาจะรักบ้านและเจ้าของมากกว่าพันธุ์อื่น ๆ จึงแสดงอาการหวงและจะทำร้ายผู้ที่มาเกี่ยวข้องกับของรักของเขา แต่ถ้าเจ้าของบอกกล่าว ก็ดูเหมือนว่าเขาเข้าใจดี (ไม่ดื้อ)
อนึ่ง ขนที่กกหู ซึ่งคิดว่าเป็นลักษณะเด่น มักจะมีปัญหา คือ ติดกันเป็นก้อน บางครั้งต้องตัดออก มีวิธีการอย่างไรในการแก้ปัญหา ช่วยด้วย

 

โดยคุณ swine (158.108.2.*) [ วันอังคาร ที่ 20 พฤษภาคม 2546 เวลา 08:01 น. ] ผู้ตอบคนที่ 4

 

ขอแสดงความคิดเห็นด้วยครับ
กรณีเรื่องมุมขาหลัง ผมเห็นสุนัขบางแก้วช่วงสองปีที่ผ่านมานี้มีมุมขาหลังมากขึ้นเมื่อเทียบกับสุนัขรุ่นเก่าๆส่วนใหญ่ (แต่แหม ผมอยากให้ได้เห็นรูปของสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วที่เราถือกันว่าเป็นต้นแบบ เช่น หนึ่ง, บ๊อบบี้ จังเลย แล้วเราค่อยมาพูดกันว่าสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้เราพัฒนาอะไรแค่ไหนอย่างไร) แต่ว่าถ้าลองสังเกตุดูนะครับจะพบลักษณะอื่นๆประกอบด้วย เช่น
     
เมื่อสุนัขเคลื่อนที่ออกจากเรา จะเห็นข้อขาหลัง (Back Pastern) ดีดสูงขึ้นมาจนดูไม่สบายตา
     
เส้นหลังไม่ค่อยอยากจะตรงเท่าไรนัก มักจะแอ่นเป็นส่วนใหญ่
     
ขาหลังค่อนข้างเคลื่อนที่แบบบิดเข้าด้านในลำตัว (Cow hock)
     
ผมไม่ได้มีเจตนาขัดขวางประเด็นเรื่องเพิ่มมุมขาหลัง (ซึ่งถ้าสุนัขมีมุมขาหลัง เวลา Stacking จะดูสง่างามมากขึ้นกว่าไม่มีมุมขาหลังหรือมีมุมขาหลังน้อย) แต่ว่าจะทักว่า ควรพิจารณาว่ามุมขาหลังที่ว่าควรเป็นมุมเท่าไร (เหมือนอย่างในสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพอด, โดเบอร์แมน ฯลฯเค้า) จึงจะเหมาะสมกับสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วของเรา อีกทั้งถ้าหากว่าเป็นไปตามข้อสังเกตุของผม ผมว่าให้มีมุมขาหลังน้อยแบบเดิมแต่ว่าไม่มีข้อเสียหายในประเด็นที่ผมตั้งข้อสังเกตุข้างต้นจะดีเสียกว่า
พสุธา พันธุ์สาย

 

โดยคุณ พสุธา พันธุ์สาย ส่งเมล์ถึง พสุธา พันธุ์สาย(202.183.175.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม 2546 เวลา 16:06 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6

 

จะช่วยกันส่งเสริมสุนัขบางแก้วให้เป็นเอกลักษณ์ของไทยได้อย่างไร

 



่บางแก้วของเรานั้นดุเหลือเกิน ผมว่าถ้าเราบรีดให้ลดความดุลงจนกลายเป็นหมาใจดีเหมือนเจ้าขุนแผนและมีรูปร่างสมส่วนขนฟูสีสรรสวยงาม คงจะมีคนนิยมเลี้ยงมากขึ้นนะครับ
เจ้าแผนของผมใจดี แต่รูปร่างไม่สวย เพราะสะโพกไม่ดีเนื่องจากเคยโดนหมาใหญ่กัดตั้งแต่อายุ 2 เดือน และหายออกไปจากบ้านถึง 6 วัน 6 คืน กลับมาพร้อมกับรอยเขี้ยงที่กัดกลางหลัง และ สีข้าง ซึ่งตรงกลางหลังนี้หมอบอกว่าอาจมีผลทำให้การเดินผิดปกติและสะโพกลีบเล็ก

โดยคุณ webmaster (203.113.80.*) [ วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2546 เวลา 06:30 น. ] ผู้ตอบคนที่ 19

 

ถ้าบางแก้วดุมากๆ จนเอาไม่อยู่ ต่อไปคงเห็นบางแก้วเดินเต็มถนนเพราะคนเอาไปปล่อยตามถนน เป็นภาระของสังคมต่อไป

 

โดยคุณ โป๋ (203.113.80.*) [ วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม 2546 เวลา 07:57 น. ] ผู้ตอบคนที่ 21

 



ผมไปลองค้นใน sanook.com อีกครั้งแล้วครับ หมอที่ผมว่าอยู่ที่ http://www1.lemononline.com/pets/askvet/search.asp
คิดว่าหลายคนคงรู้จัก ลองค้นคำว่าบางแก้วดูซิครับ มีคนถามกันมาก ผมลองอ่านดูใหม่แล้ว ก็คิดว่าหมอแกพูดไว้น่าฟังหลายประเด็น เช่น
"
ผมไม่เคยแนะนำใครให้เลี้ยงหมาพันธุ์นี้ และนี่ก็เป็นจุดอ่อนของสังคมไทยที่เลี้ยงหมา เพาะพันธุ์หมาโดยที่ไม่ได้ดูว่าอุปนิสัยมีปัญหาหรือไม่ อยากให้เรื่องแบบนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่จะซื้อหมา ควรเลือกซื้อจากฟาร์มที่เขามีมาตรฐานและเอานิสัยเป็นเกณฑ์อันหนึ่งในการคัดสายพันธุ์ด้วยนอกเหนือไปจากความสวยงาม แล้วก็เวลาซื้อต้องใจเย็น ทำการบ้านหน่อย และที่สำคัญที่สุด อย่าเอาราคาเป็นสำคัญ ของดีราคาถูกในโลกนี้ไม่มีหรือไม่ก็หายากมากครับ
ตัวที่ควบคุมไม่ได้จริงๆ บางตัวผมแนะนำให้ฉีดยาให้หลับไปครับ การให้คนอื่นไป หรือเอาไปปล่อย รังแต่จะสร้างปัญหามากขึ้น อาจจะไปทำร้ายคนอื่นอีกได้ครับ"
http://www1.lemononline.com/pets/askvet/a.asp?type=1&q_id=10919

อ่านแล้วรู้สึกว่าอนาคตของบางแก้ว ค่อนข้างจะมืดมน
เราสามารถเอานิสัยเป็นเกณฑ์อันหนึ่งในการคัดสายพันธุ์ได้หรือไม่
นิสัยที่เป็นกรรมพันธุ์กับนิสัยที่เกิดจากสภาพแวดล้อมจะแยกแยะกันอย่างไร
ถ้าแก้ปมนี้ได้ หนทางอาจจะสว่างขึ้น
ขอผู้รู้ช่วยกันให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะมากๆครับ

 

โดยคุณ (203.153.137.*) [ วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม 2546 เวลา 23:02 น. ] ผู้ตอบคนที่ 26

 

คงไม่ถึงกับมืดมนหรอกครับ ผมเชื่อว่า การคัดเลือกโดยเอานิสัยเป็นปัจจัยที่สำคัญอันหนึ่งสามารถทำได้อย่างแน่นอน แต่อาจจะต้องได้รับคำแนะนำจากผู้ที่มีความรู้
ผมไม่ได้ต่อต้านสุนัขบางแก้วนะครับ ผมไม่สนับสนุนสุนัขบางแก้วที่สักแต่ว่าเพาะกันขึ้นมาโดยขาดความรู้ หรือไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องนิสัยใจคอ การดุร้ายเกินเหตุ การกัดเจ้าของโดยที่ไม่พบสาเหตุ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนเลี้ยงหมาบางแก้วต้องช่วยกันครับ
ผมมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีกับคนเพาะหมาแมวขายในบ้านเรา ซึ่งหลายๆคนเข้ามาในวงการเพราะผลประโยชน์ล้วนๆ ซึ่งนอกจากบ่อยครั้งขาดความรู้ แล้วยังขาดการมองการณ์ไกล เห็นผลได้ระยะสั้น ใจแคบ ส่วนมากทะเลาะกันเอาเป็นเอาตายกับผลประโยชน์ระยะสั้น เห็นคนรอบข้างเป็นศัตรูไปหมด แล้วการพัฒนาสายพันธุ์จะทำได้ดีได้อย่างไรล่ะครับ
น.สพ. ดร. สุพจน์ เมธิยะพันธ์
โรงพยาบาลสัตว์ พี เอส โทร. 881-0235-6
โรงพยาบาลสัตว์ศรีวรา ทาวน์อินทาวน์ โทร. 530-7636-8
http://www1.lemononline.com/pets/askvet/a.asp?type=1&q_id=16556

 

โดยคุณ น.สพ. ดร. สุพจน์ เมธิยะพันธ์ (203.151.127.*) [ วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2546 เวลา 11:19 น. ] ผู้ตอบคนที่ 27

 

ผมว่าสุนัขบางแก้วถ้าเราเอาใจใส่เขาเล่นกับเขาบ่อยๆนั่งคุยกับเขาอบรมดีๆ มีเวลาคลอเคลียกับเขา ผมว่าเราต้องเอาเขาอยู่ครับ สั่งเขาได้นะครับ บอกว่าหยุดก็ต้องหยุด หมาผมก็ดุครับดุมากด้วย ผมจะใช้วิธีอย่างที่บอกไปแหละครับเอาอยู่เลย กลับจากทำงานพวกเธอก็จะมาเล่นด้วย ผมทำอะไรจะมานั่งเฝ้าตลอด เพื่อนๆมาเที่ยวหาเห่าระเบิดจะกัดลูกเดียว แต่พอบอกเพื่อนป๊านะลูก(ผมเลี้ยงเหมือนลูกครับ) เขาก็จะเงียบเอง ตอนหลังนี่พวกเธอรู้จักแล้วจำได้แล้วมาเที่ยวหาผมที่ไรดีใจกันตะกายซะเหนื่อยเลยครับ(เหนื่อยหนึ่งแหละครับกว่าจะหยุด) เพราะฉะนั้นคิดจะเลี้ยงหมาบางแก้วเราต้องมีเวลาและมีวิธีที่จะเลี้ยงให้ได้ดั่งใจเราครับ

 

โดยคุณ Chaynat ส่งเมล์ถึง Chaynat(203.148.237.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม 2546 เวลา 09:28 น. ] ผู้ตอบคนที่ 28

 

ขอเสนอความคิดเห็นด้วยคนครับ
เราเองจะต้องยอมรับก่อนว่า สยามประเทศเป็นดินแดนของเรา ซึ่งขอบเขตแห่งสารขัณฑ์นี้เคยมีทั้งพืชและสัตว์ท้องถิ่นอาศัยมานมนานก่อนแล้ว ต่อมาวันหนึ่งคนไทยเราได้ค้นพบได้เจอะเจอแล้วสิ่งเหล่านั้นต้องตรงจริตของเรา เราก็กำหนดทึกทักเอาว่าเป็นของๆเรา(โดยไม่ต้องถามพืชหรือสัตว์นั้นๆก่อนว่ายินยอมหรือไม่) ซึ่งจนถึงทุกวันนี้สัตว์เลี้ยงที่เราบอกว่าเป็นของไทยเราและได้รับความนิยมจากประชาชนคนทั้งประเทศก็คงได้แก่ 1.) ไก่ชน 2.) ไก่แจ้ 3.) แมวไทย 4.) สุนัขหลังอาน และ 5.) สุนัขบางแก้ว ฯลฯ ซึ่งสัตว์เลี้ยงที่กล่าวถึงข้างต้นนี้เราเองสามารถพูดได้อย่างเต็มปากด้วยความภาคภูมิใจหรือไม่ว่าเกิดขึ้นเองในพื้นที่นี้โดยมนุษย์ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวเลย ถ้าใช่ แล้วอะไรหล่ะที่เป็นสิ่งที่ทำให้เรากล้าตอบขนาดนั้น
สำหรับผมสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วมีจุดขายที่แท้จริงก็คือ "ดุ" คำว่าดุนี้ไม่ใช่คำว่ากร้าวร้าวนะครับ ถ้าจะเปรียบเทียบกับคนก็ต้องบอกว่า "นักเลง (ใจนักเลง)" ไม่ใช่ "อันธพาล" ผมว่าถ้าเราจะไปเปลี่ยนลักษณะเฉพาะของเค้าจะถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ?
สุนัขสายพันธุ์ของต่างประเทศที่ "ดุ" ก็มีมากมาย ทำไมเค้าถึงยอมรับกันได้ ผมลองยกตัวอย่างดูนะครับ "Pit bull " ทำไมเค้าสามารถอยู่กับคนได้ ?
ถ้าลองค้นหาคำตอบ
ผมเห็นว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากจริตของคนครับ
ก่อนที่เราจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงซักตัว เคยไหมครับที่จะถามตัวเอง ถามคนในครอบครัว ถามคนในสังคม ถามสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร
ถ้าคุณลองเข้าไปที่ www.akc.com ค่อยๆอ่านบทความต่างๆในนั้น ผมเชื่อว่าคุณน่าจะได้พบอะไรบางอย่าง เช่น 1.) ถ้าเราจะเลี้ยงสุนัขซักตัว เราควรต้องทำอะไรบ้าง สุนัขแบบใดที่เหมาะสมกับเรา 2.) ถ้าเราจะเพาะพันธุ์สุนัขเราควรต้องทำอะไรบ้างอย่างไร ฯลฯ
ประเด็นของน.สพ.ดร.สุพจน์ น่าสนใจครับ แต่ทำอย่างไรเราถึงจะมี Serious Breeder ที่มี Ethic มี Responsibilities ไม่มุ่งเน้น Business แล้วองค์ความรู้ต่างๆที่ว่านี้เราจะไปค้นคว้าได้จากที่ไหน ผมเองเคยดิ้นรนศึกษาเรื่อง Genetic for dog breeder เพื่อเอาไว้ใช้ในการวางแผนเพาะพันธุ์ ซึ่งก็โชคดีที่สามารถหาตำรับตำรามาได้ 2 เล่ม (เคยคิดเอาไว้ว่าอยากจะแปลเป็นภาษาไทย ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน) เมื่อศึกษาความรู้เหล่านี้แล้วได้เคยลองแลกเปลี่ยนกับหลายๆท่าน ปรากฎว่าผมกลายเป็นคนบ้าที่พูดจาเลอะเทอะ เอาอะไรมาโม้ก็ไม่รู้ เรื่องบ้าๆอย่างนี้ทำไมต้องเสียเวลาด้วย ฯลฯ
ลองดูสักนิดนะครับสำหรับท่านที่ได้พยายามอ่านความคิดเห็นของผม ท่านลองนิยามคำว่า Dominant กับ Recessive ดูนะครับ (ขอร้องนะครับอย่าบอกว่า "ลักษณะเด่น" กับ "ลักษณะด้อย" นะครับ) ทีนี้ถ้าท่านได้นิยามคำ 2 คำแล้ว ก็จะเข้าประเด็นของคุณว.ที่ว่า จะแก้ภาพลักษณ์ที่กร้าวร้าว ก็คงต้องลองตั้งคำถามว่า 1.) "ความกร้าวร้าว" เป็นพันธุกรรมหรือไม่ ? 2.) "ความกร้าวร้าว" สามารถแก้ไขโดยมนุษย์ได้หรือไม่ ? 3.) สิ่งแวดล้อมมีผลต่อ "ความกร้าวร้าว" หรือไม่ ? ฯลฯ
สนุกดีนะครับ สุนัขไทยพันธุ์บางแก้วยังมีความน่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากศึกษาค้นคว้าทดลองอีกมากมาย ตรงนี้ครับผมมองว่าเป็น "เสน่ห์"ของสุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว
พสุธา พันธุ์สาย

 

โดยคุณ พสุธา พันธุ์สาย ส่งเมล์ถึง พสุธา พันธุ์สาย(202.183.175.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤษภาคม 2546 เวลา 13:44 น. ] ผู้ตอบคนที่ 30

ช่วยหน่อยครับ : เราจะตัดสินการประกวดสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วอย่างไร ?

 

เห็นมีการพูดคุยกันว่า "บางแก้ว"จะ Go International
     
ผมว่าถ้าเราจะ Go Inter นอกจากมาตรฐานพันธุ์แล้ว กฎเกณฑ์หรือแนวทางการตัดสินการประกวดก็ต้องชัดเจนด้วย
     
ช่วยกันหน่อยครับ... ช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่ากฎเกณฑ์หรือแนวทางการตัดสินควรเป็นอย่างไร

พสุธา พันธุ์สาย

พสุธา พันธุ์สาย ส่งเมล์ถึง พสุธา พันธุ์สาย(202.183.175.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม 2546 เวลา 10:54 น. ]

 

ผมขอเสนอความคิดเห็นนะครับ
ในห้วงเวลานี้เป็นห้วงเวลาของการพัฒนาสายเลือดสุนัขให้นิ่ง คงที่ ให้เป็นไปตามมาตรฐานพันธุ์ ดังนั้นแนวทางในการตัดสินการประกวดก็ควรเป็นไปตามมาตรฐานพันธุ์ แต่เนื่องจากเรามีการตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าเราต้องการนำสุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว Go Inter ดังนั้นรูปแบบการประกวดการตัดสินเราจึงควรต้องนำมาประกอบในแนวทางการตัดสินของเราด้วย
ผมเองคิดว่าแนวทางในการตัดสินการประกวดสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วในห้วงเวลานี้ ควรพิจารณาหัวข้อหลัก 5 หัวข้อ ดังนี้
     
1. ลักษณะประจำพันธุ์ (Character)
     
2. โครงสร้าง (Physical Structure)
     
3. การเคลื่อนไหว (Gait, Movement)
     
4. สภาวะความพร้อม (Condition)
     
5. บุคลิกและอารมณ์ (Temperament)
ก็ไม่รู้ว่าท่านอื่นๆคิดเห็นอย่างไร ถ้าเป็นไปได้อยากขอความเห็นจากทุกๆท่าน โดยเฉพาะขอความกรุณาจากท่านนายทะเบียนของสมาคมพัฒฯที่ท่านเคยเข้ามาแวะเยี่ยมใน Webboard นี้ ช่วยกรุณาให้ความเห็นด้วยนะครับ
ช่วยหน่อยครับ
พสุธา พันธุ์สาย

 

โดยคุณ พสุธา พันธุ์สาย ส่งเมล์ถึง พสุธา พันธุ์สาย(202.183.175.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม 2546 เวลา 15:08 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1

 

ขอแสดงความคิดเห็นด้วยครับ
จากหัวข้อหลักของแนวทางการตัดสิน ผมจัดให้ ลักษณะประจำพันธุ์ (Characteristic) เป็นหัวข้อการพิจารณาลำดับแรก ก่อนที่จะพิจารณาหัวข้อ โครงสร้าง (Physical Structure) ด้วยเหตุผลที่ว่า สุนัขไทยพันธุ์บางแก้วนั้นเป็นสุนัขที่พัฒนามาโดยธรรมชาติมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง (ก็ไม่ทราบว่าเป็นกี่ปีเนอะ ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะครับ) แล้วมนุษย์เราได้มาทำการจับคู่ผสมพันธุ์ในช่วงเวลาประมาณ 10 กว่าปีที่ผ่านนี้เท่านั้นเอง ดังนั้นลักษณะต่างๆที่เราได้กำหนดไว้ในมาตรฐานพันธุ์จึงยังไม่นิ่งเหมือนอย่างสุนัขสากลทั่วไป (ซึ่งได้มีการพัฒนาโดยมนุษย์อย่างเป็นระบบมานานหลายชั่วอายุ จนกระทั่งวลักษณะประจำพันธุ์นิ่งเหมือนกันหมดแล้ว) สำหรับสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วของเรานั้นหน้าตาก็ไม่ค่อยเหมือนกัน, หูก็ยังมีหลายแบบ, หางพวงโค้งหลากหลายลักษณะ, สีสรรเองก็ยังหลากหลาย ฯลฯ อันสืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ
     
ดังนั้นผมจึงให้ความสำคัญกับเรื่อง ลักษณะประจำพันธุ์ (Characteristic) มาก่อนเรื่องอื่นๆ เพื่อให้ การพัฒนาเรื่องลักษณะประจำพันธุ์เหมือนกัน เป็นมุมมองอันเดียวกันให้มากที่สุด เมื่อนิ่งดีแล้วค่อยมาพิจารณากันอีทีว่าจะยังมีหัวข้อนี้ในการพิจารณาตัดสินการประกวดหรือไม่ แล้วถ้ามีจะจัดไว้ก่อนหรือหลังเรื่อง โครงสร้าง
พสุธา พันธุ์สาย

 

โดยคุณ พสุธา พันธุ์สาย ส่งเมล์ถึง พสุธา พันธุ์สาย(202.183.175.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม 2546 เวลา 15:26 น. ] ผู้ตอบคนที่ 3

 

ขอแสดงความคิดเห็นด้วยครับ
ลักษณะประจำพันธุ์ (Characteristic) ที่ว่านี้ ผมคิดว่าควรพิจารณา 5 อย่างดังนี้
     
1.หูเล็ก : โดยพิจารณาว่าหูมีขนาดเล็กเมื่อพิจารณาเทียบกับขนาดกะโหลก หูต้องมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม ตั้งป้องไปข้างหน้า ต้องมีขนอ่อนที่กกหูและหลังใบหู (อ่านเพิ่มเติมได้ในกระทู้ดูโหงวเฮ้งนะครับ)
     
2. หางพวง โดยพิจารณาว่ามีขนหางจับเป็นพวง หางไม่ขอด หางไม่ม้วน หางไม่ขาด หางไม่ไพล่ ปลายหางโค้งเข้าหาเส้นหลัง (ดูจากปลายหางจริงไม่ใช่ขนนะครับ) ขนหางไม่ควรยาวมากจนแตกแสกไปมากเกินงาม (อ่านเพิ่มเติมได้ในกระทู้ดูโหงวเฮ้งนะครับ)
     
3. ปากเรียวแหลมคล้ายรูปลิ่ม โดยพิจารณาจากการมองสุนัขด้านหน้า จะเห็นว่ารูปปากเรียวแหลมคล้ายรูปลิ่ม หากพิจารณาด้านข้างจะเห็นว่าโคนปากใหญ่แล้วเรียวจรดปลายจมูก
     
4. ขนยาวปานกลางมี 2 ชั้น โดยพิจารณาจากขนยาวช่วงคอลามคลุมบริเวณแผ่นหลัง อาจมีขนยาวมากตรงคอต่อหลังก็จะดูเหมือนชายผ้าพันคอลูกเสือหรืออานม้า หรืออาจมีขนยาวแน่นรอบคอแน่นเสมอกันในช่วงคอต่อหลังก็ได้
     
5. แข้งสิงห์ โดยพิจารณาจากทิวขนยาวด้านหลังขาหน้า โดยเริ่มจากหลังข้อศอกที่ยาวกว่าแล้วค่อยๆสั้นลงๆตามลำดับลงมาจนถึงข้อขาหน้า แต่ต้องไม่ยาวจนปลายขนลู่ตกลงมาดูรุ่มร่าม
พสุธา พันธุ์สาย

 

โดยคุณ พสุธา พันธุ์สาย ส่งเมล์ถึง พสุธา พันธุ์สาย(202.183.175.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม 2546 เวลา 15:49 น. ] ผู้ตอบคนที่ 5

 

ผมว่า ขึ้นอยู่กับการกำหนดว่า เราจะส่งเสริมเอกลักษณ์ของบางแก้วให้เป็นไปในแนวทางใด
ถ้าต้องการเน้นความดุและซื่อสัตย์ภักดี ก็น่าจะจัดให้มีการประลองกำลังดูสักยก เอาแค่เบาะๆ อย่าให้ถึงกับเลือดตกยางออก จะได้ไม่จำเจ คนดูจะได้ตื่นเต้นด้วย
ตัวไหนฟอร์มการต่อสู้สวยกว่า กรรมการก็ให้คะแนนเยอะหน่อย
ถ้าคนจูงหรือเจ้าของไม่ยอมแพ้ ก็ให้คนจูงหรือเจ้าของผลักอกกัน แล้วดูว่าบางแก้วตัวไหนไปช่วยเจ้าของ ก็ให้คะแนนตัวนั้น
ถ้าต้องการเน้นความใจดีขี้อ้อน ก็อาจให้กรรมการนั่งถือไอติมไว้ บางแก้วตัวไหนกระโดดขึ้นตักกรรมการเลียไอติม 1 ที แล้วหันมาเลียปากกรรมการ 1 ทีแสดงความขอบคุณ ถือว่าผ่าน ได้คะแนนเต็ม
ที่กล่าวมาข้างต้น น่าจะเป็นส่วนที่เสริมเพิ่มเติมจากการให้คะแนนตามปกตินะครับ

 

โดยคุณ ทีเล่นทีจริง (203.154.102.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม 2546 เวลา 16:14 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6

 

คุณทีเล่นทีจริงครับ
     
ถึงแม้ว่าคุณจะเสนอความคิดเห็นที่ฟังดูเหมือนกับเป็นเรื่องเล่นๆ แต่เชื่อไหมครับว่าเคยมีการจัดการประกวดในเรื่องความดุมาแล้วจริงๆครับ
     
น.สพ.นิสิต ปศุสัตว์พิษณุโลก ได้เคยจัดประกวดสุนัขบางแก้วดุ เมื่อปีพ.ศ.2544 ผมจำไม่ได้ว่างานอะไรแน่ (งานสงกรานต์, งานวันเกษตร, งานปีใหม่) ก็เป็นที่สนุกสนานกันพอสมควรในวันนั้น แต่ว่าหลังจากนั้นก็ไม่เคยมีการจัดประกวดทำนองนี้อีกเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าเนื่องจากสาเหตุอะไร
พสุธา พันธุ์สาย

 

โดยคุณ พสุธา พันธุ์สาย ส่งเมล์ถึง พสุธา พันธุ์สาย(202.183.175.*) [ วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤษภาคม 2546 เวลา 15:31 น. ] ผู้ตอบคนที่ 4

 

เห็นด้วยกับความคำตอบที่ 1 ค่ะ แต่ควรแยก หัวข้อ เรื่องบุคคลิกและอารมณ์ (Temperament) ออกมาต่างหาก หรือให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก
เช่นการประกวดสุนัขหลายพันธุ์(โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่และกลุ่มสุนัขทำงานต่างๆ) ในต่างประเทศ จะมีการนำสุนัขเข้ามารายงานตัวต่อกรรมการก่อน โดยผู้จูงถือสายจูงและสั่งให้สุนัขยืนนิ่ง ให้กรรมการลูบคลำไปตามเนื้อตามตัว ตรวจสภาพร่างกายโดยทั่วไป ตรวจความสมบูรณ์ของลูกอัณฑะ ฯลฯรวมถึงการเปิดปากดูฟัน ซึ่งจะถือเป็น Temperament Test ด้วย
หากสุนัข มีอาการต่อต้าน ขัดขืน หรือดุร้าย ก็พิจารณาตัดคะแนนเรื่อง บุคคลิกและอารมณ์(Temperament) หากสุนัข แสดงอาการดุร้ายถึงขั้นกัดกรรมการหรือผู้ช่วย หรือคนอื่นๆ ถือเป็นข้อบกพร่องร้ายแรง ต้องคัดออกจากการประกวดในขั้นตอนนี้ สุนัขจะได้ไม่ต้องลงสนามเลย หากจิตประสาทไม่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
ในบ้านเรา การตัดสินการประกวดสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพอด ในรุ่นใช้งานหรือรุ่นใหญ่ จะให้ความสำคัญตรงนี้มาก และ ยังมีการทดสอบความกล้าหาญในการต่อสู้ควบคู่กันไปด้วย โดยผู้จูงเดินไปกับสุนัข และมีผู้ล่อ(สมมุติเป็นคนร้าย) ออกจากที่กำบังวิ่งเข้าจู่โจม สุนัขต้องเข้ากัดทันทีโดยไม่แสดงอาการหวาดกลัว และปล่อยทันที เมื่อ ผู้ล่อ ยอมแพ้(หยุด ยืนนิ่ง) หรือเมื่อผู้จูงสั่งปล่อย
**
ถ้าสุนัข"ไม่เข้ากัด"เมื่อถูกจู่โจม หรือ"สั่งปล่อยแล้วไม่ปล่อย" ต้องถูกคัดออกจากการประกวดเช่นกัน
ดังนั้น สุนัขที่ผ่านสนามประกวดในลำดับดีๆ จะเป็นสุนัขที่มีคุณภาพในด้านจิตประสาทดีด้วย คือไม่ดุร้ายก้าวร้าวโดยไม่มีสาเหตุ แต่มีความกล้าหาญในการต่อสู้เมื่อถูกจู่โจม และสามารถควบคุมได้คือกัดแล้วสั่งให้ปล่อยต้องปล่อย

 

โดยคุณ สัตว์กินเนื้อ (202.183.164.*) [ วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม 2546 เวลา 06:47 น. ] ผู้ตอบคนที่ 7

 

เพิ่มเติมค่ะ
การตรวจสภาพร่างกาย ก่อนลงสนาม นอกจากพิจารณาเรื่องความก้าวร้าว ดุร้ายแล้ว ยังต้อง พิจารณาตัดคะแนนสุนัขที่แสดงอาการตื่นกลัว หวาดระแวงต่อคนแปลกหน้าจนเกินกว่าเหตุด้วย เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สุนัขดุร้ายและกัด(Fear bite)
ซึ่งความจริงแล้วเป็นลักษณะปกติ ตามธรรมชาติของ"หมาป่า" ที่จะต้องระแวงต่อสัตว์อื่น หรือแม้แต่หมาป่าด้วยกันเองแต่ต่างฝูงกัน เป็นสัญชาติญาณสัตว์ป่าที่ต้องป้องกันตัวเองเพื่อความอยู่รอด หากสัญชาติญาณนี้ยังมีอิทธิพลสูงอยู่ใน"หมาบ้าน"สายพันธุ์ไหน ก็จะต้องระมัดระวังในการเลี้ยงดู ให้เป็นพิเศษ ต้องศึกษาเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมสัตวให้ละเอียดลึกซึ้ง เพื่อนำมาปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับเขาให้ดีที่สุด

 

โดยคุณ สัตว์กินเนื้อ (202.183.164.*) [ วันจันทร์ ที่ 26 พฤษภาคม 2546 เวลา 08:00 น. ] ผู้ตอบคนที่ 8

 

ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนครับ
ตามความเห็นของคุณ สัตว์กินเนื้อ ในผู้ตอบคนที่ 7 นั้น ก่อนหน้านี้ท่านผู้ที่ได้บุกเบิกสุนัขไทยพันธุ์บางแก้วได้จัดให้สุนัขไทยพันธุ์บางแก้วอยู่ในกลุ่ม Working Dog และขีดเขียนมาตรฐานพันธุ์ขึ้นมาตามแนวทางของ Shepherd ซึ่งรวมไปถึงแนวทางการประกวดการตัดสิน ก็ได้พยายามใช้แนวทางของ Shepherd เช่นกัน แต่ว่าในขณะนั้นไม่ได้รับการยอมรับจากมวลหมู่ผู้ที่ร่วมจัดทำในครั้งนั้นเท่าที่ควร ด้วยเหตุผลที่ว่าเรายังไม่พร้อมทั้งตัวสุนัข กฎเกณฑ์ ระเบียบวิธีปฏิบัติ กรรมการ ผู้เลี้ยง เป็นต้น ดังนั้นต่อมาในมาตรฐานพันธุ์จึงได้จัดให้อยู่ในกลุ่ม Utilities ตามที่เมืองไทยใช้ในขณะนั้นไปก่อน และต่อมาได้เปลี่ยนเป็น Spite and Primitive ในปัจจุบัน ทำให้เรามีแต่เพียงการจัดประกวดในลักษณะ Performance Show เท่านั้น
ผมเองได้เคยมีโอกาสพูดคุยกับประธานสมาคมส่งเสริม อนุรักษ์และพัฒนาสุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว ในประเทศไทย (จ.พิษณุโลก) ในเรื่องกฎเกณฑ์แนวทางการตัดสิน รูปแบบการจัดการประกวด ซึ่งท่านบอกว่าในขณะนี้ยังคงเป็นเช่นนี้ไปก่อน เมื่อเราพร้อมมากกว่านี้ก็ยินดีที่จะปรับเปลี่ยน หรือหากว่าคนส่วนใหญ่ในสังคม (ที่เป็นเจ้าของเผ่าพันธุ์สุนัขนี้ ... ก็คนไทยเรานี่หล่ะครับ) ต้องการให้ปรับเปลี่ยน ก็คงต้องรับฟังเสียงของคนทั้งปวง แล้วนำมาพิจารณาหาทางดำเนินการตามแนวทางของความคิดเห็นนั้นด้วยความละเอียดรอบคอบรัดกุมต่อไป
ดังนั้นผมจึงได้ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา เพื่อหวังว่าจะได้แนวความคิดจากหลากหลายท่านหลากหลายความคิด แล้วผมจะนำเสนอต่อประธานสมาคมส่งเสริมฯ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะได้เห็นแนวความคิดที่หลากหลายจากท่านทุกๆคน ขอขอบพระคุณทุกท่านล่วงหน้า
พสุธา พันธุ์สาย

 

โดยคุณ พสุธา พันธุ์สาย ส่งเมล์ถึง พสุธา พันธุ์สาย(202.183.175.*) [ วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม 2546 เวลา 13:42 น. ] ผู้ตอบคนที่ 9

 

ได้เคยออกความเห็นไว้ในกระทู้เกี่ยวกับ บางแก้วที่มีคนโพสต์ไว้ในพันธ์ทิพ หลายกระทู้ เรื่อง "บางแก้วดุมากกัดคนในบ้านทำไงดี?" หรือไม่ก็ "บางแก้วไม่ดุเลยทำไงดี?" และไม่ใช่มีแค่ 1-2 กระทู้ แต่มีเป็นสิบ
รู้สึกว่าคนที่ซื้อบางแก้วไปเลี้ยง ด้วยสาเหตุหลักคือ "เพราะมันดุ" แต่ไม่มีความเข้าใจพื้นฐานในการเลี้ยงและความหมายที่แท้จริงของคำว่า"สุนัขดุ" บางคนที่เลี้ยงแล้วมันกลายเป็นเสือก็ทำให้ตนเองและคนรอบข้างพลอยเดือดร้อน บางคนที่เลี้ยงแล้วมันเกิดกลายเป็นหมาอารมณ์ดี ขี้เล่น ก็หาว่าเสียชื่อ บางแก้วหมด
เข้าใจว่า ผู้ผสมพันธุ์ก็ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาบางแก้วให้มีลักษณะเด่น คือ"ความดุ" แต่ความหมายของคำว่าดุนี้ ยังคลุมเคลืออยู่มาก และมีแนวโน้มว่า คนที่ซื้อไปเลี้ยงก็เริ่มสับสน การวางแผนการผสมพันธุ์ก็ยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ว่าต้องการให้ดุแบบดิบๆ หรือดุแบบสุก(ควบคุมได้ มีอารมณ์ จิตประสาทมั่นคง มีความกล้าหาญ) ดังนั้นคุณภาพของ"ความดุ"ที่จะให้เป็นเอกลักษณ์ของ บางแก้ว จึงยัง"ดิบๆสุกๆ"
การกำหนดมาตรฐานที่ดีที่สุดไว้ก่อน กับการกำหนดคุณสมบัติพื้นฐานเพื่อรอให้(อะไร?)พร้อม จึงค่อยมาพิจารณาปรับมาตรฐานตามทีหลังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
โดยปกติแล้ว คำตอบสำหรับคำถามทุกอย่างที่เกี่ยวกับลักษณะที่ดีงามและถูกต้องตามมาตรฐานประจำพันธุ์ ทั้งด้านโครงสร้างร่างกาย สีสัน การเคลื่อนไหว การแสดงออกและนิสัยใจคอ จิตประสาท ฯลฯ ผู้ที่มีข้อสงสัยในสิ่งเหล่านี้ จะสามารถหาคำตอบได้ ในสนามประกวดทั้งสิ้น เมื่อตั้งกระทู้เรื่อง การตัดสิน(การประกวด)ขึ้นมา จึงเห็นว่าเป็นเรื่องดีมากที่จะได้ กำหนดทิศทางที่ผู้ผสมพันธุ์บางแก้ว จะได้ยึดถือเป็นเป้าหมายหลัก ในการพัฒนาสายพันธุ์บางแก้วให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยกำหนดมาตรฐานคุณสมบัติ(ทุกด้านดังกล่าวข้างต้น)ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ต้องการสำหรับบางแก้ว เพื่อเป็นหลักในการพิจารณาตัดสินการประกวดทุกครั้งให้เหมือนกัน สุนัขที่ชนะเลิศ แต่ละงานถือเป็นสุนัขที่มีข้อด้อยน้อยที่สุดในสายตากรรมการตัดสิน ณ วันนั้น
และในการประกวดครั้งต่อๆไป ย่อมมีสุนัขที่มีข้อด้อยน้อยลงๆๆๆๆเรื่อยๆจนถึงสุนัขในอุดมคติ คือไม่มีข้อด้อยเลย เป็นสุนัขที่มีคุณสมบัติถูกต้องตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์ที่กำหนดไว้อย่างถูกต้องสมบูรณ์แบบทุกประการ
ตรงตามวัตถุประสงค์ของการที่จัดประกวดสุนัขทุกสายพันธุ์ขึ้นมาในโลกนี้ คือเพื่อ"คัดเลือกสรรหาสุนัขที่ดีที่สุด..สมบูรณ์แบบที่สุด ในแต่ละสายพันธุ์ เพื่อใช้เป็นพ่อ-แม่พันธุ์ และแบบจำลองในการพิจารณาวางแผนการผสมพันธุ์ สืบสายพันธุ์รุ่นต่อๆมาให้มีคุณสมบัติเหมือนหรือใกล้เคียงแบบจำลอง ให้มากที่สุด"
เรื่องการที่จัดให้บางแก้ว อยู่ในกลุ่ม Spitz & Primitive นั้น เข้าใจว่า เป็นการแบ่งตาม Breed Families Group ค่ะ
ส่วน การแบ่งตาม Breed Catagories ก็คงต้อง เลือกว่าจะให้เขาเป็น Sporting (ซึ่งดูแล้วไม่น่าใช่) หรือ Non-Sporting ซึ่ง Utilities ก็จัดเป็นNon-Sporting อยู่ในกลุ่ม Working & Herding Dogs ค่ะ ตัวอย่างเช่น Syberian Huskey , Alaskan Malamute หรือ Samoyed ซึ่งอยู่ใน กลุ่ม Spitz & Primitive Breed Family ก็จัดเป็น Non-Sporting กลุ่ม "Working" เพราะทั้ง 3 พันธุ์เขาตั้งใจพัฒนาพันธุ์เพื่อใข้งานเป็นสุนัขลากเลื่อน(Sled dog) ค่ะ
แล้วบางแก้วของเราจะให้เขาเป็นอะไรจึงจะเหมาะ?? คิดว่าน่าจะเป็นประเภทสุนัขอารักขา หรือเฝ้ายาม น่าจะเหมาะกับลักษณะนิสัยดั้งเดิมของเขา เพียงแต่พัฒนาเรื่องจิตประสาทให้มั่นคงขึ้น

 

โดยคุณ ไม่ได้เลี้ยงแต่ขอเจือก(สัตว์กินเนื้อ) (202.183.164.*) [ วันพุธ ที่ 28 พฤษภาคม 2546 เวลา 19:37 น. ] ผู้ตอบคนที่ 12

 

ขอแสดงความคิดเห็นด้วยครับ
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับกับคุณ ไม่ได้เลี้ยงแต่ขอเจือก(สัตว์กินเนื้อ) ที่ว่า
โดยปกติแล้ว คำตอบสำหรับคำถามทุกอย่างที่เกี่ยวกับลักษณะที่ดีงามและถูกต้องตามมาตรฐานประจำพันธุ์ ทั้งด้านโครงสร้างร่างกาย สีสัน การเคลื่อนไหว การแสดงออกและนิสัยใจคอ จิตประสาท ฯลฯ ผู้ที่มีข้อสงสัยในสิ่งเหล่านี้ จะสามารถหาคำตอบได้ ในสนามประกวดทั้งสิ้น เมื่อตั้งกระทู้เรื่อง การตัดสิน(การประกวด)ขึ้นมา จึงเห็นว่าเป็นเรื่องดีมากที่จะได้ กำหนดทิศทางที่ผู้ผสมพันธุ์บางแก้ว จะได้ยึดถือเป็นเป้าหมายหลัก ในการพัฒนาสายพันธุ์บางแก้วให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยกำหนดมาตรฐานคุณสมบัติ(ทุกด้านดังกล่าวข้างต้น)ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ต้องการสำหรับบางแก้ว เพื่อเป็นหลักในการพิจารณาตัดสินการประกวดทุกครั้งให้เหมือนกัน สุนัขที่ชนะเลิศ แต่ละงานถือเป็นสุนัขที่มีข้อด้อยน้อยที่สุดในสายตากรรมการตัดสิน ณ วันนั้น
และในการประกวดครั้งต่อๆไป ย่อมมีสุนัขที่มีข้อด้อยน้อยลงๆๆๆๆเรื่อยๆจนถึงสุนัขในอุดมคติ คือไม่มีข้อด้อยเลย เป็นสุนัขที่มีคุณสมบัติถูกต้องตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์ที่กำหนดไว้อย่างถูกต้องสมบูรณ์แบบทุกประการ
แต่ว่า สิ่งที่เราพบเห็นก็คือ
1.
ยังไม่เคยเห็นมีการประกาศกฎเกณฑ์ แนวทางการตัดสินการประกวดสุนัขไทยพันธุ์บางแก้ว อย่างเป็นทางการและเปิดเผยต่อสาธารณชนเลย
2.
ในการสอบถามกรรมการที่ตัดสินการประกวดในสนามแต่ละสนาม ก็จะได้คำตอบซึ่งไม่ได้ช่วยสร้างสรรค์ใดๆเลย เช่น วันนี้สุนัขของคุณไม่ค่อยสมบูรณ์, วันนี้สุนัขที่ได้รางวัลเค้าสมบูรณ์กว่าของคุณ, วันนี้สุนัขไม่ค่อยร่วมมือเลยนะครับ ฯลฯ
3.
ถ้าสอบถามกรรมการว่า โครงสร้างของสุนัขที่ผมนำมาประกวดมีจุดใดที่ควรต้องพัฒนาให้ตรงตามมาตรฐานพันธุ์บ้างครับ, การเคลื่อนไหวต้องพัฒนาตรงไหนหรือเปล่าครับ, ..., ช่วยแนะนำซักนิดได้มั๊ยครับว่าจะพัฒนาอย่างไรได้บ้างครับ, ช่วยแนะนำซักนิดได้มั๊ครับว่าจะแก้ไขอย่างไรได้บ้างครับ ฯลฯ คำตอบก็คือ ไว้คุยรายละเอียดอีกทีหลังการประกวดนะครับ
ก็ทราบหล่ะครับว่าในช่วงเวลาขณะนั้น ไม่น่าจะตอบอะไรได้มาก แต่เมื่อหลังการประกวดแล้วเสร็จ ต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีเวลา หรือไม่ก็ได้คำตอบกลางๆ ให้สุนัขลองเคลื่อไหวให้ดูอีกครั้งครับ อ้อผมจำได้แล้ว ความจริงก็ไม่ได้เสียหายอะไรหรอกครับ เพียงแต่ว่าตัวนั้นเค้าแกร่งกว่า อะไรอย่างนี้เป็นต้น
4.
สุนัขตัวนี้ขาหน้าเสียหายมาก ยิ่งเวลาเคลื่อนไหวจะเห็นชัดเจนมาก (ขณะนั้นเราเห็นแล้วว่าตัวที่ได้ที่ 1 ในรุ่นเรา ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องขาหลังมากๆ แถมเมื่อเคลื่อนไหวมากๆก็เริ่มแกว่งแล้ว แต่เราก็ไม่ได้พูดอะไรในประเด็นนี้) ส่วนตัวอื่นไม่มีปัญหาอะไร ในรอบถัดมากรรมการไปชี้แจงเจ้าของสุนัขตัวที่ได้ที่ 1 ในรุ่นเราว่า สุนัขตัวนั้นมีปัญหาที่ขาหลังอย่างมากๆ (ทั้งๆที่ตอนแรกบอกเราว่าตัวอื่นไม่มีปัญหาอะไร)
ก็เข้าใจว่า คนเราสามารถผิดพลาดกันได้ แต่แหมบางอย่างที่มันชัดเจนออกปานนั้น ทำมั๊ย...
5.
วันนี้เราได้ที่ 1 ต่อมาอีกสัปดาห์เราไปประกวดอีกสนามได้ที่ 2 กรรมการชี้แจงว่าสุนัขเรามีปัญหาในเรื่องโครงสร้าง ต่อมาอีก 3 วันไปประกวดอีกสนามกรรมการบอกว่าโครงสร้างสุดยอดคงมีปัญหาแต่เรื่องการเคลื่อนไหว ต่อมาอีกสัปดาห์กรรมการบอกว่ามีปัญหาเรื่อง Temperament เท่านั้น นอกนั้นสุดยอด
เอ... อย่างนี้กรรมการแต่ละท่านเค้าบอกเราว่าอะไรกันแน่ครับ
6.
ยังไม่เห็นมีการสอบเป็นกรรมการตัดสินบางแก้วเลยครับ
7.
ฯลฯ
ก็เป็นเพียงบางประเด็นที่พอหยิบยกขึ้นมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งอย่างนี้เราจะช่วยกันทำอะไรกันได้บ้างล่ะคร๊าบ ผมเองก็ได้ลองคิดลองนำเสนอไอ้แนวทางการตัดสินการประกวดตามความคิดเห็นของผม (ซึ่งตั้งใจว่าจะเสนอให้สมาคมส่งเสริมฯเพื่อพิจารณาต่อไป) แล้วก็พยายามขอความคิดเห็นจากท่านๆ จากนั้นก็จะรวบรวมส่งสมาคมฯ ชมรมฯ ต่างๆเท่าที่จะสามารถทำได้ต่อไป
พสุธา พันธุ์สาย

 

โดยคุณ พสุธา พันธุ์สาย ส่งเมล์ถึง พสุธา พันธุ์สาย(202.183.175.*) [ วันศุกร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2546 เวลา 10:57 น. ] ผู้ตอบคนที่ 13

 

ขอแสดงความเห็นด้วยคนครับ

ในเรื่องโครงสร้าง (Physicl Structure) ตามทรรศนะของผม คิดว่าควรจะพิจารณารายละเอียด ดังนี้
1.
สัดส่วนของร่างกาย
1.1
ร่างกายมีสัดส่วนจตุรัส ในความจริงวันนี้ ส่วนใหญ่ที่เห็นมักจะเป็น 11 : 10 สำหรับเพศผู้ และประมาณ 11 : 9 1/2 สำหรับเพศเมีย
1.2
อกลึก น่าจะมีสัดส่วนของระยะที่วัดจาก Wither ถึงอกส่วนล่าง (Brisket) กับระยะจากอกส่วนล่างถึงพื้นเป็น 1 : 1
2.
ข้อขาหน้า (Front Pastern) ใหญ่กว่าข้อขาหลัง (Back Pastern) เมื่อมองด้านข้าง ข้อขาหน้าทำมุมประมาณ 5 - 15 องศากับเส้นตั้งฉากจากพื้น
3.
เมื่อมองด้านหน้าสุนัข ขาหน้าของสุนัขจากหัวไหล่ลงมาจนถึงพื้นเป็นเส้นตรง
4.
เมื่อมองด้านหลังสุนัข ขาหลังของสุนัขตั้งแต่ต้นขาหลังท่อนล่าง (Second Thigh) หัวเข่า (Stifle) ข้อศอกขาหลัง (HockJoint) ข้อเท้าหลัง (BackPastern) จนถึงพื้นมองดูเป็นเส้นตรง เมื่อมองด้านข้างข้อเท้าหลัง (Back Pastern) ตั้งฉากกับพื้น
5.
แนวเส้นหลังตั้งแต่ส่วนบนของหัวไหล่ (Wither) ไปส่วนหลัง (Back) ไปจนถึงสันหลัง (Loin) เป็นเส้นตรง (หรืออาจลาดเอียงจาก Wither ไป Loin ได้เล็กน้อย) จากนั้นจะลาดโค้งที่สะโพก (Croup) ผ่านตำแหน่งของหาง (Tail, Stern) แล้วจบลาดโค้งที่กระดูกก้นกบ (Point ofButtock)
6.
แนวเส้นท้อง ตั้งแต่อกส่วนล่าง (Brisket) ลาดโค้งไปท้อง (Abdomen, Belly) จนถึง Flank มีลักษณะลาดโค้งเล็กน้อยไม่มากจนดูเป็นเอวกิ่ว

พสุธาพันธุ์สาย

 

โดยคุณ พสุธาพันธุ์สาย ส่งเมล์ถึง พสุธาพันธุ์สาย(203.155.36.*) [ วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2546 เวลา 17:25 น. ] ผู้ตอบคนที่ 14

ที่ว่า "ดุ" นั้น คือ อย่างไร ?

เป็นรูปแสดงการ กัด ผู้ล่ออย่างดุเดือด ขณะฝึกอารัขา เพื่อใช้งานจริง ของหมาพันธุ์ เบลเยี่ยมมาลินอยส์ อายุ 14 เดือน

มีคำอธิบายคุณสมบัติ ว่า เป็นหมาที่เข้ากัดอย่างรุนแรง และ ไม่กลัว เข้าได้ดีมาก(super social) กับเด็กๆ ,ไม่กลัวเสียงปืน ฯลฯ
(
ผลเอ็กซเรย์) ข้อตะโพกและข้อศอกดี,ฟันดี
ตามที่ศึกษาค้นคว้ามา หมาพันธุ์นี้ เคยคิดว่าคงลักษณะนิสัยคล้ายบางแก้ว ถ้าคนเลี้ยงและบรีดเดอร์ มองให้ทะลุ สามารถจับคู่ผสมพันธุ์ได้ถูกต้อง น่าจะได้หมาทึ่มีคุณภาพสูงที่จะนำมาฝึกเพื่อใช้งานได้จริง และเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีของครอบครัวได้ด้วยในเวลาเดียวกัน จะเห็นว่าบรีดเดอร์ให้ความสำคัญกับจิตประสาทที่มั่นคง สามารถเข้ากับเด็กๆได้ดี และเรื่องของสุขภาพคือข้อตะโพกและฟันต้องดี

อยากให้ช่วยกันนิยาม คำว่า ดุ ที่เป็นลักษณะหรือคุณสมบัติประจำพันธุ์ของบางแก้ว ที่เราต้องการอนุรักษ์กันไว้ ตามสายพันธุ์ดั้งเดิม ว่าต้องการให้ ดุ แบบไหน?

 

โดยคุณ สัตว์กินเนื้อ (202.183.164.*) [ วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน 2546 เวลา 16:54 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1

 

เบลเยี่ยมมาลินอยส์ เป็นหมาที่มีแรงขับ(drive)ในการไล่ล่าสูงมาก บุคคลิกว่องไว ปราดเปรียว ซึ่งบุคคลิกนี้เองทำให้แสดงปฏิกิริยาตอบโต้ต่อสิ่งเร้ารวดเร็วมาก คนที่ไม่เข้าใจพฤติกรรมของหมา มักตกใจ และอาจสะบัดไม้สะบัดมือมือหรือกระโดดหนี ฯลฯ เป็นการไปกระตุ้นแรงขับ(drive) ของหมาให้แรงขึ้น หมาอาจวิ่งไล่งับเอา และเข้าใจว่าหมาดุ
ในการฝึกหมาใช้งาน หมาที่มีแรงขับการไล่ล่า(prey drive)ยิ่งสูง จะยิ่งสามารถนำแรงขับนี้มาใช้ในการฝึกได้ผลดี มากกว่าหมาที่นิ่งๆเฉยๆซึ่งจะฝึกได้ยากกว่า
หมาพันธุ์นี้ ปัจจุบันเป็นแชมเปี้ยนโลกงานแข่งขันหมาใช้งาน(อารักขาขั้น3 IPO3) ของ FCI ติดต่อกันมาหลายปี แซงหน้าเยอรมันเชพเพอดไปแล้ว และเป็นหมาที่ได้ชื่อว่า เชื่อฟังคำสั่งดีที่สุดในโลกในขณะนี้ อย่างที่บอกว่าฝึกง่ายมากเพราะมีปฏิกิริยาตอบโต้เร็วมากระหว่างฝึก แต่ก็มีเหมือนกันที่คนเลี้ยงไม่เข้าใจ หรือวางแผนการผสมพันธุ์ผิดพลาดทำให้เกิด หมาอันตรายขึ้นและเสื่อมเสียชื่อเสียงของวงการ ซึ่งก็จะถูกคนอื่นๆในวงการประท้วงเอาจนเข็ดไป
มีคนสั่งเข้ามาเลี้ยงในเมืองไทยเหมือนกัน แต่ยังไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากบุคคลิกที่กล่าวข้างต้นทำให้ถูกกล่าวขวัญว่าเป็น หมาดุ แบบที่บางแก้วเป็นอยู่ ยังหวั่นๆใจอยู่ว่า ถ้าเกิดมีคนนิยมแต่ไม่เข้าใจพฤติกรรมหมา ไม่รู้จักการจัดการในการเลี้ยงดูและผสมพันธุ์ให้เหมาะสม ต้องการแค่เพาะพันธุ์ขายลูกหมาสวยๆกันอย่างเดียว ก็คงไม่ต่างกับบางแก้วของเรา
ที่มาพูดถึงหมาพันธุ์นี้ในเว็บของบางแก้ว เพราะมองมานานแล้วว่ามีบุคคลิกประจำพันธุ์คล้ายกันมาก ถ้าควบคุมดูแลเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์อย่างเคร่งครัดจริงๆ สักวันหนึ่ง บางแก้วอาจได้ไปชิงแชมป์โลกหมาใช้งานของ FCI ก็ได้ใครจะรู้ และการตัดสินก็ไม่มีเรื่องความไม่ยุติธรรม เพราะ คะแนนการทำงานมองเห็นและตัดสินกันอย่างชัดเจนด้วยการนับแต้มกันเลย
อยากจะหาบางแก้วสักตัวมาลองฝึกดู แต่ก็ต้องได้รับการรับรองสายพันธุ์จาก FCI เสียก่อนอยู่ดีแหละ

 

โดยคุณ สัตว์กินเนื้อ (202.183.164.*) [ วันจันทร์ ที่ 2 มิถุนายน 2546 เวลา 17:36 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2

 

วันนี้ออกไปหาคนรู้จักที่รับฝึกหมาอยู่ ถามเขาว่าเป็นไงบ้าง มีบางแก้วดีๆมาให้ฝึกมั่งไหม? เขาก็พูดเหมือนที่เราคิดเลย ว่าบางแก้วส่วนใหญ่ จะมีอารมณ์ไม่แน่นอน ไทยหลังอานดีกว่าเยอะ แต่บางแก้วจะคล่องตัวกว่า ฝึกได้เร็วกว่า
เขาเห็นด้วยเรื่องการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อนำมาบรีด ก็เลยชวนไว้เป็นแนวร่วม ถ้าเราอยู่ไม่ทันได้เห็นบางแก้วประสบความสำเร็จ ก็จะให้เขาช่วยอัด ซีดี ทำบุญส่งไปให้ดูด้วยถ้าเกิดเป็นผลสำเร็จขึ้นมาได้
เราเริ่มทำในส่วนของเราแล้วละ ด้วยการพยายามพูดคุยให้ผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็น "ผู้ซื้อ" รู้จักทำการบ้านให้ดี ก่อนซื้อหมาสักตัว ต้องรู้วิธีคัดเลือกลูกหมาที่มีคุณภาพในทุกๆด้าน ไม่ใช่ซื้อเพราะมัน"น่ารักจังเลย"เท่านั้น ซึ่งก็เป็นเรื่องยากมาก เพราะบางแก้วตอนเล็กๆนั้น เป็นลูกหมาที่น่ารักที่สุดในโลกจริงๆ
ไม่รู้จะไปหาข้อมูลเรื่อง การพิจารณาเลือกสุนัขบางแก้วมาเลี้ยง ได้ที่ไหน จะได้มีที่มาที่ไปให้อ้างถึงได้ พูดเอาเองลอยๆเขาจะไม่เชื่อ และเผื่อมีข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนกว่า เราเองก็พูดเป็นกลางๆแบบที่ใช้ได้กับหมาขนาดกลางถึงใหญ่ทั่วไป ในด้าน การแสดงออก ลักษณะนิสัย และสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์เท่านั้น ซึ่งในความเห็นส่วนตัว เห็นว่ามันสำคัญที่สุด

อยากให้บางแก้วได้แสดงศักยภาพของเขาได้อย่างเต็มที่ในแง่มุมที่ถูกต้อง ดีงาม เป็นประโยชน์ต่อสังคม ตามคุณสมบัติประจำพันธุ์ของเขาเองที่เอื้ออำนวยอยู่แล้ว
การเริ่มต้นที่ดี มีเป้าหมายที่วางแผนไว้ชัดเจน น่าจะนำพาไปสู่ความสำเร็จ..ดังเป้าหมายที่วางไว้ การปล่อยปละละเลย ต่างคนต่างทำแบบที่ตัวเองชอบ ก็คงจะมีบ้างที่ประสบความสำเร็จ แต่คงจะมีมากมายที่หลงออกนอกลู่นอกทาง

 

โดยคุณ สัตว์กินเนื้อ (202.183.164.*) [ วันพุธ ที่ 4 มิถุนายน 2546 เวลา 22:05 น. ] ผู้ตอบคนที่ 16

 

ผมได้พยายามไปดูการประกวดสุนัขบางแก้วตามที่ต่างๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีว่าสุนัขบางแก้วเรามีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น มีจิตประสาทที่มั่นคง น่าจะมีอนาคตที่จะได้รับการยอมรับทั้งในระดับภายในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น ดังรายงานที่ผมเล่าเกี่ยวกับการไปดูการประกวดสุนัขบางแก้วตามที่ต่างๆ ดังนี้

ไปดูเขาประกวดสุนัขบางแก้ว

 

เมื่อวานไปเดอะมอลล์ บางแคมา คนไม่มากเท่าที่คิด แต่ก็มีบางแก้วให้ดูจุใจ ๑๐ กว่าตัว มีทั้งสายประกวดที่มีขนสวยงาม และสายบ้านที่อาจจะยังไม่เจนสนามมากนัก เป็นบางแก้วประเภทไร้ประวัติพ่อแม่อยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง
ที่อยากไปดู เพราะอยากจะรู้ว่า บางแก้วมีจิตประสาทมั่นคงแค่ไหน
และก็ไม่ผิดหวัง มีกรณีตัวอย่างให้ดูพอสมควร เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะเกรงใจเจ้าของ
มีตัวหนึ่งเข้าใจว่าเพิ่งมาครั้งแรก มาถึงหน้างานก็จะไปทะเลาะกับเจ้าปั๊ก เห่าเสียงดังจนทุกคนหันมาดู เจ้าของต้องจูงหนีไป
มีอีกตัวหนึ่ง เจ้าของพามาที่โต๊ะลงทะเบียน พีแกเล่นกระโดดเอาเท้าหน้าพาดโต๊ะโชว์หน้าอันหล่อเหลาของตัวเองคล้ายจะบอกสาวๆว่าผมมารายงานตัวคับ
แต่ที่น่าตื่นเต้นก็คือ ตอนที่กรรมการญี่ปุ่นตรวจสอบร่างกายและความมั่นคงของจิตใจ เจอตัวแรกก็เล่นเอาคนจูงเสียหมาไปเลย
พอกรรมการจะเปิดปากดูฟันหน่อย หมาแกร้องเสียงหลงคงกลัวกรรมการจะถอนฟัน เลยหันมางับมือกรรมการเข้า กรรมการคงจะขยาด ตัวหลังๆก็เลยตรวจแค่ลูบๆคลำๆ ไม่ไปแตะต้องใบหน้าอีก เลยอดดูการทดสอบจิตประสาทของบางแก้วทุกตัว แต่หลายตัวก็ดูท่าทางจะมีจิตประสาทที่มั่นคงดี เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะยอมให้กรรมการเปิดปากหรือไม่ โชคดีถ่ายวีดิโอคลิปไว้ด้วย เดี๋ยวจะอีเมล์ไปให้คุณโป๋เอาขึ้นเซอฟเวอร์ให้ดูกัน อย่าลืมเปิดลำโพงไว้ดังๆนะ จะได้วิเคราะห์ดูว่า หมาร้องเสียงหลงเพราะอะไร ผมเข้าใจว่ามันยังไม่พร้อม เพราะอึยังไม่ทันเสร็จดี ก็ถูกลากมาให้เข้าแถว สังเกตุเห็นว่ามันงับกรรมการเสร็จแล้วรีบนั่งลงทันที คงจะยังแสบก้นอยู่ก็ได้
มือใหม่ที่จะพาน้องเข้าประกวดก็ควรพาไปอึให้ดีนะครับ และหัดจูงวิ่งรอบสนามให้เก่งๆเหมือนวีดิโอคลิปที่ฝากมาให้ดูอีกอันหนึ่ง
และที่สำคัญ ต้องชาร์จถ่านมาเยอะๆนะ เพราะกว่าจะได้แข่ง ก็อาจจะเย็นมากแล้ว เดี๋ยวน้องหมาถ่านหมดเสียก่อน
อย่างเมื่อวานนัดไว้ ๔ โมง กว่าจะได้เริ่มก็ปาเข้าไป ๖ โมงกว่า

วิเชียร (203.153.134.*) [ วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม 2546 เวลา 09:50. ]

 

โหลดขึ้นไปแล้วครับ
ลองดูแล้วกัน

http://www.hightidediving.com/bangkaew/jogging.AVI

http://www.hightidediving.com/bangkaew/temperament.AVI

 

โดยคุณ โป๋ (203.113.80.*) [ วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2546 เวลา 10:01. ] ผู้ตอบคนที่ 5

 



ผมมีรูปงานประกวดงานเดียวกันนี้มาให้ดูด้วย แต่เป็นรูปบางแก้วตัวที่เคยได้CHAMPIONที่งานประกวดที่พิษณุโลกเมื่อไม่นานมานี้ เจอตัวจริงเลยขอถ่ายรูปเก็บไว้ เจ้าของก็ใจดีมากเลยยินดีให้ถ่ายหลายรูป แต่งานนี้เข้ามาประกวดประเภท CHAMP OF CHAMP เลยได้แค่ที่3 เพราะสงสัยจะสวยในรุ่นอายุ 9-12 เดือน พอมาแข่งกับรุ่นใหญ่ก็เลยสู้ไม่ได้ ยังมีอีกหลายรูปเลยถ้าสนใจก็บอกกันได้ครับ......

 

โดยคุณ piya ส่งเมล์ถึง piya(210.203.185.*) [ วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2546 เวลา 22:13. ] ผู้ตอบคนที่ 14

 

ขอบคุณมากเลยครับ
อยากให้ช่วยลงรูปแชมป์ที่ 1 และ 2 ด้วย
ว่าแต่ว่าคุณปิยะเปิดดูวิดิโอคลิปได้ไหม
อยากให้คุณปิยะช่วยวิจารณ์เรื่องจิตรประสาทด้วยครับ

 

โดยคุณ วิเชียร (203.153.134.*) [ วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม 2546 เวลา 03:55. ] ผู้ตอบคนที่ 15

 



ที่2ของรุ่นCHAMP OF CHAMP ของคอกวังงามไทยบรีด
(ถ้าจำไม่ผิดนะครับ) ชื่อ..........ไม่แน่ใจครับ

 

โดยคุณ piya ส่งเมล์ถึง piya(210.203.185.*) [ วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม 2546 เวลา 20:48. ] ผู้ตอบคนที่ 16

 



ที่1ของรุ่นCHAMP OF CHAMP ของ BB ฟาร์ม จ.ระยอง
(ถ้าจำไม่ผิดอีกนะครับ) ชื่อ CD. สวย สง่า สมกับตำแหน่ง
แชมป์จริงๆ

 

โดยคุณ piya (210.203.185.*) [ วันอังคาร ที่ 8 กรกฎาคม 2546 เวลา 20:52. ] ผู้ตอบคนที่ 17

 

...ไปดูเขาประกวดสุนัขบางแก้วและพันทาง...

 



เมื่อวานอุตส่าห์ฝ่าสายฝนไปดูเขาประกวดสุนัขที่ มศว ประสานมิตร แต่ก็คุ้มค่า ต้องชมว่าจัดได้ดีมาก เป็นการสร้างจิตสำนึกและให้ความรู้ในการอนุรักษ์สัตว์เลี้ยงไทย
ในงานจะมีทั้งปลากัด ไก่แจ้ แมววิเชียรมาศ หมามาร์ตวิเชียร เอ้ยไม่ใช่ หมาบางแก้ว หลังอาน รวมทั้งพันทางด้วย มีหมาบางแก้วสวยๆจากคอกดังๆทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่มาประกวดกัน ๒๐-๓๐ ตัว
แต่ละตัวมีแข้งสิงห์ ขนพลิ้ว มาร์คกิ้งดีสีสวยทั้งนั้น
โชคดีที่ไม่จูงเจ้าปิงปองไป มิฉะนั้น คงต้องชิดซ้าย

วิเชียร ส่งเมล์ถึง วิเชียร(203.151.127.*) [ วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน 2546 เวลา 11:49. ]

 



ที่น่าดีใจคือได้เห็นกรรมการตัดสินคนไทยสามารถเปิดปากบางแก้วได้เกือบทุกตัว อันแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางด้านจิตประสาทของหมาบางแก้วว่ามีความมั่นคงพร้อมที่จะโกอินเตอร์ได้
แต่ก็ไม่รู้ว่าเราๆท่านๆจะไปเปิดปากมันได้หรือเปล่า คงต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวอยู่มากทีเดียวในการที่จะทำให้หมาบางแก้วสงบเพื่อเปิดปากตรวจสอบฟัน ครั้งก่อนมีกรรมการญี่ปุ่นมา เปิดปากตัวแรกก็โดนกัดเสียแล้ว เลยไม่ยอมเปิดปากตัวอื่นๆเลย
[url] http://www.hightidediving.com/webboard/view.php?No=80 [/url]

 

โดยคุณ v (203.151.127.*) [ วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน 2546 เวลา 11:52. ] ผู้ตอบคนที่ 1

 



แต่ก็มีเจ้าตัวนี้ที่อาจจะตื่นเวทีและผู้คนอยู่ เจ้าของเลยต้องช่วยเปิดปากให้กรรมการดู

 

โดยคุณ v (203.151.127.*) [ วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน 2546 เวลา 11:54. ] ผู้ตอบคนที่ 2

 



แต่ที่น่ายินดีและน่าตื่นเต้นที่สุดคือการเปิดโอกาสให้สุนัขพันทางได้เข้าร่วมประกวดด้วย ซึ่งก็มีเจ้าของที่มีความภาคภูมิใจในเพื่อนตายของตนโดยไม่อายใครพาสุนัขมาร่วมด้วยหลายตัว
กรรมการพยายามเปิดปากดูเหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมแพ้ เพราะแต่ละตัวดูจะไม่คุ้นกับการให้คนแปลกหน้าเปิดปากเลย ไม่เหมือนมืออาชีพอย่างหมาบางแก้วที่คอกต่างๆฝึกมาค่อนข้างดี แต่ผมว่าน่าจะมีการประกวดหมาบางแก้วมือใหม่สมัครเล่นแบบหมาพันทางนี้ก็น่าจะสนุกและตื่นเต้นดีนะ คราวหน้าจะได้พาเจ้าปิงปองไปประกวดบ้างโดยไม่ต้องอายใคร อยากดูว่ามันจะยอมให้กรรมการเปิดปากหรือเปล่า แต่น่าจะมีการให้คะแนนความสามารถอื่นๆเป็นหลัก เช่น แข่งดมกลิ่น หรือแข่งจับหนู ฯลฯ แทนที่จะมาเน้นความสวยงามอย่างเดียว
เผื่อเจ้าปิงปองจะมีสิทธิ์ได้รางวัลบ้าง..

 

โดยคุณ v (203.151.127.*) [ วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน 2546 เวลา 11:57. ] ผู้ตอบคนที่ 3

 




อยากจะสนับสนุนให้มีเวทีการประกวดสุนัขพันทาง หรือสุนัขบางแก้ว,หลังอาน แบบมือใหม่สมัครเล่นมากๆ น้องหมาทุกตัวรวมทั้งเราๆท่านๆที่ไม่มีใบเพ็ดดิกรีจะได้มีโอกาสไปร่วมสนุกสนานและร่วมแสดงความสามารถบ้าง ไม่ใช่ไปงานไหนก็เจอแต่สุนัขสายประกวด คนจูงก็หน้าตาดูคุ้นๆเป็นประเภทนักจูงมืออาชีพ(รับจ้าง)
อย่างหมาและคนจูงที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ ดูคุ้นๆคล้ายออกมาหลายงานแล้ว รู้สึกจะเป็นตัวเดียวกับที่ชนะที่โคราชครั้งก่อนหรือเปล่า
http://www.hightidediving.com/webboard/view.php?No=13

 

โดยคุณ v (203.151.127.*) [ วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน 2546 เวลา 12:08. ] ผู้ตอบคนที่ 5

 

ถึงแม้ว่าในเวทีแข่งขัน สุนัขบางแก้วดูจะมีอนาคตสดใส แต่ในแวดวงผู้เลี้ยงสุนัข ก็ยังมีคำถามเกี่ยวกับความดุร้ายของสุนัขบางแก้วที่สร้างปัญหาให้กับคนเลี้ยงหรือสุนัขตัวอื่นๆที่เลี้ยงด้วยกันให้ได้ยินอยู่เนืองๆ แต่ถ้าวิเคราะห์กันให้ลึกๆแล้ว จะไปโทษสุนัขอย่างเดียวก็คงไม่ถูกนักดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเจ้าใหญ่ ซึ่งขอนำมาเล่าเป็นกรณีศึกษาดังนี้

 

........สุนัขชั้นดีที่ไม่มีใครต้องการ.........

 

บางแก้วเพศผู้ อายุ ๒ ปี (ขอสงวนนาม) มาจากฟาร์มบางแก้วชั้นแนวหน้าของเมืองไทย บังเอิญไปกัดเจ้าของเข้า เลยกลายเป็นสุนัขที่ไม่พึงปรารถนา ถูกนำมาขังกรงในบ้านพักพิงแห่งหนึ่งรอผู้รับไปอุปการะ แต่เนื่องจากมีความเชื่อกันว่า สุนัขบางแก้วรักเจ้าของคนเดียว และสุนัขโตจนรู้ความมากแล้ว เกรงว่าจะเลี้ยงลำบาก จนบัดนี้ ยังหาผู้สนใจรับไปอุปการะไม่ได้
http://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J2420793/J2420793.html

v (203.154.102.*) [ วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม 2546 เวลา 15:54 . ]

 



ผมคิดว่าโจทย์ที่ท้าทายการพิสูจน์ของผู้รักบางแก้วทุกคนคือ บางแก้วจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามสภาพแวดล้อมและผู้เลี้ยงใหม่ได้หรือไม่ เพราะถ้าปล่อยให้เชื่อกันผิดๆว่า ทำไม่ได้ ผู้ที่รับกรรมนั้นคือเจ้าหมานั่นเอง
ต้องขอบคุณคุณ carnivorous ที่แนะนำให้ดูหนังการฝึกสุนัขทางช่องยูบีซีเมื่อวันก่อน ทำให้เห็นว่าเมื่อโจทย์ข้างบนเป็นไปได้สำหรับเยอรมันเชพเพอดแล้ว ก็คงไม่น่ายากเกินไปที่จะพิสูจน์โจทย์ข้อนี้สำหรับบางแก้วด้วย
ขอความเห็นเพื่อนๆด้วยครับ

 

โดยคุณ v (203.154.102.*) [ วันพุธ ที่ 20 สิงหาคม 2546 เวลา 15:56. ] ผู้ตอบคนที่ 1

 



ขอบคุณเพื่อนๆที่ช่วยให้ความเห็นกันมากมายครับ ผู้อ่านบางท่านอาจจะตกใจว่าบางแก้วกัดเจ้าของ แล้วจะเลี้ยงไปทำไม ขออนุญาตชี้แจงแทนหมาแล้วกัน
.. เจ้าของเดิมเป็นพวกเลี้ยงหมาประดับบารมี ไม่ได้เลี้ยงเป็นสมาชิกในบ้าน และไม่เข้าใจธรรมชาติของหมาดีพอ มันเลยไม่ผูกพัน แล้วคงไปทำอะไรรุ่มร่ามให้ขวางหูขวางตาหมาเข้า มันก็คงงับเตือน ถ้าโดนหมางับแล้วกระชากหนี มักดูเหมือนว่าหมาตั้งใจกัด เพราะหมาจะตามงับซ้ำตามสัญชาติญาณ(prey drive)
เจ้าของเดิมเอามาทิ้งให้อยู่กับคุณ ส. ที่บ้านพักพิงหลายเดือนแล้ว เวลาคุณ ส.ไปหาทีนึงก็ดีอกดีใจตะเกียกตะกายอ้อนแกทุกครั้ง ทั้งๆที่แกก็ไม่ได้อยู่กับเขาหรือคลุกคลีกับเขามากมายอะไร แต่แกเป็นคนรักหมาและเข้าใจหมาดีมาก
อยู่มาวันนึง ได้ข่าวว่ากัดคนเลี้ยงเข้าที่หน้า สอบถามรายละเอียดดู ปรากฏว่า นิสัยเขาเป็นหมาหวงอาหาร คนเลี้ยงมุดหัวเข้าไปในกรงเอื้อมไปหยิบชามข้าว เขาก็เลยโดดสวนเข้าหน้า(เพราะก้มหน้าลงไปหาเขาเอง) คนตกใจหงายกลับมาเลยโดนกรงข่วนหน้าซ้ำเข้าให้ เลยหน้าแตกได้เย็บไปหลายเข็ม กลับมาจากโรงพยาบาล ก็ยังมาคุยกันได้ดีอยู่เหมือนเดิม เพราะคนเข้าใจหมา รู้ว่าตัวเองเข้าผิดจังหวะ
เรื่องแบบนี้ถ้าไม่สืบสาวราวเรื่องให้ดี ก็เสียหายไปถึงหมา...เข้าล้อคพอดี เรื่องบางแก้วดุ กัดคนเลี้ยง,เจ้าของ ซึ่ง ความจริงเป็นความผิดของคน
http://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J2410231/J2410231.html
.ล ขออภัยคุณ ส.ด้วยที่นำภาพขึ้นโดยไม่ได้ปิดหน้าปิดตา เพราะกลัวจะไม่เห็นแววตาอันปราณีของคุณ ส. และ อยากให้ภาพนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าถ้าคนเลี้ยงใหม่ดีต่อหมา หมาบางแก้วก็สามารถดีตอบได้เช่นเดียวกัน
น่าเสียดายที่คุณ ส. มีสุนัขของตัวเองและที่เพื่อนๆเอามาฝากให้เลี้ยงอีกหลายสิบตัว กลัวว่าจะดูแลไม่ทั่วถึง

 

โดยคุณ (203.153.135.*) [ วันเสาร์ ที่ 23 สิงหาคม 2546 เวลา 11:09. ] ผู้ตอบคนที่ 7

 

นอกจากเจ้าใหญ่แล้ว ยังมีสุนัขบางแก้วอีกจำนวนไม่น้อยที่ถูกทอดทิ้งโดยมีสาเหตุเนื่องมาจากผู้เลี้ยงขาดความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงสุนัขที่ถูกต้อง ผมเองก็เคยร่วมฝันกับเพื่อนๆหลายๆคนว่าเราน่าจะมีโครงการวิจัยพฤติกรรมและบ้านพักพิงสำหรับสุนัขบางแก้ว ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าฝันนั้นจะเป็นจริงได้ แต่ก็ได้พยายามหาโอกาสต่างๆหยิบยกเรื่องราวของสุนัขบางแก้วมาเผยแพร่เพื่อสร้างความตะหนักในปัญหา และพยายามแลกเปลี่ยนความเห็นกับเพื่อนผู้รักสุนัขบางแก้วตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้องเหมาะสม

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนผู้รักสุนัขบางแก้วทุกท่านที่ได้อ่านมาจนถึงหน้าสุดท้ายนี้ คงจะได้มาช่วยกันสานฝันให้เป็นจริงต่อไปเพื่อให้หนังสือเล่มนี้จบลงอย่างบริบูรณ์

 

มีข้อคิดเห็นหรือข้อแนะนำประการใด กรุณาติดต่อ

bangkaew@bangkaew.com

http://bangkaew-dog-lover-club.pantown.com

http://bangkaew.com